ลองคิดดูเล่นๆ ว่าถ้าคุณเป็นนายจ้างจะรู้สึกอย่างไร หากรู้ว่าพนักงานทำ ‘อาชีพเสริม’ ไปด้วยระหว่างทำงานประจำที่บริษัทของคุณ? ขยันดี น่าชื่นชม หรือจะทำให้พวกเขาพักผ่อนไม่พอ ผลงานที่ทำออกมาจะมีคุณภาพหรือเปล่า แอบเบียดบังเอาเวลางานไปรับจ็อบแน่ๆ
ถ้าความคิดเหล่านี้ยังวนเวียนอยู่ในหัว ต้องลองมาฟังผลการวิจัยล่าสุดของ Henley Business School ประเทศอังกฤษ ซึ่งนำเสนอเทรนด์ใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น นั่นคือ การทำอาชีพที่สองหรือ ‘อาชีพเสริม’ ของคนทำงานองค์กร ซึ่งมีผลการวิจัยรับรองแล้วว่ามีผลดีมากกว่าผลเสีย และมีส่วนสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจในภาพรวมถึง 20%
‘อาชีพเสริม’ ไม่ใช่แค่สร้างรายได้เพิ่ม แต่ยังบูสต์พลังใจให้คนทำงานด้วย
ต่อไปนี้ การทำอาชีพเสริมของคนทำงานจะไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป เพราะเทรนด์การมีอาชีพที่สอง จะกลายเป็นแนวโน้มใหม่ที่ได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย ไม่เว้นแม้แต่นายจ้าง ที่เคยรู้สึกว่าการทำอาชีพเสริมของพนักงานเป็นการเบียดบังเวลางาน
ด้วยข้อคนพบที่ชัดเจนว่า อาชีพเสริมมีส่วนสร้างแรงบันดาลใจ ความกระตือรือร้นในชีวิตคนทำงานให้มากขึ้น เพราะการทำงานประจำทุกวัน ส่วนใหญ่เป็นงานที่ซ้ำซากจำเจ นอกจากนั้น ถ้าใช้เกณฑ์ช่วงวัย หรือ Generation ในการพิจารณา ยังพบว่า ตอนนี้เทรนด์การทำงานของคนเจน Y (อายุระหว่าง 21-30 ปี) ต้องการเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น มีความสมดุลในการใช้ชีวิต

โดยเทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ ในยุคดิจิทัล ยังมาเป็นตัวช่วยให้ใช้เวลาในการทำงานน้อยลง ทำให้มีเวลาว่าง ปลีกตัวไปทำธุรกิจเล็กๆ อย่างการขายของออนไลน์ได้เพิ่มขึ้น และการขายของออนไลน์นี้ ก็จะกลายเป็นอาชีพเสริมที่ได้รับความนิยม ทำได้ง่ายขึ้น เพราะในตอนนี้ตลาดออนไลน์ก็เปิดโอกาสให้กับการสร้างธุรกิจใหม่อย่างไร้ขีดจำกัดมากขึ้น
งานวิจัยของ Henley Business School ประเทศอังกฤษ เก็บข้อมูลในองค์กรธุรกิจของประเทศอังกฤษ พบว่ามีพนักงาน 1 ใน 4 ที่มีอาชีพมากกว่าหนึ่งอาชีพ โดยอาชีพที่สองที่พวกเขาเลือกทำก็จะมาจากความชอบส่วนตัว เช่น เป็นเทรนเนอร์ในฟิตเนส ทำงานฝีมือขายทางออนไลน์ ซึ่งกระแสดังกล่าวขยายตัวอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ และอาชีพเสริมนี้เองที่มีผลการวิจัยมารับรองแล้วว่า ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างรายได้เพิ่มเท่านั้น แต่ยังช่วยเติมเต็มคุณค่าในชีวิตของคนทำงานทุกคน ให้ได้ทำในสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจอีกด้วย
และผลการวิจัยนี้ ก็ได้นำไปปรับใช้ในทางปฏิบัติแล้ว โดยมีการนำเสนอให้ผู้บริหารองค์กรธุรกิจสนับสนุนให้พนักงานมีอาชีพเสริมจากงานประจำ ซึ่งจากการสำรวจพบว่า
- ผู้บริหาร 60% เห็นด้วยว่า การมีอาชีพที่สองทำให้พนักงานมีความสุขมากขึ้น และยังมีส่วนในการพัฒนาทักษะการทำงานโดยที่องค์กรไม่ต้องลงทุน
- คาดว่าในปี 2030 จะเป็นยุคของพนักงานที่เป็นผู้ประกอบการไปพร้อมกัน
- 25% ของพนักงานที่ทำอาชีพเสริมในปัจจุบัน จะยังคงดำเนินธุรกิจเล็กๆ ของตนเองต่อไป HR ขององค์กรคงต้องมีการปรับตัวเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว และมีมุมมองในเชิงสร้างสรรค์
อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยยังได้กล่าวถึงปัจจัยที่จะส่งผลให้เจ้าของกิจการหรือนายจ้างไม่เปิดรับเทรนด์อาชีพเสริมนี้ คือ ความกังวลที่ทำให้เหล่านายจ้างรู้สึกว่า การทำอาชีพเสริมของพนักงานจะส่งผลกระทบต่อผลงานของพนักงาน โดยเฉพาะความกังวลเรื่องการนำเอาเวลาและทรัพยากรขององค์กรไปใช้ รวมทั้งบางกิจการอาจกังวลไปว่า หากปล่อยให้พนักงานทำอาชีพเสริม วันหนึ่งพนักงานคนนั้นเกิดประสบความสำเร็จในอาชีพที่สอง พนักงานอาจลาออกจากงานประจำ ทำให้องค์กรสูญเสียพนักงานที่ทำงานดีไปในที่สุด จึงยังไม่มีนโยบายสนับสนุนในเรื่องนี้อย่างชัดเจน
แต่ในงานวิจัยชิ้นนี้ก็ยังยืนยันว่า ที่ผ่านมา ผู้บริหารองค์กรส่วนใหญ่ยอมรับแนวโน้มนี้ ซึ่งคณะนักวิจัยนำเสนอว่าผู้บริหารสามารถคาดหวังผลปฏิบัติงานที่เป็นเลิศจากพนักงานกลุ่มนี้ได้ โดยมีข้อตกลงร่วมกันอย่างชัดเจน ในการวัดและประเมินการปฏิบัติงาน เพราะจากการสัมภาษณ์พนักงานที่ทำธุรกิจเสริมจากงานประจำ ส่วนใหญ่มีความสุขในการทำงานมากขึ้น และบอกว่ายังคงต้องการทำงานในองค์กรอยู่ต่อไป ยิ่งถ้าองค์กรเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ทำงานที่สนใจ หรืองานที่สร้างรายได้เพิ่ม ก็ยิ่งเพิ่มความผูกพันต่อองค์กรมากขึ้น

และสิ่งสำคัญยิ่งกว่าที่จะดึงให้พนักงานประจำยังคงทำงานอย่างมีประสิทธิภาพให้องค์กร คือ การสร้างความสัมพันธ์ที่มีความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันระหว่างนายจ้างและพนักงาน ซึ่งจะสร้างคุณค่าทางใจ ยึดโยงองค์กรกับพนักงานไว้ได้ แน่นอนว่าความสัมพันธ์นี้ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้เพียงชั่วข้ามคืน โดยเฉพาะกับพนักงานที่มีผลงานและมีความสามารถโดดเด่น
ดังนั้น ความไว้วางใจซึ่งกันและกันควรแสดงออกด้วยการปฏิบัติอย่างถูกต้อง เป็นที่ยอมรับด้วยกันทั้งสองฝ่าย นั่นคือกรอบการทำงานรูปแบบใหม่ที่มีประสิทธิผล และมีขอบเขตของอิสรภาพรวมอยู่ด้วย โดยทั้งสองฝ่ายต่างเป็นผู้ให้และเป็นผู้รับในเวลาเดียวกัน
คานงัดหรือตัวช่วยในเรื่องนี้ก็คือ การสร้างวัฒนธรรมผลิตภาพในองค์กร จากการศึกษาในหลายองค์กรพบว่าความสุขนำมาซึ่งผลสำเร็จ ดังนั้น ทีมงานบริหารทรัพยากรบุคคล จึงเป็นทีมหลักในองค์กรที่ต้องพยายามสร้างความสุขให้เกิดขึ้นบนพื้นฐานของการทำงานที่สร้างผลิตภาพไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรในประเทศใด คนทำงานก็ต้องขับเคลื่อนด้วยแรงบันดาลใจ ผู้ที่ทำในสิ่งที่รักย่อมเป็นคนที่ใครๆ ก็อยากทำงานด้วย เพราะเขาจะส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรอบข้างต่อไป
แนะ 5 อาชีพเสริม สร้างรายได้ + แรงบันดาลใจให้คนทำงาน
ยุคนี้มีอาชีพน่าสนใจมากมายให้คนทำงานเลือกทำโดยใช้ช่องทางออนไลน์ เรียกว่าอำนวยความสะดวกให้คนทำงานเมคมันนี่ได้อย่างสบายๆ แบบไม่ต้องวิ่งรอกเปลี่ยนสถานที่ทำงานให้เมื่อย แค่รู้จักวิธีการลงทุน ขยัน และมี Passion หรือความหลงใหลในอาชีพนั้นๆ แค่นี้อาชีพเสริมที่เลือกก็สามารถสร้างรายได้ให้แบบไม่รู้ตัวแล้ว เผลอๆ บางอาชีพทำเงินมากกว่ารายได้ประจำก็ได้ ใครจะไปรู้
และต่อไปนี้คือ 5 เทรนด์อาชีพเสริมขวัญใจคนยุคใหม่ที่เรานำมาแนะนำกัน

- นักเขียนออนไลน์ เขียนฝันปั้นรายได้เสริม
หากคุณเป็นนักอ่านตัวยง และรู้สึกว่าบนโลกนี้ยังขาดนิยายที่คุณอยากอ่าน จนคันไม้คันมืออยากเขียนกับเขาบ้าง ลองร่างพล็อต กำหนดคาแร็กเตอร์และปมหลังของแต่ละตัวละครให้แน่น แล้วลงมือเขียนทันที ยิ่งยุคนี้นักเขียนหน้าใหม่มีสิทธิ์แจ้งเกิดได้ง่ายเพราะมีแพลตฟอร์มออนไลน์มากมายให้นักเขียนมือใหม่หรือมือสมัครเล่นได้ประลองฝีมือกัน โดยเมื่อเขียนเสร็จแล้วก็สามารถเผยแพร่บนแพลตฟอร์มนั้น แล้วรอดูเรตติ้งนิยายที่เขียนได้เลย โดยแพลตฟอร์มที่คนอ่านชาวไทยนิยมเข้าไปอ่าน ก็เช่น DekD, fictionlog, readawrite, ธัญวลัย และ joylada
นอกจากนี้ หากงานเขียนของคุณโดนใจคนอ่าน ก็สามารถรวมเล่มเป็นนิยายออนไลน์ได้ โดยระบบการขายนิยายออนไลน์สมัยนี้ก็ได้รับการวางระบบไว้ให้นักอ่านตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น โดยหลายแพลตฟอร์มจะเปิดโอกาสให้นักเขียนลงเนื้อหาตัวอย่างก่อน จากนั้นกำหนดราคาขายด้วยตัวเอง ผ่านการแบ่งขายเป็นบทๆ หรือรวบหลายบทเป็นแพ็กเกจไปขึ้นกับระบบของแต่ละแพลตฟอร์ม ทำให้นักเขียนทั้งหน้าเก่าและใหม่หลายๆ คนมีรายได้จากช่องทางนี้แบบจับต้องได้ แถมยังเติมเต็มความฝันให้คนที่อยากเป็นนักเขียนถึงฝั่งเร็วขึ้นอีกด้วย
แต่แน่นอนว่า นักเขียนออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จนั้น จะมีแต่ความเก่งกาจอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องมีวินัยด้วย เพราะอย่าลืมว่าการเริ่มต้นเขียนว่ายากแล้ว แต่การเขียนให้จบยิ่งยากกว่ากันเยอะมาก

- ปลุกความเป็นครูในตัวคุณ แล้วก้าวสู่การเป็น ‘ครูสอนภาษาออนไลน์’
เป็นที่รู้กันดีว่ายุคนี้จะรู้แค่ 2 ภาษา คือ ภาษาแม่ หรือภาษาทางการยอดฮิตอย่างภาษาอังกฤษ อาจไม่เพียงพอต่อการทำงานในโลกพหุวัฒนธรรมอีกแล้ว มนุษย์เงินเดือนหลายคนจึงเริ่มมองหาตัวช่วยในการเรียนภาษาที่ 3 และ 4 เพื่อติดอาวุธเพิ่ม แต่ครั้นจะให้หอบตัวเองไปเรียนที่สถาบันสอนภาษาหลังเลิกงาน อาจเป็นเรื่องลำบากสำหรับหลายๆ คน เพราะเวลาไม่เอื้ออำนวย
จุดนี้เองที่เป็นโอกาสให้เกิดอาชีพ “ครูสอนภาษาออนไลน์” โดยคนทำงานประจำผู้มีทักษะภาษาต่างประเทศในขั้นดีก็สามารถยึดอาชีพนี้เป็นอาชีพเสริมได้ แบบไม่ต้องสละงานประจำ เพราะสามารถใช้เวลาว่างจากการทำงานประจำเปิดสอนลูกศิษย์คนไทยหรือต่างชาติได้ผ่านหน้าจอโน้ตบุ๊กหรือแท็บเล็ตได้ทันที จะอังกฤษ ฝรั่งเศส จีน ญี่ปุ่น เกาหลี หรือไทยก็ยังได้ ซึ่งคนทำอาชชีพเสริมนี้สามารถระบุค่าตอบแทนเป็นรายชั่วโมงตามที่ต้องการ และกำหนดตารางเวลาสอนที่ตนเองสะดวกไว้ เพื่อให้ผู้เรียนเลือกเรียนได้
ส่วนแพลตฟอร์มเชื่อมโยงครูกับนักเรียนทั่วโลกที่โดดเด่นก็มี italki.com หรือลองโฆษณาบนโซเชียลมีเดียไปยังกลุ่มเป้าหมาย แล้วเปิดโปรแกรม Skype สอนแบบตัวต่อตัว อีกทางเลือกคือลงคลิปการสอนใน Youtube ดึงความเป็นครูในตัวคุณให้นักเรียนได้เห็นศักยภาพ เพื่อสร้างฐานแฟนคลับและนำไปต่อยอดต่อไป

- ใครๆ ก็เป็น ‘ช่างภาพออนไลน์’ ได้ ขอแค่ขยันถ่าย มุมมองดี อุปกรณ์เลิศ
ยุคนี้ยังเป็นยุคที่ใครๆ ก็เป็นช่างภาพได้ แค่มีสมาร์ทโฟนเทพสักหนึ่งเครื่องเท่านั้น แล้วนำภาพที่ถ่ายได้ไปโพสต์ขายบนเว็บไซต์คลังภาพหรือ Photo Stock ต่างๆ เช่น shutterstock, Getty Images, Offset ซึ่งตอนนี้เปิดกว้างรับภาพทุกประเภท ไม่จำเป็นต้องมีแต่ภาพที่สะพายกล้องแบกเป้ออกไปถ่ายนอกสถานที่เพื่อเก็บภาพวิวทิวทัศน์อย่างเดียวเสมอไป
แต่เทรนด์ภาพที่ขายได้ในตอนนี้กลับเป็นภาพวัตถุง่ายๆ อย่าง ดินสอ หรือถ้วยกาแฟ แค่ผู้ถ่ายต้องรู้การจัดวาง การจัดแสง วางองค์ประกอบภาพให้มีมิติ คมกริบด้วยความหมาย และขยันถ่ายไว้หลายๆ มุมมอง เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกภาพที่ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด

- Youtuber สร้างคอนเทนต์ยอดฮิตติดลมบนได้ เงินก็มา
ใครๆ ก็รู้ว่า ตอนนี้ Youtube เข้ามาแทนที่สถานีวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งรวบรวมเอารายการจำนวนมหาศาลให้ผู้คนทั่วโลกได้เลือกชมตามความสนใจ โดยประโยคทองที่จำกัดเทรนด์ Youtube ตอนนี้ได้ดีที่สุดคือ “I Want What I Want When I Want It” (IWWIWWIWI) แปลว่า “ฉันต้องการสิ่งที่ฉันต้องการเมื่อถึงเวลาที่ฉันต้องการ”
ปรากฏการณ์นี้จึงทำให้คนรุ่นใหม่หันมาทำช่อง Youtube ของตัวเองมากขึ้นก่อให้เกิดอาชีพใหม่สั่นสะเทือนวงการสื่อและเอ็นเตอร์เทนเมนต์ทั่วโลกที่เรียกว่า “Youtuber” ซึ่งเมื่อดูสถิติจากงาน Youtube Pulse 2018 จะพบว่าผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทยกว่า 57 ล้านคน กว่า 92% เข้าใช้งาน Youtube เป็นประจำ แถม 75% ยังเข้าใช้งานเป็นทุกวัน ซึ่งคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดก็หนีไม่พ้นดนตรี เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และฮาวทูสอนทำกิจกรรมต่างๆ
ดังนั้น หากคนทำงานประจำคนไหนรู้ตัวว่าตนเองมีทักษะหรือพรสวรรค์ เช่น การเล่นเกม อาจเริ่มอัดคลิปแคสต์เกมอย่างจริงจัง โดยลองสอดแทรกเรื่องราวน่ารู้ เช่น ภาษาอังกฤษ ไปกับความสนุกของการเล่นเกมแบบเนียนๆ เพื่อให้กลุ่มผู้ชมเป้าหมายอย่างเด็กและวัยรุ่นได้ซึมซับแบบไม่รู้ตัว หรือจะเป็นการทำอาหาร การทำงานด้านศิลปหัตถกรรม (Art & Craft) การสอนแต่งหน้าเมคอัพให้สวยหลากหลายสไตล์ หรือแม้แต่การออกกำลังกายให้หุ่นฟิตเปรี๊ยะก็ยังขายได้ในเวลานี้
อย่ารอช้า ลองขุดพรสวรรค์และพรแสวงที่ซ่อนอยู่ในตัวมาผนวกกับสิ่งที่ตนรักและชอบ แล้วแปลงเป็นคอนเทนต์ นำเสนอให้น่าสนใจ หากใครทำแล้วมียอด View ยอด Subscriber เยอะ ตอนนั้นล่ะที่รายได้และชื่อเสียงจะเข้ามาหาคุณแบบไม่รู้ตัว

- Host Experience แปลง ‘ประสบการณ์’ ให้มีสไตล์ ก็ขายได้แบบปังๆ
อาชีพสุดท้ายที่อยากแนะนำ คืออาชีพเสริมที่คนเรียกขานกันว่า Host Experience หรือการเป็นเจ้าของประสบการณ์เปิดแผง ขายกิจกรรมท่องเที่ยวบนแพลตฟอร์มยอดฮิต อย่างบริการ Experience บน Airbnb และ withlocals.com เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ รสชาติใหม่จากท้องถิ่น เช่น หากคุณรักการขี่จักรยาน อาจจะชวนนักท่องเที่ยวไปปั่นกินลมชมวิวที่คุ้งบางกระเจ้า สมุทรปราการ สูดกลิ่นโอเอซิสขนาดใหญ่ใกล้กรุงเทพฯ
หรือถ้าคุณเป็นคนรักการเดินตลาดสดและทำอาหารไทยเก่ง อาจเปิดคลาสสั้นๆ 1 วัน สอนนักท่องเที่ยวตั้งแต่เลือกซื้อวัตถุดิบไปจนถึงขั้นลงมือทำอาหาร ยกตัวอย่างเมนูยอดนิยม ผัดไท, ต้มยำ นอกจากได้เมคมันนี่จากการทำสิ่งที่ชอบแล้ว ยังได้เพื่อนใหม่ สังคมใหม่ และโอกาสในการพัฒนาทักษะทางภาษาอีกด้วย
ที่มา :
- บทความเรื่อง “อาชีพที่ 2 ต้องมี! เสริมแกร่งรายได้มนุษย์เงินเดือนยุค 4.0” เผยแพร่ในเว็บไซต์ scb.co.th
- บทความเรื่อง “อาชีพที่สอง” เผยแพร่ใน เว็บไซต์ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
บทความให้แง่คิดดีๆ ในการพัฒนาศักยภาพคนทำงาน ยังมีให้อ่านต่อ คลิกเลย
ระดมสมองยกระดับ ‘ทักษะแรงงานไทย’ โจทย์ใหญ่ที่ต้องรับมือ ในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก
ผลวิจัยไมโครซอฟท์ ย้ำ ความคิดสร้างสรรค์ คือทักษะสำคัญที่สุด ในโลกอนาคตที่ AI เป็นใหญ่










