หลังจากลุ้นกันมานานท่ามกลางความไม่มั่นใจของหลายฝ่ายว่าดีลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (...) กับกลุ่มซีพีจะเข้าป้ายหรือเปล่า

เนื่องด้วยมูลค่าการลงทุนที่ต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล 224,544 ล้านบาท และซีพีขอรับการสนับสนุนจากรัฐเพียง 117,227 ล้านบาท ต่ำกว่าคู่แข่งกลุ่มบีทีเอสที่เสนอ 169,934 ล้านบาท ถึง 52,707 ล้านบาท เท่ากับว่าซีพีต้องควักกระเป๋าจ่ายเองอีกกว่าแสนล้านบาท ในเบื้องต้นจึงไม่มีใครกล้าฟันธงว่า โครงการนี้จะออกหัวหรือก้อย

ขณะที่ในรอบการเจรจาต่อรองมีการยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมนอกเหนือจากข้อกำหนดในทีโออาร์ ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ก็ยืนกรานไม่รับทุกข้อเสนอ โดยยึดถือแนวทางความตกลงตามที่ระบุไว้ในทีโออาร์เท่านั้น และหากซีพีไม่พร้อมลงทุนก็สามารถยกเลิกดีลนี้ และเรียกกลุ่มคู่แข่งคือกลุ่มบีทีเอสกับพันธมิตรที่ตกรอบกลับมาเจรจาแทนได้


รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

ปิดดีลสำเร็จ ส่งร่างสัญญาอัยการสูงสุดพิจารณา

อย่างไรก็ตาม ในที่สุดดีลนี้ก็สามารถปิดลงได้สำเร็จเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา โดยวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการแทนผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (...) เปิดเผยภายหลังการเจรจาว่า คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เจรจาร่วมกับกลุ่มซีพีในรายละเอียดร่างสัญญาและได้ข้อสรุปทั้งหมดแล้ว พร้อมทั้งเสนอร่างสัญญาดังกล่าวให้อัยการสูงสุดพิจารณาในวันเดียวกัน ซึ่งมั่นใจว่าอัยการสูงสุดจะพิจารณาแล้วเสร็จเพื่อรายงานคณะกรรมการ (บอร์ด) ...พิจารณาในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้


คาดลงนามสัญญา 15 มิถุนายน 2562

หลังจากนั้น ร...จะสรุปร่างสัญญาดังกล่าวรายงานให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ และคาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติได้ในวันที่ 28 พฤษภาคม ในเบื้องต้น ร...จึงมีกำหนดลงนามสัญญาร่วมลงทุนกับกลุ่มซีพีได้ภายใน 15 มิถุนายน 2562

ประเด็นใหญ่ในร่างสัญญาคุยจบหมดแล้ว รวมถึงอัตราค่าปรับกรณีผิดสัญญาทำให้รัฐเสียหาย แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ ต้องรอให้ร่างสัญญาออกมาก่อน สำหรับกรณีการส่งมอบพื้นที่จะทยอยส่งมอบในส่วนที่พร้อมก่อน อย่างสถานีมักกะสันปัจจุบัน ร...มีสัญญากับเอกชนที่จัดทำป้ายโฆษณา ซึ่งจะหมดอายุสัญญาปี 2563 ตรงนี้ก็ชี้แจงเอกชนไปแล้วซึ่งจะไม่กระทบกับโครงการวรวุฒิกล่าว

โครงการรถไฟความเร็วสูง


โรงงานป้ายแดงผุดรับรถไฟความเร็วสูง

อีกหนึ่งด้านที่น่าสนใจคือ ความเคลื่อนไหวของการเปิดโรงงานใหม่ในพื้นที่ 3 จังหวัดคือ ระยอง – ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ซึ่งมีข้อมูลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม โชว์แนวโน้มการจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซีว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง แสดงถึงความมั่นใจของนักลงทุนที่มีแผนลงทุนอยู่แล้ว โดยตัวเลขการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (..4) และขยายกิจการในอีอีซีช่วงเดือนมกราคม – 19 เมษายน 2562 มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 149 โรงงาน มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 6.08 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 410.92% จากช่วงเดียวกันของปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ 1.19 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น

  • การเปิดกิจการใหม่จำนวน 115 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 3.46 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 513.47% เมื่อเทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 5.64 พันล้านบาท
  • การขยายกิจการมีจำนวน 24 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 2.61 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 317.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 6.25 พันล้านบาท

ทั้งนี้ จังหวัดชลบุรีมีการการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ร..4 และขยายกิจการมากที่สุด จำนวน 81 โรงงาน จังหวัดระยอง จำนวน 42 โรงงาน จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 26 โรงงาน ขณะที่มูลค่าการลงทุนสูงสุดอยู่ที่ชลบุรี 4.08 หมื่นล้านบาท จังหวัดระยอง 1.75 หมื่นล้านบาท และจังหวัดฉะเชิงเทรา 2.45 พันล้านบาท


บริษัทเปิดใหม่ปักธงอีอีซี

ขณะที่การจัดตั้งนิติบุคคลหรือบริษัทใหม่ทั่วประเทศภายใต้การกำกับดูแลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ก็มีทิศทางน่าสนใจ โดยสถิติการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ไตรมาส 1/62 (..-มี..) มีจำนวน 2,033 ราย เพิ่มขึ้น 5.01% เทียบกับช่วงเดียวกันปี 61 ที่มียอดจัดตั้งธุรกิจ 1,936 ราย โดยมีทุนจดทะเบียนจัดตั้ง 5,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.38% ประเภทธุรกิจที่มีการจัดตั้งสูงสุด 3 อันดับแรกคือ อสังหาริมทรัพย์ รองลงมาคือ การก่อสร้างอาคารทั่วไป และภัตตาคารและร้านอาหาร ส่งผลให้มีนิติบุคคลคงอยู่ในพื้นที่อีอีซีรวมทั้งหมด 68,673 ราย ทุนจดทะเบียนคิดเป็น 1.86 ล้านล้านบาท

ด้านการลงทุนของต่างชาติในนามนิติบุคคลไทย (ถือหุ้นไม่เกิน 49.99%) ที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซี มีมูลค่าทั้งสิ้น 716,952 ล้านบาท คิดเป็น 38.44% ของมูลค่าทุนทั้งหมด โดยมีการถือหุ้นของต่างชาติในนามนิติบุคคลไทย 5 อันดับแรก ได้แก่

  • ญี่ปุ่น 364,937.29 ล้านบาท
  • สิงคโปร์ 63,139.99 ล้านบาท
  • จีน 54,400.84 ล้านบาท
  • สหรัฐอเมริกา 28,574.72 ล้านบาท
  • เกาหลีใต้ 20,755.46 ล้านบาท

ซึ่งสัดส่วนการลงทุนจากต่างชาติในนามนิติบุคคลไทยแบ่งตามจังหวัด พบว่ามีการลงทุนในจังหวัดระยองสูงสุด 393,183.65 ล้านบาท รองลงมาคือชลบุรี 252,831.82 ล้านบาท และฉะเชิงเทรา 70,937.29 ล้านบาท


กรอ.ตั้งศูนย์ดูแลสิ่งแวดล้อม

ทองชัย ชวลิตพิเชฐ อธิบดี กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยแผนการดูแลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อีอีซี 3 จังหวัดว่า กรอ.เตรียมจัดตั้ง ศูนย์ดูแลสิ่งแวดล้อม จังหวัดชลบุรี ภายในปี 2562 เพื่อเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งการดูแลน้ำ อากาศ ของเสียจากภาคอุตสาหกรรม รับข้อเสนอแนะหรือเรื่องร้องเรียนจากประชาชนหรือนักลงทุน เพื่อเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนใน 3 จังหวัด ที่อาจกังวลว่าการลงทุนดังกล่าวอาจกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ แม้ตามนโยบายของรัฐบาล โครงการอีอีซีจะเปิดรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ อากาศยาน ยานยนต์แห่งอนาคต การแพทย์ ซึ่งอุตสาหกรรมจำพวกนี้ปล่อยมลพิษน้อยหรือแทบจะไม่มีมลพิษเลย แต่กรอ.ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลจะจัดตั้งศูนย์ดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น


‘อีอีซี’ ยังมีอีกหลายมิติให้ติดตาม

อุตสาหกรรม สายน้ำ และ การเกษตร KAF ยก ‘อีอีซี’ มิตรสิ่งแวดล้อม

อีอีซีเนื้อหอม 3 ชาติหนุนเอกชนลงทุนเปิดประตูสู่อาเซียน

เรียนอาชีวะ สาขาไหนดี มีงานรอ ใน 3 จังหวัด อีอีซี

เปิดโปรเจกต์เมดิคัลฮับ EECmd ‘รพ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา’ ศูนย์กลางนวัตกรรมและบริการทางการแพทย์ของอีอีซี

เปิดแล้ว ‘miniTCDC CENTER’ ครีเอทีฟฮับแห่งใหม่ แหล่งบ่มเพาะธุรกิจสร้างสรรค์พัฒนาภาคตะวันออก บนพื้นที่อีอีซี