ปัญหาความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ เป็นปัญหาที่รัฐศูนย์กลางให้ความสำคัญอย่างมากในการติดตาม ออกแบบ และวิพากษ์วิจารณ์ความคุ้มค่า ว่าจะเอาจริงเอาจังในนามของการดำเนินการเพื่อสังคม แต่ส่วนใหญ่กลับล้มเหลวและส่งผลโดยตรงต่อ ‘การเพิ่มสินทรัพย์ทางสังคม’ หรือไม่ก็อยู่ที่เดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยน


หลายๆ รัฐศูนย์กลางและรัฐอุกกาบาตที่เคร่งครัดก็จะมีมาตรการเด็ดขาดสำหรับ ผู้ที่บริหารจัดการด้านนโยบายแต่ไม่สามารถปฎิบัติดำเนินการตามที่มอบหมายได้ โดยจะถูกปลดออกจากตำแหน่ง สูญเสียความก้าวหน้าในอาชีพการงาน รวมถึงการพัฒนาแนวทางการแก้ปัญหาทางวิชาการและการปฎิบัติงานต่อไป

ดูอย่างรัฐบาลปักกิ่งที่พิจารณากรณี หลิว จื้อจวิน ซึ่งดำรงตำแหน่ง ‘รัฐมนตรีว่าการกระทรวงรถไฟ’ ตั้งแต่ปี 2003-2013 ให้ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและใช้อำนาจในทางที่มิชอบ โดยรัฐมนตรีคนนี้ได้รับสินบนมากกว่า 1,000 ล้านหยวน (150 ล้านดอลลาร์) จากโครงการก่อสร้างทางรถไฟต่างๆ ต่อมา ในเดือนกรกฎาคม 2013 หลิว จื้อจวินถูกตัดสินประหารชีวิต แต่ภายหลัง ศาลพิจารณาตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิต

รัฐศูนย์กลาง
อาทิ  สหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย

รัฐดาวเทียม
อาทิ เกาหลีใต้ สิงคโปร์

รัฐอุกกาบาต
อาทิ ไทย เวียดนาม

ข้อหาคุณภาพของเส้นทางรถไฟที่สร้างขึ้นนั้นต่ำกว่าปกติเนื่องจากการทุจริต จีนจึงให้รถไฟความเร็วสูงส่วนใหญ่ลดความเร็วสูงสุดจาก 350 กิโลเมตร/ชั่วโมง เป็น 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง

การพัฒนาความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่มีตัวชี้วัดชัดเจน มีการติดตาม เปรียบเทียบตามแผน และการบรรลุเป้าหมาย ไม่ได้เป็นเรื่องวิสัยทัศน์อย่างเดียว ดังนั้น การคัดเลือกคนหรือหัวหน้ามาบริหารจัดการจึงเป็นเรื่องของความสามารถของบุคลากรและการจัดการของทีมงานด้วย

แต่บางครั้ง ถ้านโยบายดังกล่าวไม่ได้มาตรฐานตามแผนงานหรือโครงการ ผู้บริหารอาจถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงและอาจถูกลดฐานะความเป็นอยู่ในฐานะพลเมืองได้

นี่น่าจะเป็นเรื่องที่รัฐอุกกาบาต โดยเฉพาะชนชั้นนำในสังคมไม่ค่อยให้ความสนใจ เพราะหากดำเนินการอย่างเคร่งครัด คาดว่าหลายๆ โครงการ “ไม่ผ่าน” และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ไม่ช่วยเพิ่มหรือยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

อย่างไรก็ตาม รัฐอุกกาบาตจะให้ความสนใจเทศกาลประกวดนโยบายในช่วงของการเลือกตั้ง เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่มักเป็น การอ้างความชอบธรรมทางสังคม ซึ่งก็ยังขาดการติดตามและการประเมินผลของความก้าวหน้าในการพัฒนา และส่วนใหญ่ก็จะนำนโยบายเก่ามาปัดฝุ่นหรือดัดแปลงขึ้นใหม่ อย่างการแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตร การประกันรายได้ ปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง จึงดูเหมือนว่ารัฐอุกกาบาตยังอยู่ที่เดิม

แต่สำหรับรัฐศูนย์กลางบางรัฐ เชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่จะหยุดพูดเกี่ยวกับความก้าวหน้าและความก้าวหน้าในการพัฒนาเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องของประชาชน เนื่องจากเรื่องดังกล่าวไม่ได้มีความหมายใดๆ ภายใต้ระบบของภาครัฐในปัจจุบัน ต้องการเพียงผู้บริหารจัดการที่มีความแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิงเท่านั้น

ปัญหาประการแรกคือ รัฐศูนย์กลางและรัฐดาวเทียมใช้วิธีการแบบเสรีนิยมที่ไม่มีประสิทธิภาพในระบบเศรษฐกิจ หากมองอย่างฉาบฉวย คิดว่าภาคเอกชนสามารถสร้างความก้าวหน้ามากกว่าภาครัฐ แต่ในความเป็นจริง พลังทางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างรัฐดาวเทียม เช่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ รัฐศูนย์กลางอย่างจีน
จะเห็นว่ารัฐมีบทบาทและมีความสำคัญมาก ในแง่ของการสร้างความก้าวหน้าในการพัฒนาเศรษฐกิจ

ในขณะที่บางรัฐศูนย์กลางอย่างรัสเซียที่มีปริมาณการผลิตลดน้อยลง จนอยู่ในสถานะที่ไม่มีตัวเลือกอื่นๆ  เช่น การที่อุตสาหกรรมเคมีถูกทำลาย อุตสาหกรรมการบินที่แข็งแกร่ง แต่ตอนนี้เกือบจะขาดหายไป ขณะเดียวกัน รัฐอุกกาบาตก็สูญเสียอุตสาหกรรมประมงและอุตสาหกรรมการเกษตร 

สำหรับรัฐศูนย์กลางและรัฐดาวเทียม การพัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวหน้าอย่างจริงจังสามารถแก้ไขได้โดยฝ่ายค้านของรัฐบาลปัจจุบันเท่านั้น

ประสบการณ์ของหลายประเทศทางตะวันตกแสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกสามารถเกิดขึ้นได้หลังจากการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาล โดยเฉพาะในโปแลนด์และอิตาลี ที่ยกเลิกการเพิ่มอายุเกษียณหลังจากฝ่ายค้านชนะการเลือกตั้ง

โครงการระดับนานาชาติเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ สามารถดำเนินการได้ในเงื่อนไขปัจจุบัน โดยฝ่ายค้านทางการเมืองเท่านั้น ไม่มีตัวเลือกอื่น ในขณะที่รัฐอุกกาบาตทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐปัจจุบัน ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง เมื่อน้ำมันมีราคาแพงมากและมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

แม้แต่การปรับโครงสร้างทั้งประเทศ สร้างความก้าวหน้าในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับมาตรฐานการครองชีพ หากไม่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เป้าหมายเหล่านี้ก็ไม่สามารถบรรลุได้ แต่ภาครัฐสามารถมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมเหล่านั้นได้ ซึ่งจะให้ผลตอบแทนทางการเงินอย่างรวดเร็วและหลังจากนั้นก็จะมีชนชั้นที่สามารถกำหนดเงินเดือนด้วยตนเองเกิดขึ้น

เพื่อความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ภาครัฐอาจต้องฟื้นอุตสาหกรรมใหม่ แต่หากรัฐขาดอำนาจในการกำหนด ‘ความเป็นธรรม’ กับ ‘ขอบเขตเสรีภาพ’ ควบคู่กับ ‘อธิปไตย’ ก็ยากที่จะทำให้เกิดความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจได้จริง เพราะทุกๆ การตัดสินใจมีทั้งแรงดึงและแรงผลักอยู่ในตัวของมันเอง


 

 

เรื่อง : ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย


บทความแนะนำเกี่ยวกับการบริหารประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจ

น่าจะมีความผิดพลาดบางประการที่ทำให้ ‘เศรษฐกิจ’ ของเราเติบโตช้า

ทบทวน ‘นโยบายของประเทศ’ ที่จะยกระดับเศรษฐกิจ ลดความขัดแย้ง เชื่อมไทยเข้ากับโลก

ชวนมองอินเดีย 360 องศา ค้นหาโอกาสจากความสัมพันธ์ ไทย-อินเดีย พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปด้วยกัน