ช่วงทศวรรษที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน การเผชิญหน้ากันระหว่างรัฐศูนย์กลางและรัฐที่สนับสนุนอย่างรัฐดาวเทียม เกิดการต่อสู้กันระหว่างแนวคิดเสรีนิยมใหม่กับการกีดกันนิยมของกลุ่ม หรือเปลี่ยนแปลงมาเป็นข้อตกลงกันแบบทวิภาคีแทน ซึ่งเป็นแนวทางที่นิยมใช้ในการเจรจาต่อรอง


แต่รัฐศูนย์กลางก็หวังลึกๆ ว่ารัฐที่มีผลต่อความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์โดยตรง อาจจะมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ในประเทศนั้นๆ เพื่อทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศดีขึ้นกว่าเดิม แต่หากไม่ดำเนินการที่สอดคล้องกับกฎบัตรรับรองระหว่างประเทศก็อาจจะมีผลต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ ซึ่งอาจจะมีผลต่อการคว่ำบาตรระดับเบาไปจนถึงหนัก

ที่สำคัญคือ การไม่ตกลงความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจ ตรงนี้อาจทำให้การสนับสนุนโดยตรงจากตัวแทนของรัฐบาลนั้น มีจุดยืนเดียวกันกับตะวันตก และนี่คือความทับซ้อนกันของผลประโยชน์ชาติ การทรยศชาติ หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

ที่เห็นเป็นรูปธรรมคือ ปัญหาของยูเครนเมื่อเกิดการรัฐประหารปี 2014 ได้รับการสนับสนุนจากตะวันตกโดยตะวันตกให้การสนับสนุนทางการเงินเพื่อเปลี่ยนอำนาจรัฐ โดยให้ลดความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจกับรัสเซีย แต่ผลที่ตามมาจากการรัฐประหารในยูเครน เมื่อมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ปรากฏว่าประธานาธิบดี เปโตร โปโรเชนโก้ (Petro Poroshenko) ก็ต้องลุ้นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ตนจะมีโอกาสมาบริหารในวาระที่สองต่อหรือไม่

แต่ที่แน่นอนคือ ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรก ประชาชนส่วนใหญ่มองว่า โปโรเชนโก้เป็นหุ่นเชิดของตะวันตกหรือทรยศชาติ เพราะทำให้ยูเครนสูญเสียความสามารถในการพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจและอธิปไตย เนื่องจากต้องฟังการตัดสินใจของฝั่งตะวันตกเป็นหลัก

แนวทางนี้เป็นแนวทางเดียวกับที่แองโกลแซกซอนใช้ ยกเว้น จีน รัสเซีย ที่ไม่ให้ความสำคัญ โดยอ้างว่าแนวทางดังกล่าวเป็นการแทรกแซงกิจการภายใน 

จากตรงนี้จะเห็นเส้นแบ่งที่ชัดเจนว่า หากรัฐมีอธิปไตยและไม่เป็นเครื่องมือของรัฐต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม หรือการตัดสินใจด้านนโยบายแล้วทำให้ประเทศที่เป็นคู่แข่งได้ประโยชน์แทนประเทศตนเอง แต่มุ่งการเติบโตทางฐานะความเป็นอยู่ของพลเมืองรัฐ 

หันมาดูรัฐอุกกาบาตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ใช้คำว่า ภัยต่อความมั่นคงของชาติ ในการตั้งข้อกล่าวหาทั้งทางกฎหมายและความคิดเห็นทางสังคมของคู่แข่งหรือฝ่ายตรงกันข้ามทางความคิด ตรงนี้ทำให้เกิดปัญหาอย่างมากว่า มีเขตแดนและขอบเขตแค่ไหน และมักจะมีการฉกฉวยนำเรื่องภัยต่อความมั่นคงของชาติมาใช้เพื่อกลุ่มการเมืองของตนเอง 

การนิยามคำว่า ทรยศชาติ หรือ ภัยต่อความมั่งคงของชาติ สามารถกลับไปดูเหตุการณ์ในอดีตที่เรียกว่า คอลัมน์ที่ห้า กล่าวคือ เป็นชื่อตัวแทนของ นายพลฟรานซิสโก ฟรังโก (Francisco Franco) ซึ่งทำหน้าที่ในช่วงสงครามกลางเมืองของสเปน ในปี 1936 – 1939 โดยมีความหมายที่เป็นรูปธรรมคือ สายลับของศัตรู (ผู้ก่อวินาศกรรม สายลับผู้ก่อการร้าย ตัวแทนที่มีอิทธิพล)

คำว่า “คอลัมน์ที่ห้า” เป็นคำพูดของ
นายพลสเปน อี โมล.
ผู้บัญชาการกองทัพชาตินิยม
ในช่วงสงครามกลางเมือง โจมตีกรุงมาดริด

เขาเริ่มกล่าวปราศรัยทางวิทยุเมื่อต้นเดือนตุลาคม 1936 เพื่อดึงดูดประชากรจากเมืองหลวงของสเปน โดยแจ้งว่านอกเหนือจากคอลัมน์กองทัพทั้งสี่ที่เขาจัดการแล้ว ยังมีคอลัมน์ที่ห้าที่ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกตกใจคือ การก่อวินาศกรรมจารกรรม และการก่อวินาศกรรมในช่วงก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ปี 1939 – 1945 ตัวแทนของนาซีในหลายๆ ประเทศ จึงเรียกว่า “คอลัมน์ที่ห้า” ซึ่งช่วยยึดครองประเทศโดยกองทหารเยอรมัน 

บ่อยครั้งภายใต้ข้ออ้างที่เป็นไปได้ของ “คอลัมน์ที่ห้า” พลเมืองของชาติกำเนิดที่สอดคล้องกันถูกระงับการป้องกัน (คนเยอรมันถูกเนรเทศไปยังอดีตสหภาพโซเวียต หรือญี่ปุ่นถูกกักตัวไว้ในสหรัฐอเมริกา ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง)

คอลัมน์ที่ห้าจึงมีผู้นำซึ่งได้รับการฝึกฝนจากมหาวิทยาลัยพิเศษในต่างประเทศ มีความตระหนักในด้านจิตวิทยาพูดปราศรัยและรู้วิธีหาแนวทางให้กับประชาชน คอลัมน์ที่ห้ามีสื่อของตัวเอง ซึ่งปลอมตัวเป็นผู้รักชาติ แต่มักบิดเบือนเหตุการณ์ที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ เงินทุนและองค์กรของคอลัมน์ที่ 5 สามารถพิจารณาว่าใครอยู่เบื้องหลังกลุ่มคนที่เล่นเกมโฆษณาชวนเชื่อในรัฐ และกำลังสั่นคลอนสถานการณ์ในประเทศ

ในปัจจุบันไม่ได้พิจารณาแค่ความหมายของการได้เงินการสนับสนุนจากต่างชาติ แต่ยังพิจารณาเกี่ยวกับงบประมาณของหน่วยงานรัฐด้วย อย่างหน่วยงานบริการพิเศษของรัฐต่างๆ รัฐจะแนะนำให้รู้จักกับตัวแทนของผู้มีอิทธิพลซึ่งมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ถูกโค่นล้ม มีการจัดช่องโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์พรรคการเมืองที่แบ่งแยกอำนาจและผู้มีอำนาจในอดีต ชนชั้นทางการเมืองซึ่งพยายามเปลี่ยนกระแสเงินสดในทิศทางที่มีส่วนร่วมก่อวินาศกรรมในการเข้าสู่อำนาจที่นำมาสู่ความล้มเหลวในการปฏิรูปการพัฒนาประเทศ จึงเป็นการยากที่จะจำแนกมนุษย์หมาป่าดังกล่าว ดังนั้นเราควรให้เวลาแก่ผู้รักชาติที่ต้องใช้เวลาการทดสอบในตำแหน่งสำคัญของรัฐบาล

การกำหนดนิยามความหมายที่เป็นสากลมีความชัดเจนอยู่ การตั้งข้อกล่าวหาต่างๆ ของคู่แข่งขันทางการเมืองหรือผู้สนับสนุนทางการเมืองนั้น ควรที่จะตระหนักมากยิ่งขึ้น หากวันหนึ่งผู้ที่ตั้งข้อกล่าวหาผู้อื่น ถูกตั้งข้อกล่าวหานั้นกลับคืน 

เพราะหลักการใหญ่คือ ‘การมีอธิปไตยของชาติ’ ไม่เป็นเครื่องมือด้านนโยบายให้แก่รัฐอื่นๆ ที่จะเข้ามาลดฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนในรัฐนั้นๆ

มีแค่หลักการนี้หลักการเดียวที่กาแล็กซี่โลกนิยาม


 

 

เรื่อง : ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย