ความหวังที่จะเนรมิต เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษสำหรับ ‘กิจการการแพทย์ครบวงจร’ (EECmd) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมใน เขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ขยับเข้าใกล้ความจริงแล้ว เมื่อมีรายงานข่าวอัปเดตเรื่องแผนสร้าง ‘รพ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา’ เพื่อรองรับขยายตัวทางเศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยวในอีอีซีอย่างเป็นทางการ


‘รพ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา’ โปรเจกต์เมดิคัลฮับจากความร่วมมือของภาครัฐ – เอกชน – องค์กรต่างประเทศ

แนวทางในการพัฒนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและบริการทางการแพทย์ครบวงจรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เริ่มขึ้นหลังจากรัฐบาลประกาศให้พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 566 ไร่ เป็นเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษสำหรับกิจการการแพทย์ครบวงจร (EECmd) โดยมีแผนสร้าง รพ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา เพื่อรองรับขยายตัวทางเศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยวในอีอีซี

นางเกศินี วิฑูรชาติ // www.tu.ac.th

นางเกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงอภิมหาโปรเจกต์นี้ว่า พื้นที่ทั้งหมดมี 566 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่สำหรับการแพทย์และสุขภาพแบบครบวงจร (เมดิคัลฮับ) 266 ไร่ ประกอบด้วย

  • วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ 111 ไร่
  • สถาบันวิจัยการแพทย์ขั้นสูง 60 ไร่
  • โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา 95 ไร่

นอกจากนี้ก็จะมีศูนย์นวัตกรรมดิจิทัลและนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต 56 ไร่ พื้นที่บริการ 104 ไร่ และพื้นที่สีเขียว 140 ไร่

ในส่วนของพื้นที่เมดิคัลฮับใช้เงินลงทุน 8 พันล้านบาท แบ่งเป็น

  1. ศูนย์การแพทย์นานาชาติ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์พัทยาขนาด 300 เตียง
    จะใช้เงินลงทุน 2.6 พันล้านบาท โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการของบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล คาดว่าจะก่อสร้างได้ในปี 2564 แล้วเสร็จในปี 2567 โดยในเฟส 2 จะขยายอีก 300 เตียง
  2. การพัฒนาอาคารรอบโรงพยาบาล 7 อาคาร
    ใช้เงินลงทุน 5.4 พันล้านบาท เพื่อใช้เป็นคลินิกผู้มีบุตรยาก ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัล ศูนย์กลางพัฒนาสุขภาพพลานามัยผู้สูงอายุ ศูนย์อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับในพื้นที่อีอีซี และศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง เช่น ศูนย์ฟอกไต ศูนย์วิจัยทางการแพทย์ชั้นสูง ศูนย์วิจัยยา เทคโนโลยีชีวภาพ รวมทั้งพื้นที่สตาร์ทอัพด้านการแพทย์ โดยในส่วนนี้จะเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (PPP) และมีเอกชนจากจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เข้ามาร่วมลงทุนแล้ว

ไม่ใช่แค่ ‘ศูนย์การแพทย์’ แต่ยังกระตุ้นให้เกิด ‘เมดิคัลฮับ ศูนย์กลางการลงทุนทางการแพทย์’ ในพื้นที่อีอีซีด้วย

นอกจากนั้น โปรเจกต์การสร้าง รพ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ไม่ได้แค่เป็นการเติมเต็มให้ประชากรในพื้นที่อีอีซีเข้าถึงบริการทางการแพทย์ เท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการส่งเสริมการลงทุนด้านการแพทย์ใน EECmd ด้วย

เพราะมีการกำหนดนโยบายส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EECmd ไว้อย่างชัดเจนด้วยว่า การลงทุนในพื้นที่ EECmd จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และได้รับการลดหย่อนอีก 50% เป็นเวลา 5 ปี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอสิทธิประโยชน์บีโอไอเพิ่ม เป็นยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็น 13 ปี เท่าๆ กับที่เสนอให้กับการลงทุนในเขต EECi และ EECd เนื่องจากโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมาก เพราะช่วยขยายศักยภาพบริการทางการแพทย์ให้แก่บุคลากรในอีอีซี ก่อเกิดการวิจัยพัฒนานวัตกรรมการแพทย์ใหม่ๆ เช่น ระบบหุ่นยนต์ เอไอทางการแพทย์

ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์

นโยบายดังกล่าวนับว่าสอดคล้องกับคำกล่าวของ ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ที่ได้กล่าวไว้ในที่ประชุมการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) ณ มหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยแสดงให้เห็นชัดถึงความจำเป็นที่จะต้องทำให้เกิดเมดิคัลฮับในพื้นที่อีอีซี ว่า

“การขับเคลื่อนโครงการอีอีซีนี้ จะมีบทบาทอย่างมากที่จะดึงดูดความสนใจนักลงทุนจากทั่วประเทศให้เข้ามาลงทุนและทำธุรกิจในอุตสาหกรรมทางการแพทย์ โดยเฉพาะในเรื่องของ Medical Devices ยกตัวอย่าง กลุ่ม United Imagine Service หรือ UIS ที่ประเทศจีน มีธุรกิจด้านอุปกรณ์เครื่องมืออันทันสมัยด้านเฮลธ์แคร์ เปิดเผยว่ามีแผนที่จะเข้ามาลงทุนในอีอีซี และถ้าเกิดขึ้นจริง ก็จะเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่จะมีการผลิตเครื่องมือเอ็กซเรย์ ซึ่งเป็นอานิสงส์ที่ไทยได้จากการเข้ามาลงทุนของต่างชาติและยังจะได้รับการถ่ายทอด know how จากผู้ผลิตชั้นนำของโลกอีกด้วย”


‘รพ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา’ ความหวังของการเติมเต็มบริการทางการแพทย์ในอีอีซี

ต้องยอมรับว่าพื้นที่อีอีซีในปัจจุบันยังคงมีโรงพยาบาลของรัฐบาลอยู่น้อย โดยส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งหากโครงการอีอีซีเดินหน้าเต็มที่ จะมีแรงงานอีกกว่า 1 ล้านคนเข้ามาในพื้นที่นี้ ส่งผลให้ความต้องการทางการแพทย์และบริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณด้วย

ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีโรงพยาบาลรัฐบาลเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลรัฐในอีอีซีก็ต้องพัฒนาศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่และผู้ป่วยที่เป็นนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจด้วย

www.tu.ac.th

การเกิดขึ้นของ รพ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา จึงเป็นอีกหนึ่งความหวังที่จะเติมเต็มการให้บริการทางการแพทย์ในพื้นที่อีอีซีอย่างเห็นได้ชัด โดยคาดว่าจะสามารถรับผู้ป่วยนอกเข้ามารักษาได้ 4-5 แสนคนต่อปี และรับผู้ป่วยในได้มากกว่า 2 หมื่นคนต่อปี และจะรองรับผู้ป่วยที่ใช้บัตรทอง ประกันสังคม รวมทั้งยังมีอีกส่วนที่จะให้บริการแบบโรงพยาบาลเอกชน ทั้งหมดนี้จะทำให้ประชาชนในอีอีซีเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้มากขึ้น

นอกจากนี้ รพ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ยังจัดสร้างศูนย์กลางพัฒนาสุขภาพพลานามัยผู้สูงอายุ บนพื้นที่ 5 ไร่ ซึ่งมีอาคารที่พักอาศัย 3 ชั้น 3 หลัง มีห้องพักขนาด 50-60 ตรม. จำนวน 150 หน่วย ใช้เงินลงทุน 500 ล้านบาท โดยได้รับการสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ รวมทั้งจะมีคลินิกเฉพาะทางสำหรับผู้สูงอายุ คลินิกสูงวัย สำหรับการตรวจรักษาโรคทั่วไป คลินิกทันตกรรมสูงวัย คลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย คลินิกเวชศาสตร์ชะลอวัย เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุของประชาชนในพื้นที่อีอีซีด้วย


ที่มา : เรียบเรียงจากรายงานข่าวเรื่อง มธ.ทุ่ม 8 พันล้าน ลุยเมดิคัลฮับ” เผยแพร่ใน เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 11 เมษายน 2562


เส้นทางการสร้าง เมดิคัลฮับ ในพื้นที่อีอีซี มีความเป็นมาและมีความสำคัญอย่างไร ไปอ่านกันต่อเลย

ก่อนไปถึง ‘ไทยแลนด์ เมดิคัล ฮับ’ ไทยมีความพร้อมทางการแพทย์แล้วหรือ? คำถามที่การประชุมขับเคลื่อน EEC HDC มีคำตอบให้

‘การแพทย์แม่นยำ’ ปรากฏการณ์ใหม่ใน ‘อีอีซี’ ลดเสี่ยง 5 โรค เซฟค่าใช้จ่ายปีละ 7 หมื่นล้าน

ตามติดภารกิจยกระดับ ‘พยาบาลไทย’ สู่ ‘นักจัดการสุขภาพผู้สูงอายุ’ รับสังคมสูงวัย & อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร