‘Thailand Riviera’ เป็นชื่อที่รองนายกรัฐมนตรีสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ คิดขึ้นมาชั่วคราว แล้วสั่งให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศ (ททท.) ไปคิดชื่อถาวรและผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็ว


แต่จนถึงวันนี้ ทุกคนยังคงเรียกชื่อโครงการนี้ว่า Thailand Riviera

ด้วยคอนเซ็ปต์ของโครงการที่ต้องการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเลียบทะเลฝั่งตะวันตก ซึ่งมีการแบ่งเป็น 2 เฟส คือ ‘เฟส 1 ช่วงเพชรบุรีชุมพรระนอง’ และ ‘เฟสที่ 2 ช่วงชุมพรสงขลา’ ต่อมามีการเพิ่มส่วนต่อขยายช่วงสมุทรปราการสมุทรสาคร เมื่อรวมระยะทางตั้งแต่แม่น้ำเจ้าพระยาถึงแม่น้ำโกลก มีระยะทางประมาณ 1,500 กิโลเมตร

เป้าหมายคือ ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในเส้นทางดังกล่าว จากเดิมที่กระจุกตัวอยู่ในจังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้กระจายไปยังจังหวัดข้างเคียง เข้าสู่จังหวัดระนองชุมพร ในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเล ซึ่งผ่านเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนมีนาคม 2561

โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรเห็นว่า แนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวในเขตฝั่งทะเลตะวันตก หรือ Thailand Riviera นอกจากจะช่วยกระจายนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองรองแล้ว ยังเป็นการกระจายรายได้จากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ พัฒนายกระดับมาตรฐานการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวโดยรวม


Khang Khao Island (Bat Island), Ranong Province, Thailand

ศักยภาพ 4 จังหวัดทาบอิตาลี – ฝรั่งเศส

ขณะที่การศึกษาความเป็นไปได้ของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา พบว่าศักยภาพของพื้นที่ 4 จังหวัดคือเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และชุมพร หากมีการพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มรูปแบบจะสามารถเป็นแหล่งพักตากอากาศที่มีคุณภาพเช่นเดียวกับ French Riviera และ Italian Riviera กันเลยทีเดียว

เนื่องด้วยมีความหลากหลายของสถานที่และกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เชิงวัฒนธรรม เชิงประวัติศาสตร์ เชิงกีฬา และการท่องเที่ยวโดยชุมชน

โดยมีแนวคิดการพัฒนาคือ เน้นกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ยึดรูปแบบการท่องเที่ยวโดยใช้รถยนต์และรถไฟ รวมถึงมีเลนจักรยานเพิ่มเติมสำหรับการท่องเที่ยวเชิงสปอร์ต พัฒนาเส้นทางการคมนาคมขนส่งที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างสะดวก รวมทั้งการสร้างภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายสูง (High End) ในรูปแบบหรูหรา มีคุณภาพ และหลากหลาย ยกตัวอย่าง 5 แหล่งพักผ่อนระดับเวิลด์คลาส ดังนี้

  • แอ่งชื่นสุขวารี (ชุมพรระนอง) เน้นการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ เนื่องจากมีแหล่งนํ้าพุร้อน และทรัพยากรทางทะเลที่มีความสมบูรณ์
  • แอ่งแดนวังวันวาน (เพชรบุรีชะอำหัวหิน) เน้นแนวคิดถวิลหาอดีตจากจุดเด่นพระราชวัง 5 รัชกาล ศิลปะช่างสิบหมู่ ชุมชนท้องถิ่น
  • แอ่งเพชรคีรีบุรีสุข (หาดชะอำหาดหัวหินหาดปราณบุรี) เน้นแนวคิดชายหาดสำหรับครอบครัว
  • แอ่งสนุกสมุทรนิเวศ (ประจวบคีรีขันธ์ชุมพร) เน้นแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเล
  • แอ่งสำราญตะนาวศรี (แก่งกระจานป่าละอูกุยบุรี) เน้นแนวคิดยิ่งเที่ยว ยิ่งเขียว ในผืนป่าตะวันตก

Ranong hot spring, landmark of Ranong province Thailand

วางแผนแม่บทระยะยาว 20 ปี

สำหรับแผนแม่บทการพัฒนา Thailand Riviera กำหนดกรอบระยะเวลาไว้ทั้งหมด 20 ปี แบ่งเป็น

  • ระยะสั้น (1-5 ปี)
  • ระยะปานกลาง (6-10 ปี)
  • ระยะยาว (11-20 ปี) 

โดยแผนงานโครงการเร่งด่วนในปีงบประมาณ พ.. 2563 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวบรวมแผนงาน/โครงการสำคัญที่ควรได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 45 โครงการ วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 170.69 ล้านบาท จำแนกเป็น

  • .เพชรบุรี จำนวน 10 โครงการ วงเงิน 53.74 ล้านบาท
  • .ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 11 โครงการ วงเงิน 43.95 ล้านบาท
  • .ชุมพร จำนวน 18 โครงการ วงเงิน 53 ล้านบาท
  • .ระนอง จำนวน 6 โครงการ วงเงิน 20 ล้านบาท

เปิดมุมมองการท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยง

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ มองว่าในระยะที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาในพื้นที่เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ปีละ 5-6 ล้านคน แล้วจบทริป ไม่ต่อยาวลงไปถึงพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง จึงมีแนวคิดจะขยายพื้นที่หัวหินเพชรบุรีให้เป็นจุดต้นทาง เพื่อให้คนเริ่มต้นการท่องเที่ยวลงไปพื้นที่ภาคใต้ตอนบนและภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมักจะขับรถยนต์มาและสนใจแต่ฝั่งทะเล ไม่เคยมองฝั่งแนวเขาตะนาวศรี จึงมีแนวคิดอยากพัฒนาท่องเที่ยวแบบชุมชนในฝั่งแนวเขาตะนาวศรีซึ่งมีหมู่บ้าน ชุมชน อัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยจะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งทั้งทางเรือ รถยนต์ และทางรถไฟ อาทิ รถไฟทางคู่นครปฐมชุมพร หรือ โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพหัวหิน ที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ปี พ.ศ. 2565 เพื่อให้เศรษฐกิจทั้งระบบเชื่อมต่อกันอย่างลงตัว


ท่องเที่ยวปี 2562 ตั้งเป้ารายได้ 3.4 ล้านล้านบาท

การท่องเที่ยวถือเป็นอีกหนึ่งรายได้หลักของเมืองไทย ในปีนี้ ททท. ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 3.4 ล้านล้านบาท หรือเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% โดยเป็นรายได้จากไทยเที่ยวไทย 1.18 ล้านล้านบาท ที่เหลือ 2.22 ล้านบาท เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะเข้ามาเที่ยวเมืองไทย 40.37 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.54%

ถ้าโครงการ Thailand Riviera เปิดให้บริการ พร้อมกับการขยายสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจอีกมหาศาล!!!


ชอบท่องเที่ยวใช่ไหม เรามีบทความแนะนำ

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ส่องทางรอดธุรกิจท่องเที่ยว ปรับตัวรับ ‘การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)’

พลิกฟื้น ‘บ้านโป่งลึก-บางกลอย’ จากพื้นที่อุดม ‘ปัญหา’ สู่พื้นที่อุดม ‘ปัญญา’ ด้วยการท่องเที่ยว

ยุทธศาสตร์ยกระดับ ‘การท่องเที่ยวในอีอีซี’ ดันท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีเข้าพื้นที่ พัฒนา ‘วงแหวนท่องเที่ยวอีอีซี’ อย่างยั่งยืน