รู้หรือไม่ว่า จากการสำรวจพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทย ปรากฏว่าคนไทยใช้ชีวิตออนไลน์เฉลี่ยวันละ 9 ชั่วโมง 11 นาที จัดได้ว่าสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกทีเดียว และแน่นอนว่าจุดประสงค์หลักที่ทำให้คนยุคนี้เข้าอินเทอร์เน็ต ก็หนีไม่พ้นการ ‘ช็อปออนไลน์’ ยืนยันได้ผ่านยอดค่าใช้จ่ายที่คนไทยช็อปปิงผ่านทางสมาร์ทโฟนล่าสุด เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,500 บาท ต่อเดือนทีเดียว


ปรากกฏการณ์นี้ส่งผลให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด ขณะเดียวกัน ด้วยยอดขายที่สูงนี้เอง ยังทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในแวดวงธุรกิจ ทั้งส่งเสริมให้เกิดเหล่าสตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการใหม่ ที่มาจับธุรกิจอีคอมเมิร์ซกันมากขึ้น ตลอดจนผู้ประกอบการเดิมที่ทำธุรกิจแบบออฟไลน์ ก็หันมาสนใจที่จะปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล เพื่อต่อสู้กับ Digital Disruption กันเพิ่มขึ้นด้วย

ผู้หญิง – สมาร์ทโฟน – วันศุกร์ 3 คีย์เวิร์ดชี้พฤติกรรม ช็อปออนไลน์ ของคนไทย ชอปออนไลน์

แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Picodi.com เผยผลสำรวจพฤติกรรมช็อปออนไลน์ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวไทยในปี 2018 ซึ่งพบหลายประเด็นที่น่าสนใจ ชอปออนไลน์

  • นักช็อปไทยสวนเทรนด์โลก ช็อปผ่าน สมาร์ทโฟน จ่ายคล่องกว่า การสำรวจครั้งนี้พบพฤติกรรมการช็อปของคนไทยที่แตกต่างกับเทรนด์โลกที่ว่า คนส่วนใหญ่ในโลกมักใช้อุปกรณ์ เดสก์ท็อป ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในการจับจ่ายสินค้าออนไลน์ แต่สำหรับคนไทย เครื่องมือการช็อปออนไลน์ที่เข้าถึงผู้คนกลับเป็น สมาร์ทโฟน โดยยอดค่าใช้จ่ายที่คนไทยใช้ในการช็อปปิงผ่านสมาร์ทโฟนสูงถึงประมาณ 1,500 บาท ต่อเดือน เมื่อเทียบกับการช็อปปิงผ่านทางหน้าจอเดสก์ท็อป ซึ่งค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,350 บาท ต่อเดือน
  • หญิงไทย ช็อปปิงออนไลน์มากกว่าผู้ชาย ผลสำรวจชี้ชัดว่าผู้หญิงไทยนิยมช็อปปิงออนไลน์มากกว่าผู้ชาย คิดเป็นเปอร์เซ็นต์คือ 59% และ 41% ตามลำดับ และคนรุ่นใหม่ คือกลุ่มที่ชื่นชอบการช็อปปิงออนไลน์มากที่สุด กว่าครึ่งหนึ่งของนักช็อปออนไลน์คือ คนในวัย 25 – 34 ปี และตามมาด้วยกลุ่มคนอายุ 35 – 44 ปี (21%) และ 18 – 24ปี (16%) ส่วนที่เหลืออีก 12% เป็นผู้บริโภคที่มีอายุมากกว่า 45 ปี
  • วันศุกร์ ช็อปออนไลน์กันคึกคักที่สุด เมื่อใช้เกณฑ์วันในการวิเคราะห์ วันที่นักช็อปออนไลน์ไทยนิยมซื้อสินค้ามากที่สุด จากการเก็บข้อมูลความถี่ของการช็อปผ่านสมาร์ทโฟนในแต่ละวันพบว่า วันศุกร์มีความถี่อยู่ที่ 20% โดยช่วงเวลาที่ทำเงินที่สุดหรือมีผู้ช็อปออนไลน์มากที่สุดอยู่ในชวง 18.01 – 00.00 น. ข้อมูลนี้บ่งบอกว่า นักช็อปมักใช้เวลาหลังเลิกงานไปจนถึงก่อนนอนในแต่ละวันเพื่อช็อปออนไลน์คลายเครียดนั่นเอง

ในรอบปีที่ผ่านมา เดือนที่มียอดใช้จ่ายออนไลน์สูงสุดจะอยู่ในช่วงเดือน ต.ค. 1,956 บาท ตามด้วยเดือน ธ.ค. 1,918 บาท และเดือน ก.พ. 1,642 บาท ชี้ให้เห็นว่าช่วงปลายปีเป็นช่วงที่คนไทยนิยมจับจ่ายกันอย่างคล่องตัว ส่วนช่วงที่ตลาดซบเซา เห็นได้จากค่าเฉลี่ยการใช้จ่ายต่ำที่สุดคือ เดือน มิ.ย. อยู่ที่ 1,072 บาท

ส่วนหมวดหมู่สินค้า ที่ได้รับความนิยมในโลกออนไลน์มากที่สุด คือ เสื้อผ้า อาหาร รองเท้า สินค้ากีฬา และด้านการท่องเที่ยว

ในบทสรุปการสำรวจของ Picodi.com ระบุว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลของทั้ง 35 ประเทศทั่วโลก และเปรียบเทียบจากอุปกรณ์การช็อปปิงออนไลน์ มูลค่าการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ของคนไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 56% ของยอดสั่งซื้อทางโทรศัพท์มือถือและด้วยสถิตินี้เองทำให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยทะยานไปติดอันดับ 3 ของโลก ในกลุ่มของประเทศที่ใช้สมาร์ทโฟนในการช็อปปิงเป็นหลัก


เปิดเวทีระดมสมอง ใช้สถิติช็อปออนไลน์ของคนไทยให้เป็นประโยชน์ในการกำหนด ทิศทางธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทย

ได้ทราบผลสำรวจพฤติกรรมช็อปออนไลน์ล่าสุดกันไปแล้ว ก็ได้เวลามาเรียนรู้กันต่อว่า เราจะปรับเอาผลสำรวจนี้ไปใช้ประโยชน์ในการกำหนด ‘ทิศทางธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทย’ ได้อย่างไร ผ่านเวทีเสวนาเจาะลึกธุรกิจอีคอมเมิร์ซและช็อปปิงออนไลน์ที่จัดขึ้นโดย ธุรกิจบัตรเครดิตเคทีซีกับพันธมิตรธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เพื่อเผยมุมมองด้านบวกในการนำพาธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ รวมถึงสื่อสารกับสาธารณชนว่า การปรับชีวิตมาใช้บริการออนไลน์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แค่รู้จักใช้และรู้เท่าทันภัยออนไลน์ หากทำได้ การช็อปออนไลน์ย่อมเป็นหนทางหนึ่งที่อำนวยความสะดวกและทำให้การใช้ชีวิตของผู้บริโภคปัจจุบันง่ายขึ้น

เวทีเสวนานี้ เริ่มต้นจากการแสดงให้ข้อมูลที่น่าสนใจจาก พิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่เปิดเผยว่า

“ภาพรวมการทำธุรกิจออนไลน์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเติบโตแบบก้าวกระโดด ช่วยสร้างรายได้ทางอาชีพและขับเคลื่อนให้ภาคเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยแรงส่งจากเทคโนโลยีและโซเชียล มีเดีย ที่ทำให้โลกเล็กลง ข้อมูล การสื่อสาร และโอกาสที่ดี เกิดการแลกเปลี่ยนแบบไร้ขีดจำกัด โดยในส่วนของเคทีซีมียอดการใช้จ่ายบัตรเครดิตผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตสูงต่อเนื่อง เปรียบเทียบปี 2561 กับปี 2560 เติบโตประมาณ 30% โดยหมวดสินค้าที่มีการใช้จ่ายผ่านออนไลน์สูงสุด ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง เสื้อผ้าแฟชั่น สินค้าตกแต่งภายในบ้าน และสินค้าแม่และเด็ก”

ด้าน ธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า สำหรับการทำตลาดในประเทศไทย ลาซาด้ามีการใช้งบประมาณจำนวนมากและต่อเนื่อง

“ในปีนี้ลาซาด้าจะฉีกไปเน้นทางแพลตฟอร์มการค้าออฟไลน์มากขึ้น รวมถึงจะดำเนินกลยุทธ์ O2O เนื่องจากมองเห็นศักยภาพในการผลักดันผู้บริโภคจำนวนมากที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ให้มาทดลองใช้งานมากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าการแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซปีนี้ยังคงดุเดือด แต่ละแพลตฟอร์มมีการดำเนินกลยุทธ์แตกต่างกัน ทำให้ทุกธุรกิจอีคอมเมิร์ซไม่ว่ารายเล็กหรือรายใหญ่จะต้องพัฒนากลยุทธ์เพื่อตอบสนองการใช้งานของลูกค้าอย่างตรงใจมากขึ้น จึงจะยังคงนั่งอยู่ในใจลูกค้าได้”

นอกจากนั้น ซีอีโอจากลาซาด้าประเทศไทยยังฉายภาพเทรนด์การช็อปออนไลน์ของโลกต่อด้วยว่า

“ภาพรวมธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยปี 2561 ถือว่าเติบโตอย่างน่าสนใจ เนื่องจากมีมาร์เก็ตเพลซรายใหม่จากต่างประเทศเข้ามา ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้การแข่งขันในธุรกิจปีนี้ดุเดือดมากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม แม้อีคอมเมิร์ซไทยยังค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ อย่างจีน เกาหลีใต้ สหรัฐฯ แต่เมื่อพิจารณาถึงอัตราการขยายตัวก็พบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี คือ เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 15% ต่อปี ดังนั้น โอกาสตลาดออนไลน์ไทยยังมีอีกมากสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใหม่ที่สนใจแพลตฟอร์มนี้”

สำหรับธุรกิจที่เริ่มต้นแบบออฟไลน์แล้วก้าวเข้าสู่ออนไลน์อย่างลอรีอัล แชร์ประสบการณ์ในมุมที่แตกต่าง โดย จุรีรัตน์ ก้องเกียรติวงศ์ หัวหน้าสายงานดิจิทัล แผนกเครื่องสำอางชั้นสูง บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า

“สิ่งสำคัญที่สุดของการทำธุรกิจออนไลน์ในยุค Digital Disruption คือ การคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นหลัก ซึ่งส่งผลต่อการทำธุรกิจในหลายด้าน เช่น ในส่วนของการตลาด เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง เราต้องวิเคราะห์และทำความเข้าใจว่าจะเข้าถึงลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างไร และจะมอบประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคเหล่านั้นในช่องทางดิจิทัลให้ดีมากยิ่งขึ้นอย่างไร หรือต้องมองให้ออกว่าในแต่ละช่องทางลูกค้ามีความแตกต่างกันอย่างไร เพื่อใช้เป็นแนวทางในการคิดกลยุทธ์ที่เหมาะสมต่อผู้บริโภค”


ที่มา : เรียบเรียงจาก สกู๊ปข่าว เรื่อง “เผย! คนไทยชอปออนไลน์สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก” จากเว็บ BLT Bangkok (10 Apr 2019)


มีอีกหลายมุมมอง ช่องทางทำเงินผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้งในไทยและในต่างประเทศ

‘อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน’ แพลตฟอร์มทำเงิน อีกหนึ่งโอกาสที่รอ SMEs ไทย อยู่ในแดนมังกร

เมื่อถนนทุกสาย มุ่งสู่การช็อปออนไลน์ 2019 จึงเป็นปีแห่งการปรับ ‘กลยุทธ์ครองใจนักช็อป’ ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

สำรวจ ตลาดอีคอมเมิร์ซจีน เปิดตัว แพลตฟอร์มออนไลน์ท้องถิ่น ช่องทางใหม่กระจายสินค้าไทยในนครซีอาน