สำหรับการทำธุรกิจแล้ว หากต้องการให้ผู้คนยอมรับในสินค้าและบริการ นอกจากต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพของสินค้า ไปจนถึงการวางแผนกลยุทธ์การตลาดที่โดนใจกลุ่มเป้าหมาย เจ้าของกิจการนั้นควรให้ความสำคัญกับการ ‘สร้างแบรนด์’ ไม่น้อยไปกว่ากัน

เพราะแบรนด์ที่ดีจะเป็นตัวสะท้อนทุกอย่างให้คนทั่วไปรู้ว่า ธุรกิจของคุณคืออะไร มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนประเภทไหน สื่อไปจนถึงว่าทัศนคติในการนำเสนอสินค้าและบริการเป็นอย่างไร ด้วยเหตุนี้ ถ้าผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์ไม่รู้จักตัวตนของสินค้าและบริการที่ต้องการนำเสนอต่อตลาดตั้งแต่เริ่มต้น พลังงานที่ทุ่มเทไปในการทำตลาดแต่ละส่วนก็จะกระจัดกระจายไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และธุรกิจนั้นก็ยากที่จะมีคุณค่ายั่งยืนในใจ หรือเรียกง่ายๆ ว่าไม่สามารถเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งได้

เกริ่นมาแบบนี้ คงไม่ต้องบอกแล้วว่าการ ‘สร้างแบรนด์’ มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจอย่างไร ยิ่งในปัจจุบันนี้ เกิดธุรกิจใหม่ๆ จำนวนมาก ดังนั้น การสร้างความโดดเด่นให้กับแบรนด์สินค้าและบริการ จึงยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะกับสินค้าท้องถิ่น หรือ Local Product ซึ่งถือเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์สื่อถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่นนั้นๆ ก็ต้องมีกระบวนการสร้างแบรนด์ที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน จึงจะสร้างการรับรู้และยอมรับในหมู่ผู้บริโภคได้

และที่ผ่านมา มีเรื่องราวความสำเร็จของการสร้างแบรนด์ท้องถิ่น เพื่อเป็นต้นแบบให้กับสินค้าท้องถิ่นอื่นนำไปใช้ในการสร้างแบรนด์ให้ได้รับการยอมรับบ้าง โดยเราได้หยิบยกกรณีศึกษาแบรนด์ท้องถิ่นจีน ‘หาน มามา’ แห่งเมืองหานเฉิง มาบอกเล่าในรูปแบบที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง


‘ของดีท้องถิ่น + ไอเดียสร้างสรรค์ = ผลิตภัณฑ์แปลกใหม่’ สมการความสำเร็จของการ ‘สร้างแบรนด์’ ท้องถิ่น เมืองหานเฉิง มณฑลส่านซี ประเทศจีน

โมเดลความสำเร็จของการสร้างแบรนด์ทางฝั่งจีน เกิดขึ้นในเมืองเล็กๆ ทางทิศตะวันออกของมณฑลส่านซี ชื่อเมือง หานเฉิง (เขตการปกครองระดับจังหวัด (prefecture-level city) ของมณฑลส่านซี) ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา เมืองหานเฉิงพยายามยกระดับโครงสร้างประชากรและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่อดึงดูดแรงงานกลับถิ่นฐานและรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ขยายตัวขึ้นทุกปี เนื่องจากเมืองหานเฉิงเป็นที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ อาทิ สุสานซือหม่าเชียน ตั่งเจียชุน หรือเมืองโบราณ

และนอกจากจะมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่โดดเด่นแล้ว เมืองหานเฉิงยังได้รับอานิสงส์จากแม่น้ำเหลือง ทำให้มีสภาพภูมิศาสตร์เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชพันธุ์ที่เป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่งของจีนที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายนับพันปี ชื่อว่า “ฮวาเจียวต้าหงพ่าว” อีกด้วย

ฮวาเจียว เป็นพืชตระกูลเดียวกับส้ม ใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญของอาหารจีนหลายชนิด มีการเพาะปลูกกระจายอยู่ทั่วไปในจีน แหล่งปลูกฮวาเจียวที่สำคัญของจีนอยู่ในแถบภาคตะวันออก (มณฑลเจียงซูและเจ้อเจียง) และภาคตะวันตกเฉียงใต้ โดยเฉพาะมณฑลเสฉวน ไหหลำ และชิงไห่

แต่สำหรับเมืองหานเฉิง จะเป็นแหล่งปลูกสำคัญของพืชสายพันธุ์หนึ่งของ ฮวาเจียว คือ ฮวาเจียวต้าหงพ่าว (Piperis Dahongpao) หรือชื่ออื่นๆ เช่น 香椒 (พริกหอม) 大花椒 (พริกฮวาเจียวใหญ่) 山椒 (พริกภูเขา) ซึ่งเป็นฮวาเจียวชนิดหนึ่งนิยมปลูกมากที่เมืองหานเฉิง มณฑลส่านซี ลักษณะเด่นที่ทำให้ฮวาเจียวต้าหงพ่าวของเมืองหานเฉิงได้รับความนิยมเป็นเพราะมีเนื้อหนา เมล็ดเยอะ กลิ่นหอมฉุน แต่มี ‘รสชาลิ้น’ ที่พอเหมาะและออกฤทธิ์ได้นาน

และ ฮวาเจียวต้าหงพ่าว นี้เอง ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสินค้าท้องถิ่นและการสร้างแบรนด์อันบ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของเมืองหานเฉิง โดยรัฐบาลเมืองหานเฉิงเริ่มสนับสนุนอุตสาหกรรมแปรรูปฮวาเจียวต้าหงพ่าวอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อปี 2543 ผ่านการก่อตั้ง สนง. สมุนไพรฮวาเจียว (花椒局) เพื่อกำกับดูแลอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปฮวาเจียวต้าหงพ่าวของเมืองหานเฉิงโดยเฉพาะ ส่งผลให้ฮวาเจียวต้าหงพ่าวได้รับการผลักดันเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของเมืองหานเฉิงมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2561 เมืองหานเฉิงมีผลผลิตฮวาเจียวต้าหงพ่าวราว 3.5 ล้านตัน สร้างรายได้มากถึง 26,000 ล้านหยวน

ที่เครื่องเทศชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสรรพคุณของฮวาเจียวต้าหงพ่าว ที่ช่วยขับลมในลำไส้ แก้หวัด แก้วิงเวียนศีรษะ และสามารถนำมาชงดื่มเป็นยาลดไข้และแก้หวัดได้ นอกจากนั้น เมล็ดฮวาเจียวยังนิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของยาบำรุงหัวใจและบำรุงเลือดในตำรับยาสมุนไพรของจีน

ปัจจุบัน ฮวาเจียวต้าหงพ่าวเมืองหานเฉิงนอกจากจะผลิตออกมาในรูปแบบอบแห้งและแบบป่นเป็นผงจำหน่ายทั่วประเทศแล้ว ยังมีการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ จำหน่ายที่จุดบริการการท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมถึงบนแพลตฟอร์มออนไลน์ JD.com และ Taobao ภายใต้แบรนด์ “หาน มามา” (韩麻麻) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ Creative Economy แห่งเมืองหานเฉิง ก่อตั้งขึ้นโดย 韩麻麻花椒科技有限公司 (Han Mama Chinese Pepper Technology Co., Ltd.) ที่ในอดีตเป็นวิสาหกิจผู้ผลิตและแปรรูปฮวาเจียวต้าหงพ่าวแบบอบแห้งและป่นเป็นผง ต่อมาได้ Rebranding และเปิดตัวสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น

สินค้าแบรนด์ ‘หาน มามา’ ทุกวันนี้ เป็นทั้งตัวอย่างของวิสาหกิจท้องถิ่นและแบรนด์ท้องถิ่นที่สามารถนำพืชพันธุ์ท้องถิ่นอย่าง ฮวาเจียวต้าหงพ่าว มาพัฒนาและต่อยอดเป็นสินค้าต่างๆ อาทิ โยเกิร์ตฮวาเจียวต้าหงพ่าว ลูกอม ชาขิงผสมฮวาเจียว


กุญแจความสำเร็จการสร้างแบรนด์ท้องถิ่น ‘หาน มามา’ คือ ความร่วมมือจากทุกฝ่าย

โดยเคล็ดลับของการสร้างแบรนด์ท้องถิ่น หาน มามา แห่งเมืองหานเฉิง อยู่ที่ความร่วมมือกันของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน ดังนี้

  • กรมควบคุมคุณภาพ ตรวจสอบ และกักกันโรคแห่งชาติ (AQSIQ) ประกาศรับรองให้ “ฮวาเจียวต้าหงพ่าวเมืองหานเฉิง” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความคุ้มครองตามแหล่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) ซึ่งมีส่วนสร้างการรับรู้ถึงคุณค่าและอัตลักษณ์ที่ชัดเจนให้กับพืชท้องถิ่นชนิดนี้
  • กระทรวงเกษตรจีนอนุมัติให้จัดตั้ง “นิคมอุตสาหกรรมฮวาเจียวแห่งชาติเมืองหานเฉิง” (韩城市国家花椒产业园) เมื่อปี 2557 ด้วยงบประมาณ 5,000 ล้านหยวน ครอบคลุมพื้นที่ 1,220 หมู่ (ราว 500 ไร่) ปัจจุบัน นิคมฯ แห่งนี้เปรียบเสมือนศูนย์กลางรับซื้อวัตถุดิบ กำหนดราคากลางฮวาเจียวต้าหงพ่าวเมืองหานเฉิง เป็นที่ตั้งวิสาหกิจแปรรูปฮวาเจียวต้าหงพ่าว และเป็นศูนย์ตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ โดยร่วมมือกับ สนง. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมณฑลส่านซีตั้งแต่เริ่มก่อตั้งนิคมฯ ปัจจุบัน นิคมฯ แห่งนี้ยังคงเป็นฐานการปลูกและผลิตฮวาเจียวต้าหงพ่าวระดับชาติเพียงแห่งเดียวในจีน
  • ผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการผลิตสินค้าจาก ฮวาเจียวต้าหงพ่าว สร้างภาพลักษณ์ว่า แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่ไม่หยุดพัฒนาและไม่หยุดคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่มานำเสนอให้แก่ผู้บริโภคอยู่เสมอ โดยรัฐบาลเมืองหานเฉิงร่วมมือกับ BGI สถาบันวิจัยและพัฒนาจีโนมรายใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ในการพัฒนาสายพันธุ์ฮวาเจียวต้าหงพ่าวกว่า 88 สายพันธุ์ เพื่อเพิ่มน้ำหนักเนื้อฮวาเจียวต้าหงพ่าว (ขายได้ปริมาณเยอะขึ้น) เมล็ดเยอะขึ้น (เพิ่มความหอม) รวมไปถึงเพิ่มความต้านทานของสายพันธุ์ ด้วยการนำต้นกล้าฮวาเจียวต้าหงพ่าวที่ได้รับการพัฒนาแล้วจำนวน 271 ต้น ไปทดลองปลูกที่เมืองหานเฉิง รวมไปถึงในเมืองข้างเคียงด้วย

ปัจจุบัน สินค้าที่นำฮวาเจียวต้าหงพ่าวมาเป็นส่วนผสมหลักในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว และยังเคยได้ชื่อว่าเป็นสินค้าออนไลน์ยอดฮิต โดยเฉพาะ ‘โยเกิร์ตฮวาเจียวต้าหงพ่าว’ ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว ประจำปี 2561 (2018 Chinese Special Tourism Products)

ดังนั้น บทเรียนการสร้างแบรนด์ท้องถิ่นของจีนที่บอกเล่ามานี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า การสร้างแบรนด์ท้องถิ่น นอกจากจะต้องอาศัยความชัดเจนและความมุ่งมั่นของผู้ผลิตในท้องถิ่นเองแล้ว ถ้าต้องการให้เกิดความยั่งยืน ต้องอาศัยแรงสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนด้วย โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือในเรื่องของ นวัตกรรม เทคโนโลยี การออกแบบแนวใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แบรนด์และผลิตภัณฑ์ด้วย


ที่มา : เรียบเรียงจากบทความเรื่อง “มารู้จัก “ฮวาเจียวต้าหงพ่าว” พืชเศรษฐกิจทำเงินจากเมืองหานเฉิง มณฑลส่านซี” โดย THAILAND BUSINESS INFORMATION CENTER IN CHINA, XI’AN ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน เผยแพร่ในเว็บไซต์ thaibizchina.com (13 MAR 2019)


เรียนรู้ บทเรียนการสร้างแบรนด์จากประเทศจีน ในหลากหลายแง่มุมกันต่อ

Made in China 2025 (MIC 2025) กับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยปี 2019 ความเชื่อมโยงในรูปของโอกาสทางการค้าที่มากขึ้น

ถอดบทเรียนจากผู้รู้ ‘ฉู่ สือเจี้ยน’ บิดาผู้ยกระดับ ‘ส้มเช้งจีน’ ด้วยนวัตกรรม มันสมองและสองมือ

‘ชิงต่าว’ เมืองเบียร์ที่น่าศึกษา แต่รู้จักในฐานะ ‘ศูนย์โลจิสติกส์อัจฉริยะ’ แห่งอนาคตไว้จะยิ่งดี

Previous articleสาลิกาคาบข่าว Vol.109/62
Next articleโมเสส สวมสตั๊ด
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์