ถ้าธุรกิจทีวีดิจิทัล ธุรกิจโทรคมนาคมพัง อาจส่งผลกระทบให้พังทั้งระบบ และหากเอกชนไม่รอด แล้วใครจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ???


การแข่งขันทางเศรษฐกิจของทุกประเทศในโลก ‘ผู้ประกอบการเอกชน’ ล้วนเป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจหลักที่ผลักดันให้เกิดเม็ดเงิน เกิดภาษี และเกิดการพัฒนาประเทศ ดังนั้น จึงไม่มีภาครัฐที่ไหนจะปล่อยปะละเลยให้อุตสาหกรรมพังไปต่อหน้าต่อตา!!!

แนวคิดแบบกลัวจะโง่ แต่กลับโชว์ความคับแคบทางความคิด มองสั้นผ่าทางตันไม่ได้ ล้วนไม่มีใครได้ประโยชน์ รัฐยื่นมือเข้าไปช่วย ทีวีดิจิทัล โทรคมนาคม น่าจะถือเป็นผลงาน ปลดล็อคทางตันได้ แถมไม่มีใครเสียประโยชน์ แต่ไม่รู้ว่าคนที่ค้านจะค้านไปเพื่ออะไร?

รัฐมีหน้าที่สร้างสภาพแวดล้อม สร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ ทำให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้ ถ้าภาคเอกชนไปไม่รอด อุตสาหกรรมต่างๆ ก็จะได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ เป็นภาวะฟองสบู่แตก หลายครั้งภาครัฐจึงต้องเข้ามาช่วยแก้วิกฤต

โดยเฉพาะในกรณีนี้ที่ รัฐยื่นมือเข้ามาช่วยเยียวยาต่อลมหายใจภาคอุตสาหกรรมทีวีและโทรคมนาคม ซึ่งถือได้ว่า กำลังอยู่ในภาวะทะเลเลือดที่มีเทคโนโลยี Disruption และพวก OTT (Over-the-Top) ผู้ให้บริการที่เป็นคลื่นลูกใหมในวงการสื่อ ให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้ลงทุน ส่งผลให้อุตสาหกรรมทีวีพังทลาย โฆษณาหนีไปลงใน Social Network เช่น Facebook YouTube Line TV ภาพยนตร์ก็สามารถดูผ่านอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องมีกล่องใดๆ

ที่สำคัญ Internet TV ก็กลายมาเป็นคู่แข่งกับ Digital TV ที่รัฐเปิดประมูล!

เกือบทุกช่องจึงขาดทุน บางช่องถึงกับล้มเลิกกิจการ พนักงานตกงานกันมากมาย ทำให้สถานการณ์ทีวีดิจิทัล ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้ประกอบการจะต้องเผชิญภาวะ ‘กลืนเลือด’ แบกรับต้นทุนมหาศาล สวนทางรายรับที่ลดฮวบฮาบ เรตติ้งตกต่ำ คนดูน้อย ตอกย้ำธุรกิจว่าเข้าขั้นวิกฤตระดับ Red Alert!

ส่วนในอุตสาหกรรมสื่อสาร ผู้ให้บริการทั้ง Broadband และ Mobile มีต้นทุนเพิ่มอย่างมากตามการขยายตัวของ OTT ที่ทำให้ปริมาณการใช้งานผ่าน Mobile เพิ่มขึ้น จนคลื่นที่ได้มาจากการประมูลราคาแพงทั้ง 2100 MHz, 1800 MHz และ 900 MHz ไม่เพียงพอในระยะเวลาอันใกล้นี้ และการจัดเก็บรายได้ก็ไม่เพิ่มขึ้น

พิสุทธิ์ งามวิจิตรวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ ธนาคารกสิการไทย กล่าวว่า การที่รัฐบาลขยายเวลาการชำระออกไป แล้วคิดอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบายจากโอเปอเรเตอร์ ไม่ได้ทำให้รัฐเสียประโยชน์ เพียงแต่รัฐจะได้รับเงินในส่วนนี้ช้าออกไป นอกจากนี้ หากรัฐบาลต้องการไปสู่ 5G โดยเร็ว แต่ไม่ช่วยเหลือโอเปอเรเตอร์ เพียงเชื่อว่าในอนาคตคงมีผู้เล่นรายใหม่มาเพิ่มเติม เป็นความคิดที่ทำลายอุตสาหกรรมโทรคมนาคมอย่างชัดเจน

จังหวะนี้ แทนที่จะต่อว่ารัฐ ควรขอบคุณรัฐและองค์กรที่กำกับดูแลอย่าง กสทช. เพราะมาแก้ปัญหาร่วมกันและผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ โดยใช้มาตรา 44 เป็นออกซิเจนต่อลมหายใจให้แก่ผู้ประกอบการ ด้วยความพยายามคิดหาทางแก้ปัญหาวิกฤตของอุตสาหกรรมทีวีและโทรคมนาคม

แต่กลับมีนักวิชาการที่เรียกตัวเองว่า NGO วิจารณ์จากตำรา โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายจากอุตสาหกรรมสื่อทีวีและโทรคมนาคมฟองสบู่แตก ว่าความเสียหายของประเทศจะมีมากขนาดไหน

ไทยเราเข้าสู่ 3G ล้าหลังกว่าประเทศอื่น 10 ปี พอเปิดให้บริการ 4G เราล้าหลังกว่าประเทศอื่น 8 ปี ทำให้ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เอกชนต้องนำเงินลงทุนจำนวนมหาศาลมาลงในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเพื่อไล่กวดประเทศอื่นๆ ที่คุ้มทุนกันมาหมดแล้ว!

การเปิดบริการ 3G 4G ช้า ทำให้จุดคุ้มทุนของโอเปอเรเตอร์ช้าตามไปด้วย เพราะเพิ่งเปิดมา 2-3 ปี และต้องเตรียมเงินลงทุนเพิ่มเพื่อเข้าประมูล 5G ในขณะที่ของเดิมยังไม่คุ้มทุน แต่ความก้าวหน้าของประเทศรอไม่ได้ รัฐบาลจึงต้องก้าวมาช่วยเพื่อให้ประเทศเดินต่อไปข้างหน้า ทัดเทียมประเทศอื่นๆ ในโลก โดย ม.44 เปิดให้มีการผ่อนชำระ ไม่ได้ทำให้รัฐหรือใครเสียผลประโยชน์ ในทางตรงกันข้าม กลับต่อลมหายใจให้สื่อทีวีและการสร้างคอนเทนต์ ทำให้หมวดสื่อสารมีกำลังในการลงทุน 5G เพื่อพัฒนาประเทศต่อไป

ทั้งนี้ การผ่อนผันการชำระค่างวดเงินประมูล ไม่ได้เป็นการขอลดจำนวนเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ที่ต้องชำระให้แก่รัฐแต่อย่างใด แต่การที่ผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย ขอความช่วยเหลือเพื่อขยายจำนวนงวดชำระงวดสุดท้าย และพร้อมที่จะชำระดอกเบี้ยนโยบายที่รัฐกำหนด ซึ่งไม่ได้ทำให้รัฐเสียประโยชน์ ขณะเดียวกัน โอเปอเรเตอร์ยังคงปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช.กำหนดไว้เดิม โดยมีหลักประกันจากธนาคารให้แก่ กสทช. ครบถ้วนตามมูลค่าคลื่นที่ต้องชำระ

ดังนั้น การขอแบ่งชำระของโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 ราย จึงไม่ได้เป็นการผิดนัดการชำระจนต้องคำนวณเป็นอัตราดอกเบี้ยค่าปรับ (15%) หรือทำให้รัฐเสียประโยชน์จากการผิดนัด นอกจากนี้ หากต้องกู้ยืมเงินเพื่อมาชำระค่าคลื่นดังกล่าว ภาระทางการเงินในส่วนดอกเบี้ยจากการกู้เงิน จะอยู่ประมาณ 3-4% ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (1.5%) ไม่ได้เป็นตัวเลขความเสียหายจำนวนมากของรัฐตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด

จึงถือได้ว่า ม.44 เป็นการผ่าทางตัน ต่อลมหายใจให้ภาคอุตสาหกรรมไปต่อได้ โดยไม่มีใครเสียประโยชน์!!!


เรื่อง : Digital Watcher
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน ราชกิจจานุเบกษา