“ผมต้องการให้หุ่นยนต์เป็นเพื่อนกับเด็กๆ ได้ ที่เลือกใช้คำว่า ‘Mojo’ เพราะมีความหมายว่า เจ๋ง เป็นคำสแลงที่บอกว่า น่าทึ่ง เหมือนมีเวทมนตร์ เมื่อรวมกับ Robot จึงเป็น Mojobot เพื่อสื่อว่า อยากให้หุ่นยนต์ทำอะไรก็แค่ใส่คำสั่งเข้าไป หุ่นยนต์ก็จะทำงานอัตโนมัติเหมือนมีเวทมนตร์ครับ” ดร.ภู เอี่ยมเจริญยิ่ง ชายหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ ที่หลงใหลการสร้างและออกแบบหุ่นยนต์ (Robot) อธิบายชื่อหุ่นยนต์และบอร์ดเกมที่เขาสร้างขึ้น


กูรูด้าน Robot ที่เราอยากพาไปทำความรู้จัก

ดร.ภู เอี่ยมเจริญยิ่ง เรียนจบปริญญาเอกด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์ มหาวิทยาลัยบาธ (University of Bath) สหราชอาณาจักร เป็นคนหนุ่มไฟแรงที่รอบรู้ด้านการเขียนโปรแกรมเพื่อประดิษฐ์และควบคุมหุ่นยนต์ (Robotics) มีประสบการณ์ด้านการออกแบบหุ่นยนต์เพื่อใช้ในภาคอุตสาหกรรม ต่อมา ดร.ภูออกมาก่อตั้ง บริษัท โปรเจ็ค แล็บ จำกัด (Project Lab Co., Ltd.) เพื่อสอนวิชา STEM (Science – Technology – Engineer – Math), Robotics และ Coding เพราะเห็นว่าความสามารถด้านเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศไทยในระบบเศรษฐกิจโลก ทั้งยังนำทีมคิดค้น Mojobot บอร์ดเกมที่มีหุ่นยนต์อัจฉริยะสอน Coding เป็นผลิตภัณฑ์แรกของบริษัท

ภู Mojobot


 

mojobot_original
Smart Robot – หุ่นยนต์ Mojobot เป็นหุ่นยนต์ที่ฉลาด สามารถเดินและเลี้ยวได้อย่างแม่นยํา จึงไปตามจุดที่ผู้เล่นต้องการได้เป๊ะๆ เนื่องจากมีเซ็นเซอร์ที่คอยตรวจจับแผ่นที่และมีระบบควบคุมที่คอยปรับเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหว

สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่า Coding คืออะไร

Coding คือ การป้อนคําสั่งเข้าไปในคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทํางานตามคําสั่งที่เรามอบหมาย โดยผู้เขียนโปรแกรมจะต้องเรียงลําดับคําสั่งที่ต้องการ และถ้าโปรแกรมมี logic ที่ถูกต้อง ระบบก็จะทํางานได้จริง โดยมีอาวุธสําคัญที่ต้องใช้อยู่ในทุกภาษาโปรแกรม ไม่ว่าจะเป็น C, Python, Java คือ

  • Loop หรือ Repeat คือ การทําให้โค้ดวนไปเรื่อยๆ
  • If statement คือ การทําให้โค้ดสามารถตัดสินใจเองได้อัตโนมัติ
  • Wait ทําให้โค้ดรอตามเวลาหรือเงื่อนไข
  • Variable and Maths ใช้ตัวแปร ตัวเลขและคณิตศาสตร์

เทคโนโลยีหลังบ้านของ Mojobot มีอะไรบ้าง ใช้ Machine Learning ด้วยหรือเปล่าคะ?

Mojobot จะเดินบนแผนที่ ดังนั้นก็จะมีระบบอัลกอริทึมในการแทร็กแผนที่ มีระบบเซ็นเซอร์ มีการควบคุมด้วยระบบวิศวกรรมทำให้หุ่นยนต์เคลื่อนที่ได้อย่างแม่นยำ เรียกได้ว่า Mojobot เป็นสมองกลอัจฉริยะ แต่ไม่ใช่ Machine Learning นะครับ เพราะไม่สามารถเรียนรู้ได้ ทำตามคำสั่งได้อย่างเดียว แล้วผมก็สร้างระบบภาษาโปรแกรมใหม่ (Programing Language) จากที่ปกติต้องป้อนคำสั่งเข้าไป แต่ Mojobot มี Token ช่วยออกคำสั่งได้เพราะเป็นแม่เหล็ก แล้วตัวหุ่นยนต์ก็จะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับแม่เหล็กอยู่

mojobot

กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร วิธีเล่นเป็นอย่างไร?

ตั้งแต่ 4 ขวบขึ้นไปก็เล่นได้แล้วครับ ไม่จำกัดอายุ เด็กๆ เล่นอาจจะสั่งให้หุ่นยนต์เดินหน้า ถอยหลัง หยิบของ เล่นคนเดียวก็ทำภารกิจต่างๆ ได้ โตกว่านั้นก็แก้ปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้นได้ สั่งให้ทำงานอัตโนมัติไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเล่นกับเพื่อนอาจจะแข่งกันว่าใครทำภารกิจได้มากกว่ากัน จะเล่น 3 คน 4 คนก็ได้ และยิ่งเล่นก็จะยิ่งมีภารกิจมากขึ้น ใช้คำสั่งที่มีความซับซ้อนมากขึ้นได้เรื่อยๆ เช่น การเปิดไฟ ปิดไฟ หรือ 6 – 7 ขวบมาเล่นอาจเพิ่มคำสั่งวนลูป เพิ่มการตัดสินใจ ทั้งยังสั่งเดินได้อัตโนมัติเหมือนหุ่นยนต์ในโรงงาน เวลาเล่นก็จะนับคะแนนหรือให้เป็นดาว สมมติตั้งไว้ 5 ดาว 10 ดาว ถ้าใครทำได้ถึงจำนวนที่กำหนดก่อนก็ชนะ เป็นเกมที่ผู้เล่นสามารถปรับเวลาและคะแนนตามที่ต้องการได้ จะแทร็กคำสั่งต่อไปเรื่อยๆ ต่อบอร์ดเสริมเข้าไปก็เล่นได้ไม่รู้จบ

mojobot ภู เอี่ยมเจริญยิ่ง

mojobot ภู เอี่ยมเจริญยิ่ง

เด็กๆ อาจโฟกัสอะไรได้ไม่นาน Mojobot จูงใจให้เด็กมีสมาธิเล่นนานแค่ไหน?

ปกติเด็กอยู่ในห้องเรียนจะมีสมาธิได้ 30-40 นาที แต่เวลาเขาเล่น Mojobot เราพบว่าเขาเล่นติดกันเกิน 2 ชั่วโมง แล้วก็ขอด้วยว่า จะไม่หยุดเล่น (ยิ้มกว้าง) เพราะฉะนั้น มันเป็นการเรียนรู้ที่เด็กโฟกัสมาก แต่เขาไม่รู้ตัวว่าเขากำลังเรียนอยู่

ภู Mojobot

เห็นว่าอยู่ในแผนระดมทุนบน Kickstarter.com สมัครเข้าไปยากไหม ถ้าอยากสนับสนุน มีอะไรให้เลือกบ้าง?

ผมเขียนโปรเจกต์จริงของ Mojobot ส่งไปให้ Kickstarter.com รีวิว ผ่านแล้วก็เขาเผยแพร่ให้ ผู้สนใจทั่วโลกสามารถเลือกสนับสนุนแล้วรับ Mojobot ได้ 3 แบบ แบบแรก Basic Set เหมาะกับเด็ก 4 – 7 ขวบ, แบบที่ 2 Complete Set สามารถทำให้ซับซ้อนขึ้น ต่อโค้ดให้ยาวขึ้นได้ เหมาะกับเด็กที่โตขึ้นจนถึงวัยผู้ใหญ่ และ แบบที่ 3 Classroom Set เหมาะสำหรับโรงเรียนเพราะมีให้เล่น 5 ชุด

เท่าที่ดูบนเว็บ มีผู้ลงทุนใน Kickstarter ประมาณ 100 รายแล้ว แต่ก็ยังต้องการอีก?

ใช่ครับ มีทั้งคนไทยและคนต่างชาติเข้ามาลงทุน ขั้นต่ำก็เริ่มต้นที่ Basic Set 100 ดอลลาร์ฮ่องกง (13 ดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 4,000 บาท หากผู้ลงทุนมีไอเดียอะไรเพิ่มเติมก็ยินดีรับฟังครับ นี่ก็รอให้โปรเจกต์สำเร็จอยู่ (ยิ้ม) แต่ผู้ลงทุนจะไม่โดนตัดเงินจนกว่าโปรเจกต์จะสำเร็จนะครับ และเมื่อระดมทุนได้ตามแผนภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ผมก็จะส่งมอบ Mojobot ให้ในเดือนกรกฎาคมครับ

ทำไมจึงไม่หานักลงทุนที่พร้อม ‘เปย์เงินก้อน’ แต่เลือกเข้าไประดมทุนผ่าน Kickstarter?

เคยหาและเคยคุยหลายคน แต่ก็ยากอยู่ เพราะเราเป็นบริษัทเล็กๆ อีกอย่าง ถ้าเป็นนักลงทุนอาจจะขอแลกกับการเป็นหุ้นส่วน อย่างที่บอก บริษัทของผมยังเป็นบริษัทเล็กๆ จึงคิดว่านำมาประกาศระดมทุนใน Kickstarter จะเหมาะกว่า

อะไรบ้างที่เป็นความยาก ความท้าทาย เมื่อต้องการให้ Mojobot ออกสู่ตลาด?

ตอนแรกก็ด้านวิศวกรรมครับ แต่ตอนนี้เรื่อง PR, Marketing เพราะผมไม่ทราบมาก่อนก็ต้องเรียนรู้ต่อไป และนี่ก็เป็นแคมเปญแรกของผม ใครสนใจก็ติดต่อได้นะครับ ลองดูข้อมูลก่อนทางเว็บไซต์ www.kickstarter.com/projects/projectlab/mojobot-tangible-coding-robot หรือ www.facebook.com/MojobotOfficial 



นอกจาก Mojobot ทราบว่าคุณภูยังมุ่งสอนเด็กไทยให้มีความรู้ด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง

ใช่ครับ ผมสอนตั้งแต่เด็ก 4 ขวบ จนถึงผู้ใหญ่อายุ 60 ปี สอนแบบ Project Based ไม่ได้เน้นสอนว่า เทคโนโลยีเป็นอย่างไร แต่เป็นการสอนแบบให้ลงมือประดิษฐ์ เรียนรู้ด้วยการสร้างของเลย จัดเป็น STEM Education คือ แนวคิดด้านการเรียนการสอนที่เน้น Science – Technology – Engineer – Math กลุ่มวิชาที่ทำให้เกิดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ อย่างคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน รถยนต์ เครื่องบิน กูเกิล เฟซบุ๊ก และตอนนี้ภาคการศึกษาในไทยก็กำลังบรรจุวิชา ‘วิทยาการคำนวณ’ (Computer Sciences) เข้าไปในหลักสูตรด้วย

mojobot

สอนที่ไหน ถ่ายทอดทักษะด้านใดบ้างคะ?

ก็ไปตามโรงเรียนต่างๆ ทั้งโรงเรียนในสังกัดของภาครัฐและเอกชน เช่น โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ โรงเรียนในเครือสารสาสน์ โรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์ โรงเรียนปัญญาประทีป โรงเรียนอำนวยศิลป์ ผมสอนสร้างหุ่นยนต์ เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เขียนโปรแกรมเกม ปีที่แล้วผมทำงานให้ EEC INNOVATION YOUTH CAMP หรือ ค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมใหม่ด้วยนะครับ ค่ายนี้มี 4 หลักสูตร ผมสอนหลักสูตรเทคโนโลยีเกมและแอนิเมชัน รวมแล้วมีผู้เรียนราวๆ 4,000 คน 

ด้านครูผู้สอนชาวไทย มีความรู้และความพร้อมที่จะสอนเทคโนโลยีให้แก่เด็กๆ มากน้อยแค่ไหน?

mojobot

ยังขาดความพร้อมครับ ผมจึงทำงานเพื่อสอนครูไปด้วย โดยเริ่มจากโรงเรียนเอกชนในสเกลเล็กๆ แต่ถ้าอยากสร้างความเปลี่ยนแปลง คิดว่าต้องเข้าไปสอนที่โรงเรียนในสังกัดภาครัฐ จัดทำคอร์สเพื่อสอนครูโดยเฉพาะ ถ้าทำได้คิดว่าน่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อีกมาก แต่ตอนนี้ก็ทำคอร์สออนไลน์ให้ครูเข้ามาเรียนได้ก่อน

สอนเด็ก สอนครู แล้วผู้ปกครองมีคำถามไหม?

แต่ก่อนผู้ปกครองมักจะถามว่า “เรียนหุ่นยนต์แล้วได้อะไร ลูกฉันไม่ได้ไปเป็นโปรแกรมเมอร์หรือไปสร้างหุ่นยนต์หรอก” ที่ถามอย่างนั้นเพราะผู้ปกครองมักคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว เป็นไปได้ยาก แต่ตอนนี้ผู้ปกครองเริ่มตื่นตัวมากขึ้น เข้าใจมากขึ้น พักหลังๆ ผมได้ยินคำถามเหล่านี้น้อยลงเยอะ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะยุคดิจิทัลที่ทำให้รับรู้เรื่องเหล่านี้มากขึ้นด้วย

ภู Mojobot

มุ่งสอนเด็กและผลิตสื่อการสอนในรูปแบบใหม่ๆ อยากทราบว่าความฝันหรือเป้าหมายสูงสุดของคุณภูคืออะไร?

ผมเริ่มทํางานด้านนี้เนื่องจากเป็นความฝันว่า อยากจะให้ระบบการศึกษาไทยนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงลาออกจากงานประจําด้านการออกแบบเครื่องจักรหุ่นยนต์ แล้วเริ่มทํางานด้านการศึกษาโดยก่อตั้ง Project Lab ขึ้น จากที่ทำงานคนเดียว ตอนนี้ก็มีทีมงานเข้ามาช่วยกันสอนเด็กนักเรียนเองมาตลอด 

และด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมา ผมคิดในมุมที่ต้องการพัฒนาความเป็นอยู่ของมนุษย์ การแข่งขันในเวทีโลกว่า หากคนไทยพัฒนาเทคโนโลยีเป็นของตัวเองได้จะส่งผลดีทั้งทางเศรษฐกิจการค้า ทางทหาร ผมจึงตั้งใจสร้าง Mojobot ให้เป็นหุ่นยนต์ที่มีประโยชน์และเป็นแบบที่ยังไม่มีในโลก แล้วก็อยากจะแสดงให้คนไทยเห็นด้วยว่า การศึกษาด้านหุ่นยนต์หรือหนทางของการศึกษาด้าน STEM สามารถต่อยอดและผลักดันสู่การสร้างสินค้านวัตกรรมไทยที่ขายได้จริงในตลาดโลก อีกประการหนึ่งนะครับ อาจจะเป็นฝันที่ไกลสักหน่อย คือ ผมอยากให้ Mojobot แพร่หลายไปในวงกว้าง ทั้งในไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลกครับ


สำหรับผู้สนใจ Mojobot เข้าไปดูรายละเอียดของหุ่นยนต์และบอร์ดเกม รวมถึงข้อมูลด้านการระดมทุนได้ที่ www.kickstarter.com/projects/projectlab/mojobot-tangible-coding-robot 


อยากรู้เรื่อง STEM Education เพิ่ม ย้อนอ่านบทความเหล่านี้

เมื่อ ‘เทคโนโลยี’ พลิกการศึกษา ทางรอดของมหาวิทยาลัย STEM คืออะไร ?

แค่ ‘สะเต็ม’ คงไม่พอสำหรับโลกยุคใหม่ แล้วศาสตร์ไหนที่เราต้องรู้เพิ่ม?

เปิดผลวิจัย ‘เพศหญิง’ ออกจาก อาชีพ STEM จำนวนมาก เพราะอะไร