Come writers and critics
Who prophesize with your pen
And keep your eyes wide
The chance won’t come again
And don’t speak too soon
For the wheel’s still in spin
And there’s no tellin’ who
That it’s namin’
For the loser now
Will be later to win
For the times they are a-changin’
The line it is drawn
The curse it is cast
The slow one now
Will later be fast
As the present now
Will later be past
The order is
Rapidly fadin’
And the first one now
Will later be last
For the times they are a-changin’
[บทเพลง ‘The Times They Are a-Changin’ ผลงานของ Bob Dylan ปี ค.ศ. 1964 ได้รับคัดเลือกเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Watchmen ปี ค.ศ. 2009]
“…ความหวาดวิตกต่อ “สงครามเย็น” จุดกระแสความหวาดกลัวคอมมิวนิสต์ คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ประธานาธิบดีทรูแมนกำหนดให้มีพิธีปฏิญาณตนแสดงความจงรักภักดีสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐตั้งแต่ปี ค.ศ. 1947 ขณะที่เหตุจารกรรมข้อมูลยิ่งหล่อเลี้ยงความหวาดระแวงในสังคม ปี ค.ศ. 1948 วิตเทเกอร์ เชมเบอร์ส อดีตคอมมิวนิสต์ กล่าวหาว่า อัลเจอร์ ฮิสส์ นักการทูตในกระทรวงการต่างประเทศเป็นสายให้รัสเซียในช่วงทศวรรษ 1930 จากการไต่สวนของคณะกรรมาธิการต่อต้านการกระทำที่ไม่เป็นอเมริกันแห่งสภาผู้แทนราษฎร พบว่า ฮิสส์ มีความผิดฐานให้การเท็จ จึงต้องโทษจำคุก ในปี ค.ศ. 1950 เจ้าหน้าที่อังกฤษได้จับกุม เคลาส์ ฟุคส์ นักวิทยาศาสตร์ที่เคยร่วม “โครงการแมนฮัตตัน” ในข้อหาเป็นสายลับให้โซเวียต เมื่อคดีเปิดเผยก็พบว่า จูเลียส และเอเธล โรเซนเบิร์ก สองสามีภรรยาชาวอเมริกัน มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งคู่ถูกไต่สวน และเมื่อถูกตัดสินว่ามีความผิด สามีภรรยาโรเซนเบิร์กก็ต้องโทษประหารชีวิตด้วยเก้าอี้ไฟฟ้าในปี ค.ศ. 1953 ปีถัดมา คณะกรรมาธิการพลังงานปรมาณู ได้เพิกถอนสิทธิการเข้าถึงข้อมูลความมั่นคงของ เจ. โรเบิร์ต ออปเพนไฮเมอร์ เนื่องจากเขาเคยมีความสัมพันธ์กับฝ่ายซ้ายช่วงทศวรรษ 1930 วงการฮอลลีวูดเติมเชื้อความปริวิตกให้ลุกลามมากขึ้น ภาพยนตร์อย่าง I Married a Communist (1950) และ Invasion of the Body Snatchers (1956) ให้ภาพมนุษย์ต่างดาวกินคน ที่แฝงตัวมาในร่างคนธรรมดา การไต่สวนของทางรัฐสภาทำให้ประชาชนรับรู้ว่า มีผู้ถูกกล่าวหาเป็นคอมมิวนิสต์แทรกซึมอยู่ในวงการฮอลลีวูด วิทยุ และละครบรอดเวย์ ส่งผลให้ศิลปินและนักแสดงถูกขึ้นบัญชีดำ…”
(สำนวนแปล กีรตยาจารย์และธรรมศาสตราภิชาน ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ และ ดร.อาวุธ ธีระเอก จากหนังสือ ประวัติศาสตร์อเมริกา: ความรู้ฉบับพกพา แปลจาก AMERICAN HISTORY: A VERY SHORT INTRODUCTION ผลงานการเขียนของศาสตราจารย์กิตติคุณเมิร์ลเคอร์ติแห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน ดร.PAUL S. BOYER)
“โครงการแมนฮัตตัน” คือโครงการลับช่วง “สงครามโลกครั้งที่ 2” ที่เป็นความพยายามในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐอเมริกา โดยได้รับความช่วยเหลือจากสหราชอาณาจักรและแคนาดา
เจ. โรเบิร์ต ออปเพนไฮเมอร์ นักฟิสิกส์ชาวอเมริกันเป็นหัวหน้าทีมวิจัย ภายใต้การกำกับของนายพลเลสลี อาร์. โกรฟส์ ณ พื้นที่ปฏิบัติการ “ลอสอาลาโมส” รัฐนิวเม็กซิโก
“โครงการแมนฮัตตัน” ได้ค้นคว้า วิจัย ออกแบบ ดำเนินการสร้าง และทดสอบระเบิดนิวเคลียร์จำนวน 3 ลูก ในปี ค.ศ. 1945 ลูกแรกตั้งชื่อว่า “ปฏิบัติการ Trinity” การทดสอบเกิดขึ้นในทะเลทรายใกล้เมืองอลามากอร์โด รัฐนิวเม็กซิโก เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1945
ลูกที่สองมีชื่อว่า Little Boy ทิ้งลงที่เมืองฮิโรชิมา วันที่ 6 สิงหาคม ปี ค.ศ. 1945
ลูกสุดท้ายคือ Fat Man ทิ้งลงที่เมืองนางาซากิ วันที่ 9 สิงหาคม ปี ค.ศ. 1945
นำไปสู่การสิ้นสุด “สงครามโลกครั้งที่ 2” ในที่สุด

PHOTOGRAPHS TO BE USED SOLELY FOR ADVERTISING, PROMOTION, PUBLICITY OR REVIEWS OF THIS SPECIFIC MOTION PICTURE AND TO REMAIN THE PROPERTY OF THE STUDIO. NOT FOR SALE OR REDISTRIBUTION.
มีตัวละครตัวหนึ่งชื่อว่า “ดร.แมนฮัตตัน” จากภาพยนตร์เรื่อง Watchmen
Watchmen สร้างจากหนังสือการ์ตูนชื่อเดียวกัน ประพันธ์โดย Alan Moore วาดภาพโดย Dave Gibbons เวอร์ชั่นภาพยนตร์กำกับการแสดงโดย Zack Snyder
เส้นเรื่องของ Watchmen มีความซับซ้อนและนำเสนอในหลายมิติ การ์ตูนจัดวางสถานะของ “ซูเปอร์ฮีโร่” เป็นเพียง “อาชีพหนึ่ง” ในสังคม ที่นอกจากจะไม่ค่อยได้รับความยกย่องเท่าที่ควรแล้ว ในบางครั้งยังกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาประชาชน และหลายหนก็ตกเป็นจำเลยของสังคม
สะท้อนความไม่เห็นด้วยของพลเมืองอเมริกันที่มีต่อบทบาทผู้นำประเทศที่หลายครั้งเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่นอยู่ในที โดยเฉพาะความตึงเตรียดในยุค “สงครามเย็น” ระหว่าง “สหรัฐอเมริกา” กับ “สหภาพโซเวียต”
มีบทเพลง วรรณกรรม ศิลปะ และเรื่องราวมากมายในสังคมอเมริกันยุค 1960-1980 ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง Watchmen ทำให้ผู้ชมสามารถเชื่อมโยงโครงเรื่องกับเหตุการณ์จริงได้อย่างสนุก
Watchmen เป็น 1 ใน 100 นวนิยายยอดเยี่ยมตลอดกาลของนิตยสาร TIME มีเนื้อหาวิพากษ์สังคมอเมริกันได้อย่างแหลมคม โดยเฉพาะ “โครงการแมนฮัตตัน” เป็นฉากหนึ่งซึ่งให้กำเนิดตัวละครที่ชื่อ “ดร.แมนฮัตตัน”

การ์ตูนกำหนดให้ Jon Osterman และภรรยา เป็นหนึ่งในทีมนักวิจัยของ “โครงการแมนฮัตตัน” จากนั้นห้องทดลองประสบอุบัติเหตุทำให้ Jon Osterman ได้รับกัมมันตภาพรังสีจนกลายร่างเป็น “ดร.แมนฮัตตัน” ผู้มีพลังดุจดั่ง “พระเจ้า”
โดยเฉพาะฉาก “ดร.แมนฮัตตัน” บดขยี้ “เวียดกง” ใน “สงครามเวียดนาม” ถือเป็นภาพแสดงแทนความโหดร้ายที่คนอเมริกันกระทำต่อคนเวียดนามอย่างถึงพริกถึงขิง
“สงครามเวียดนาม” เป็น “สงครามตัวแทน” ในยุค “สงครามเย็น” เป็นการสู้รบกันระหว่าง กองทัพประชาชนเวียดนาม หรือ “กองทัพเวียดนามเหนือ” โดยมี “เวียดกง” หรือ “แนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติ” แนวร่วมประชาชนคอมมิวนิสต์เวียดนามใต้ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากจีน สหภาพโซเวียต และพันธมิตรคอมมิวนิสต์หลายประเทศ กับ “รัฐบาลเวียดนามใต้” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาและบรรดาประเทศที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์
“…นายพลวิลเลียม เวสต์มอร์แลนด์ ส่งกำลังทหารไปรบที่เวียดนามในปี ค.ศ. 1967 มียอดรวมกำลังพลมากถึง 485,000 นาย เครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ บินปูพรมถล่มเวียดนามในชื่อปฏิบัติการ “ค้นหาและทำลาย” เพื่อเสาะหา “ศัตรูที่ซ่อนเร้น” และเผาทำลายหมู่บ้านที่คาดว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม ป่าทั้งป่าถูกรมด้วยสารเคมีเพื่อไม่ให้ศัตรูมีที่ซ่อน กระนั้น ฝ่ายเวียดนามเหนือกับพันธมิตรในเวียดนามใต้หรือเวียดกงก็ยังสู้ต่อไปไม่ยอมถอย และเป้าหมายของการมีรัฐบาลเวียดนามใต้ที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์และมีเสถียรภาพก็ไม่เคยสำเร็จ ขณะที่กำลังใจของฝ่ายอเมริกันเริ่มถดถอย กำลังพลก็หันไปพึ่งยาเสพติดมากขึ้น และตามมาด้วยความโหดเหี้ยมทารุณ วันที่ 16 มีนาคม ปี ค.ศ. 1968 ทหารหมู่หนึ่งบุกสังหารผู้คนกว่า 400 ชีวิตรวมถึงผู้หญิงและเด็กในหมู่บ้านไมลาย กองทัพปิดบังข้อเท็จจริงดังกล่าว แต่นักหนังสือพิมพ์ได้เปิดโปงข่าวการสังหารหมู่ครั้งนี้ในปี ค.ศ. 1969 ทำให้นายทหารระดับล่างผู้หนึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิด และต้องโทษถูกกักตัวอยู่ภายในบ้านเป็นเวลาสามปีครึ่ง…”

สถานการณ์ที่เวียดนามเข้าขั้นวิกฤตในปี ค.ศ. 1968 วันที่ 31 มกราคม ซึ่งเป็น “วันตรุษญวน” กองกำลังอันแข็งแกร่งของ “เวียดกง” แสดงแสนยานุภาพด้วยการโจมตีพร้อมกันทั่วเวียดนามใต้ การมีส่วนร่วมทางทหารของสหรัฐฯ ยุติลงในวันที่ 15 สิงหาคม ปี ค.ศ. 1973 อันเป็นผลมาจากคำแปรญัตติ Case–Church Amendment ในรัฐสภาสหรัฐฯ
การยึดกรุงไซ่ง่อนโดยกองทัพประชาชนเวียดนามหรือที่รู้จักในคำว่า “กรุงไซ่ง่อนแตก” เมื่อวันที่ 30 เมษายน ปี ค.ศ. 1975 เป็นจุดสิ้นสุดของสงคราม และมีการรวมชาติ “เวียดนามเหนือ” กับ “เวียดนามใต้” ในปีต่อมา
“สงครามเวียดนาม” คร่าชีวิตมนุษย์ไปมหาศาล ประเมินตัวเลขทหารและพลเรือนชาวเวียดนามที่ถูกสังหารประมาณ 3 ล้านคน ส่วนทหารอเมริกันเสียชีวิตเกือบ 60,000 นาย

ยังไม่ได้อ่านบทความที่แล้ว คลิกตามไปอ่านได้เลย










