เทคโนโลยี 5G มีคุณสมบัติหลักที่น่าสนใจ คือ สามารถใช้สำหรับกิจกรรมออนไลน์ที่ใช้แบนด์วิตท์จำนวนมากได้ เช่น การรับชมวิดีโอหรือการเล่นเกมออนไลน์ โดยผู้ใช้บริการจะได้สัมผัสคุณภาพของบริการเทียบเท่าการใช้งานผ่านโครงข่ายใยแก้วนำแสง (Fibre-optic) ซึ่งมีความเร็วมากกว่าเทคโนโลยี 4G เกิน 10 เท่า”

คำนิยามของเทคโนโลยี 5G ที่หยิบยกมานี้ สามารถบอกได้ในเบื้องต้นว่า ประสิทธิภาพของเทคโนโลยี 5G จะเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของประเทศไทยได้อย่างไร ซึ่งแม้ว่าปัจจุบัน 5G จะยังไม่เปิดให้ใช้บริการในบ้านเรา ทว่า ผู้คนทั่วโลกก็ต่างให้ความสนใจ เตรียมการตั้งรับว่าจะใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีนี้ในแง่ใดได้บ้าง โดยเฉพาะใช้ในการขับเคลื่อนเทคโนโลยียุคใหม่ที่ทำให้เกิด “การเชื่อมต่ออัจฉริยะ” เอื้อต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกมากขึ้น


ผลการศึกษายืนยัน อิทธิฤทธิ์ เทคโนโลยี 5G เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจโลก 2.2 ล้านล้านดอลลาร์

จากผลการศึกษาในหัวข้อ The Mobile Technology 2019 ของสมาคมจีเอสเอ็มเอ (GSMA) ตัวแทนผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วโลก ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยี 5G กินส่วนแบ่งตลาดอุตสาหกรรมโมบายล์โลกถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี ค.ศ. 2025 เนื่องจากจะมีจำนวนเครือข่าย 5G ที่ทยอยเปิดตัว มีอุปกรณ์อัจฉริยะมารองรับเพิ่มขึ้น และยังคาดการณ์ว่าจะมีถึง 16 ประเทศทั่วโลกที่เปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์ภายในปีนี้

โดย ประเทศเกาหลีใต้ เป็นประเทศแรกที่เปิดตัวเครือข่าย 5G ตามมาด้วย สหรัฐอเมริกา ซึ่งเปิดตัวในปีเดียวกัน คือ 2561 และคาดว่าโมบายล์โอเปอเรเตอร์ทั่วโลกจะต้องใช้เม็ดเงินลงทุนราว 160 พันล้านดอลลาร์ต่อปี สำหรับการขยายและอัปเกรดเครือข่ายการสื่อสาร

การสำรวจนี้ยังคาดการณ์ 5G ทั่วโลก ในประเด็นต่างๆ ดังนี้

  • 5G จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจโลกสูงถึง 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในอีก 15 ปีข้างหน้า และกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่จะขับเคลื่อนโดย 5G คือ ภาคการผลิตและการบริการทางการเงิน
  • มูลค่าตลาด 5G ทั่วโลกจะพุ่งแตะ 1.4 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี 2025 และจะมีสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G คิดเป็นสัดส่วนราว 15 เปอร์เซ็นต์
  • สมาร์ทโฟนราว 30 เปอร์เซ็นต์ ที่เชื่อมต่อเครือข่าย 5G จะอยู่ในตลาดจีน ยุโรป ขณะที่ 50 เปอร์เซ็นต์ของการเชื่อมต่อ 5G จะอยู่ในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก
  • 4G ยังครองส่วนแบ่งในตลาดโลกสูงสุด และภายในปี 2025 คิดเป็นสัดส่วนแล้วจะมีมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ 
  • ภายในปี 2025 เครือข่าย 5G จะมีสัดส่วนครอบคลุมภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในสัดส่วนราว 15 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ 4G ยังครองส่วนแบ่งมากที่สุดในภูมิภาคนี้ราว 67 เปอร์เซ็นต์

และขณะนี้ทั่วโลกมีสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G จากแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำ ได้แก่ Samsung S10 ซึ่งมีจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว นอกจากนั้น มีอีก 5 รุ่น ซึ่งยังไม่มีจำหน่ายในไทย ได้แก่ Huawei Mate x, Xiaomi Mi Mix 3 ZTE, Axon 10 Pro และ VIVO APEX 2019


อัปเดตเทคโนโลยี 5G ในบริบทประเทศไทย อีกนานแค่ไหนเราจะได้ใช้?

เอกสารวิชาการเรื่อง “เทคโนโลยี 5G กับผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย : Smart Contract และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่ออุตสาหกรรมไทย” เผยแพร่ในเว็บไซต์ กสทช. (ปี 2561 ไตรมาส 2) ให้ข้อมูลด้านเทคโนโลยี 5G ในไทยไว้ ดังนี้

เทคโนโลยี 5G จะไม่เข้ามาแทนที่ 3G และ 4G ทั้งหมด แต่ด้วยประสิทธิภาพที่สูงกว่าทั้งด้านของความสามารถในการรองรับข้อมูลและความรวดเร็วในการรับ-ส่งข้อมูล 5G จะเข้ามามีบทบาทเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการต่อยอดไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตในหลายด้าน เพราะ 5G สามารถรองรับการทำงานที่หลากหลายและการเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมหาศาล อาทิ IoT จึงเชื่อว่า 5G จะก่อให้เกิดผลกระทบเชิงคุณภาพ เปลี่ยนแปลงระบบ Ecosystem ผ่านการเปลี่ยนแปลงกฎกติกาต่างๆ ที่ใช้เป็นกรอบการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ด้วยการคำนวณจากผลงานวิจัยของสถาบัน IHS เป็นหลัก สำนักงาน กสทช. คาดว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจาก 5G ในประเทศไทยจะเกิดขึ้นจากการประยุกต์ใช้ในรูปแบบของ Smart Contract เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่าจะเริ่มใช้งานในประเทศไทยได้ในปี 2563 และจะใช้งานอย่างแพร่หลายภายใน 15 ปี คือ ในปี 2578 ซึ่งจะสร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจไทยถึง 2.3 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมการผลิต การค้าและการเงิน รวมถึงภาคโทรคมนาคมก็จะได้รับประโยชน์และมูลค่าเพิ่มสูงสุดด้วย

5G จะทำให้การส่งผ่านข้อมูลระหว่างกัน real time มากขึ้น จึงเหมาะกับงานที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงและต้องมีความผิดพลาดน้อยหรือเกือบเป็นศูนย์ เช่น ระบบควบคุมรถยนต์ไร้คนขับ ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือระบบการแพทย์ระยะไกล 

ระบบดังกล่าวนี้ หากพัฒนาให้เกิดขึ้นได้จริง ในอนาคตจะมีประโยชน์อย่างมากต่อเศรษฐกิจและสังคม เทคโนโลยี 5G จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ใช้ในการพัฒนานวัตกรรมอัจฉริยะต่างๆ ดังที่กล่าวมา ให้เกิดขึ้นได้จริง ตลอดจนมีความสมบูรณ์และปลอดภัยในการใช้งานด้วย

ความแม่นยำสูงของเทคโนโลยี 5G ยังเอื้อให้ภาคธุรกิจสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ โดยเฉพาะในส่วนของการพัฒนาประเทศหลายด้าน เช่น

  • ระบบสาธารณูปโภค 5G จะช่วยสนับสนุนด้านการบริหารพลังงานและระบบจ่ายไฟอัจฉริยะ ซึ่งสามารถควบคุมการจ่ายไฟได้ตามช่วงเวลาการใช้งานและง่ายต่อการควบคุม ช่วยให้ประเทศประหยัดพลังงานได้มาก
  • ระบบการแพทย์และสาธารณสุข ส่วนของระบบการแพทย์และสาธารณสุข 5G จะใช้กับการแพทย์ระยะไกล การผ่าตัดหรือการรักษาโดยใช้หุ่นยนต์หรือใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง นอกจากนั้น ในอุปกรณ์อัจฉริยะที่ใช้สวมใส่ต่างๆ (smart wearable) ยังช่วยในการตรวจสอบ ตรวจวัด และเฝ้าระวังดูแลสุขภาพทั่วไปของผู้สวมใส่ได้เช่นกัน
  • ระบบยานพาหนะและการขนส่ง นำมาใช้ในการพัฒนาในเรื่องของรถยนต์ไร้คนขับอย่างต่อเนื่อง

ในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจไทย สำนักงาน กสทช. ในฐานะหน่วยงานจัดสรรคลื่นความถี่ซึ่งเป็นทรัพยากรที่จำเป็นอย่างยิ่งในการให้บริการเทคโนโลยี 5G จะต้องดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มเติม รวมถึงบริหารจัดการให้เกิดการใช้งานคลื่นความถี่ที่รองรับเทคโนโลยี 5G ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ย่าน 3.5 GHz 26 GHz 28 GHz ซึ่งจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลแบบชาญฉลาด หรือ Smart Digital Economy ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ต่อไป


ที่มา :


ยังมีบทความนำเสนอเกี่ยวกับเทคโนโลยีแห่งยุค 5G ที่คนทั่วโลกรอคอยกันอีก

5G Used Case : เผย 6 ตัวอย่างการใช้งานเครือข่าย AIS ก่อนเป็นเมืองอัจฉริยะ

สำรวจ ‘ศูนย์ทดสอบ 5G’ ที่ ม.เกษตร ศรีราชา อยากรู้เหมือนกันไหมว่า แต่ละองค์กรใช้ 5G สร้างประโยชน์ด้านใด

‘ศรีราชา’ พื้นที่แรกในไทยที่ได้ทดสอบการใช้งาน 5G