จากเดิมที่บริษัทต่างๆ เก็บข้อมูลบน ‘เซิร์ฟเวอร์’ (Server) ต้องซื้อฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ จ้างฝ่ายไอทีเป็นพนักงานประจำคอยดูแล แต่ยุคดิจิทัลเปลี่ยนไปเป็นจ่ายเงินเพื่อใช้งาน ‘คลาวด์ คอมพิวติง’ (Cloud Computing) ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีคอยดูแลอยู่หลังบ้าน


รู้จัก ‘Cloud Computing’ ก้อนเมฆที่ใครๆ ก็พูดถึง

คลาวด์ คอมพิวติง  (Cloud Computing) คือ ระบบเก็บข้อมูลและประมวลผลระบบสารสนเทศบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (เปรียบได้กับการเก็บข้อมูลไว้บนก้อนเมฆ) ซึ่งสามารถดึงข้อมูลออกมาใช้งานได้ตลอดเวลาผ่านระบบอินเทอร์เน็ต  

Source : https://en.wikipedia.org/wiki/Cloud_computing

ให้คุณนึกถึงอีเมลที่ใช้งานอยู่ การแบ็คอัปหรือสำรองข้อมูลในสมาร์ทโฟนไว้บน iCloud, Google Drive เหล่านี้คือคลาวด์ที่ใกล้ตัวเรามากๆ แต่นี่เป็นเพียง พื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Cloud Storage) หนึ่งในบริการของระบบคลาวด์เท่านั้น ซึ่งหลากหลายแบรนด์ก็ให้ใช้งานฟรีในปริมาณที่แตกต่างกันไป


คราวนี้มาดู 3 รูปแบบของ ‘คลาวด์’

cloud computing คืออะไร
Source : www.dynamixsolutions.com
  1. พับลิก คลาวด์ (Public Cloud) ผู้ให้บริการ (Third-Party) จัดตั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไว้ให้ใช้เก็บข้อมูลจำนวนมาก ผู้ใช้งานสามารถใช้บริการผ่าน Web Application หรือ Web Service โดยเช่าใช้เป็นรายเดือนหรือรายปี
  2. ไพรเวท คลาวด์ (Private Cloud) รูปแบบคลาวด์ที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ตอบโจทย์การแชร์ทรัพยากรหรือข้อมูลร่วมกันในเครือข่าย  (Cloud Data Center) โดยผู้ให้บริการมีหน้าที่ติดตั้งระบบและดูแลรักษา ส่วนผู้ใช้งานเป็นผู้จัดเตรียมฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริหารจัดการระบบ
  3. ไฮบริด คลาวด์ (Hybrid Cloud) ขึ้นชื่อว่า ไฮบริด ก็สื่อถึงรูปแบบการใช้งานในลักษณะลูกผสมระหว่าง พับลิกคลาวด์ และ ไพรเวท คลาวด์ ซึ่งองค์กร (Enterprise) ส่วนใหญ่ก็จะนิยมใช้รูปแบบนี้เนื่องจากมีความยืดหยุ่น

คลาวด์กับ 5 ประเภทงานบริการที่แตกต่าง

cloud computing
Source : www.researchgate.net
  • Infrastructure-as-a-Service (IaaS)
    ให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบจัดเก็บข้อมูลโดยจำลองรูปแบบเสมือน (Virtualization) รองรับการประมวลผลเพื่อใช้งานซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน
  • Platform-as-a-Service (PaaS)
    ให้บริการด้านแพลตฟอร์มสำหรับซอฟต์แวร์ เช่น เว็บแอปพลิเคชัน (Web Application), ระบบประมวลผลกลางขององค์กรขนาดใหญ่ (Database Server) โดยเรียกใช้งานได้ผ่านเว็บแอปพลิเคชัน และมีการควบคุมด้านความปลอดภัยสูง
  • Software-as-a-Service (SaaS)
    ให้บริการคลาวด์ที่เป็นซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน คิดค่าบริการตามลักษณะการใช้งาน (Pay-as-you-go) เช่น จำนวนผู้ใช้ ปริมาณที่ใช้ ระยะเวลาที่ใช้
  • Data-as-a-Service (DaaS)
    ให้บริการด้านการเก็บข้อมูลดิบหรือข้อมูลที่ใช้เชื่อมโยงเพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อ โดยรองรับการสืบค้นและการจัดการข้อมูลขั้นสูง
  • Business Process-as-a-Service (BPaaS)
    เป็นคลาวด์ที่ให้บริการด้าน ‘การปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ’ วัดผลทางธุรกิจได้ และยังสามารถเรียนรู้ได้ด้วยว่า สถานการณ์ใดที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัท สถานการณ์ใดที่มีความเสี่ยงและควรหลีกเลี่ยง

cloud-trends-2019-infographic-final-en
เว็บไซต์ www.business-solutions.telefonica.com ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์ของการใช้งานคลาวด์ ในปี 2019 ว่า องค์กร 80% บอกว่าจะใช้ไฮบริด คลาวด์ ในปีนี้

ตัวอย่างคลาวด์สำหรับองค์กร (เสียเงิน)


ดีอย่างไรถ้าใช้คลาวด์ คอมพิวติง

Source : www.fpcomplete.com
  • Cost reduction : ถูกกว่าการลงทุนซื้อเซิร์ฟเวอร์แบบเดิม และที่สำคัญ ใช้แค่ไหนจ่ายแค่นั้น จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายขององค์กรได้
  • Agility : การใช้งานข้อมูล ประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ฉับไว
  • Anywhere – Anytime : ใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา เพียงมีระบบอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต
  • Scalability : สามารถเพิ่มและลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้ตลอด ตามความต้องการของผู้ใช้งาน
  • More responsive to changing conditions : ปรับเปลี่ยนการใช้งานเพื่อรองรับเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบได้
  • More secure : มีระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้นกว่า

แนะคลาวด์ฟรี ดีต่อเงินในกระเป๋า

Best_Free_Cloud_Storage_Solutions
Source : www.betadroid.in

นอกเหนือจากระบบคลาวด์ที่เขียนไว้ข้างต้น เรามีระบบคลาวด์ที่ให้ใช้งานฟรีมาบอก แต่ต้องลงทะเบียนก่อนจึงจะใช้งานได้


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ระบบคลาวด์

ระบบ Cloud แบบไหนที่เหมาะกับการใช้ในหน่วยงานด้านสาธารณสุขและโรงพยาบาล?

ถึงคราวเข้าใจ ‘ระบบคลาวด์’ ว่าไม่สามารถตอบทุกโจทย์ขององค์กรได้

คลาวด์ คอมพิวติง เชื่อมโยงและอยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีมากมาย อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความด้านล่างนี้

Big Data คืออะไร อยู่ในชีวิตประจำวันของเราตอนไหน ใช้ประโยชน์อะไรได้?

กุ้ยโจว ใช้ Big Data และ Cloud Computing อย่างไร จึงลดจำนวนคนจนได้ถึง 6.7 ล้านคน ภายใน 5 ปี!


อ้างอิงข้อมูลจาก