สาลิกาคาบข่าว Vol.107/62

130

MOU มหานครการบิน

อู่ตะเภาเจิ้งโจวหนุนอีอีซี

เกตเวย์อาเซียนเต็มรูปแบบ

www.eeco.or.th

ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังการเปิดงานการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ ครั้งที่ 13 (The 13th China Hernan International & Trade Fair) ณ เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นเวทีสำคัญเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับนานาชาติ  โดยอีอีซีได้เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและเชิญชวนให้นักลงทุนทั้งจีนและทั่วโลกเข้าลงทุนในพื้นที่อีอีซี ด้วยการแสดงนิทรรศการเพื่อให้ข้อมูลแก่นักลงทุน  เบื้องต้นมี 3 สาขาที่นักลงทุนให้ความสนใจ อาทิ สาขาการขนส่ง สาขาเทคโนโลยีการบิน สาขายานยนต์อนาคต ซึ่งสัญชาตินักลงทุนที่สนใจ ได้แก่ นักลงทุนจากจีนเป็นส่วนใหญ่ รองลงมาได้แก่ คาเมอรูน สิงคโปร์ และอัลจีเรีย เป็นต้น นอกจากนี้ระหว่างวันที่ 27-29 เมษายน 2562 จะมีการลงนามในบันทึกความร่วมมือ (MOU) เพื่อพัฒนามหานครการบินร่วมกันระหว่างเมืองการบินภาคตะวันออก (อู่ตะเภา) กับเมืองการบินเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน ระหว่าง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กับผู้ว่าการมณฑลเหอหนาน สนุบสนุนภูมิภาคอีอีซีให้เป็นประตู่สู่อาเซียนอย่างสมบูรณ์แบบ

ครม.อนุมัติ

รันเวย์ 3 สุวรรณภูมิ

เพิ่มศักยภาพรองรับ

94 เที่ยวบิน/ชั่วโมง

www.airportthai.co.th

พล..วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 17 เม.. 2562 มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอโครงการก่อสร้างทางวิ่ง (รันเวย์) เส้นที่ 3 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) วงเงินลงทุนรวม 21,795.94 ล้านบาท โดยเป็นการอนุมัติอย่างมีเงื่อนไข คือทอท.จะสามารถลงนามผูกพันในสัญญาก่อสร้างโครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ เมื่อรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการ หรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ (EHIA) ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) แล้ว ทั้งนี้ รันเวย์เส้นที่ 3 นี้จะมีศักยภาพรองรับเที่ยวบินได้ 30 เที่ยวบินต่อชั่วโมง เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะทำให้ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิมีศักยภาพรองรับเที่ยวบินได้ 94 เที่ยวบินต่อชั่วโมง จากปัจจุบันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2 ทางวิ่งรองรับเที่ยวบินได้ 64 เที่ยวบินต่อชั่วโมง

นักวิเคราะห์มองซีพี

ลงทุนรถไฟความเร็วสูงไม่ง่าย

เหตุเงินกู้ดอกเบี้ยสูง

ซีพี รถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน

ผู้สื่อข่าวรายงานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งใช้เงินลงทุนสูงถึง 2.24 แสนล้านบาท  โดยกลุ่มซีพีขอการสนับสนุนจากรัฐเพียง 1.17 แสนล้านบาท ต้องหาเงินมาลงทุนส่วนที่เหลืออีก 1.07 แสนล้านบาท คาดว่าซีพีต้องจ่ายดอกเบี้ยจากเงินกู้ยืม 3-4% หรือมีภาระดอกเบี้ยปีละ 3-4 พันล้านบาท ในระยะเวลา 5 ปีแรก ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่มีรายได้ นอกจากนี้ตามเงื่อนไขในปีที่ 5 ซีพีต้องเพิ่มทุน 4 หมื่นล้านบาท และต้องจ่ายค่าเดินรถให้แอร์พอร์ตเรลลิ้งอีก 1 หมื่นล้าน ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินโครงการนี้อาจไม่คุ้มค่ากับการลงทุนภายใต้การบริหารโครงการตามสัญญากำหนด 50 ปี เนื่องจากอัตราผลตอบแทนทางการเงินค่อนข้างต่ำ และต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท ขณะที่การบริหารพื้นที่ในมักกะสันและศรีราชาก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจไม่ให้ผลตอบแทนตามเป้าหมาย จึงเป็นที่น่าจับตามองว่ารัฐจะมีทางออกเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของเอกชนอย่างไร

กกพ.ไฟเขียว

รับซื้อไฟฟ้าขยะชุมชน

11 โครงการ 9 จังหวัด

จำหน่ายเข้าระบบสิ้นปี

aeitfthai.org

นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เปิดเผยว่า กกพ.มีมติเห็นชอบอนุมัติโครงการรับซื้อไฟฟ้า ภายใต้โครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชน จากพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเข้าร่วมโครงการจำนวน 9 จังหวัดทั่วประเทศ รวม 11 โครงการ คิดเป็นปริมาณที่รับซื้อได้รวม 68.90 เมกะวัตต์ จากกำลังผลิตติดตั้งรวม 83.04 เมกะวัตต์ และมีกำลังจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าสู่ระบบ (SCOD) ภายใน 31 ธันวาคม 2562 โครงการรับซื้อไฟฟ้าฯ ดังกล่าวเป็นผลสำเร็จของการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนแนวทางของรัฐบาลในการบริหารจัดการภาคพลังงานให้มีความมั่นคง และมีเสถียรภาพด้วยความพยายามที่จะเพิ่มความหลากหลายในการผลิตไฟฟ้า ควบคู่กับการกระจายแหล่งและประเภทเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า โดยที่ไม่พึ่งพิงแหล่งเชื้อเพลิงฟอสซิลประเภทใดประเภทหนึ่งมากเกินไป ทั้งยังสามารถที่จะส่งเสริมการลดปริมาณขยะมูลฝอยในชุมชนซึ่งเป็นปัญหาหลักของท้องถิ่น ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

รัฐวิสาหกิจนำส่ง

รายได้ครึ่งแรกปีงบฯ 62

กว่า 9.3 หมื่นล้าน

เกินเป้า 22%

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2562 (..61-มี..62) สคร.สามารถจัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดินจากรัฐวิสาหกิจและกิจการที่กระทรวงการคลังถือหุ้นต่ำกว่าร้อยละ 50 รวม 93,354 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการเงินนำส่งรายได้แผ่นดินสะสม 16,969 ล้านบาท หรือร้อยละ 22 ของประมาณการสะสม สำหรับรัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้แผ่นดินสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 22,842 ล้านบาท การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 12,924 ล้านบาท บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 11,679 ล้านบาท บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 10,500 ล้านบาท และธนาคารออมสิน 9,270 ล้านบาท รวม 67,215 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 72 ของเงินนำส่งรายได้แผ่นดินสะสมทั้งหมด

เอฟทีเอไทยตุรกี

รอบ 5 ฉลุย ไทยยื่นยกเลิกภาษี

ผัก/ผลไม้/เกษตรแปรรูป

นวัตกรรมอาหาร

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงผลการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทยตุรกี ครั้งที่ 5 ที่ตุรกี เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า การเจรจาคืบหน้าด้วยดี ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยเรื่องรูปแบบการเปิดตลาด และแลกเปลี่ยนข้อเสนอรายการสินค้าที่จะลดและยกเลิกการเก็บภาษีระหว่างกัน รวมทั้งแจ้งรายการสินค้าที่ต้องการให้แต่ละฝ่ายเปิดตลาดมากขึ้น ซึ่งไทยได้ใช้โอกาสนี้แจ้งว่าสนใจที่จะเห็นการเปิดตลาดเพิ่มขึ้นในสินค้าผัก ผลไม้ เกษตรแปรรูป พลาสติก เคมีภัณฑ์ ยางสังเคราะห์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น ซึ่งการจัดทำเอฟทีเอไทยตุรกี จะเป็นกลไกสำคัญช่วยให้การค้าสองฝ่ายขยายตัวจาก 1,427.02 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2561 เป็น 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2563 รวมทั้งช่วยเพิ่มโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะใช้ประโยชน์จากการเป็นประตูการค้าสู่ภูมิภาค โดยตุรกีสามารถใช้ไทยเป็นประตูการค้าไปสู่อาเซียนและประเทศสมาชิกอาร์เซ็ป (RCEP) ขณะที่ไทยสามารถใช้ตุรกีขยายการค้าสู่ทวีปตะวันออกกลาง แอฟริกาและยุโรปได้

จีนดันบริโภคภายใน

สู้สงครามการค้า

หนุนเศรษฐกิจ Q1

โตเกินค่าวิเคราะห์

GDP จีน

สำนักงานสถิติแห่งชาติ (เอ็นบีเอส) ของจีนรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ว่า อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อยู่ที่ 6.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ถือว่าดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เล็กน้อยว่าจะเติบโตที่ระดับ 6.3% โดยจีนได้เพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐในปีที่ผ่านมา และสั่งให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อมากขึ้น หลังจากความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจอ่อนแอลง ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะว่างงาน ซึ่งจะส่งผลลบต่อเสถียรภาพทางการเมือง รวมถึงเพื่อพยุงเศรษฐกิจในช่วงสงครามการค้ากับสหรัฐ ในขณะที่อีกด้านก็ได้รับปัจจัยเชิงบวกกระตุ้นให้ผลผลิตอุตสาหกรรมของเดือนมี..เพิ่มขึ้น 8.5% และการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนมากขึ้น ส่งผลให้อัตราการขายปลีกในช่วงเวลาเดียวกันเพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา