ในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 นอกจากจะยังความชื่นใจมาสู่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าแล้ว ยังเป็นโอกาสที่ปวงชนชาวไทยจะได้รับทราบเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวอันแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงห่วงใยและคำนึงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยหนึ่งในหลากหลายโครงการพระราชดำรินั้น มีชื่อของ ‘มูลนิธิกาญจนบารมี’ บรรจุอยู่ด้วยแน่นอน


ต้นกำเนิด ‘มูลนิธิกาญจนบารมี’ สานต่อโครงการพระราชดำริด้านสาธารณสุข ในหลวง รัชกาลที่ 10 ทรงดูแลผู้ป่วยมะเร็งทั่วไทย

สำหรับจุดกำเนิดของ ‘มูลนิธิกาญจนบารมี’ ดร.นพ.สมยศ ดีรัศมี ประธานมูลนิธิกาญจนบารมี เล่าให้ฟังว่า

ดร.นพ.สมยศ ดีรัศมี

“มูลนิธิกาญจนบารมี’ เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยทรงห่วงใยและคำนึงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรไทยในด้านสุขภาพ จึงทรงเป็นองค์ประธานในการจัดสร้างศูนย์บำบัดรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้โครงการกาญจนบารมี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในมหามงคลวโรกาสเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นปีที่ 50 เมื่อปี พ.ศ. 2539”

ดร.นพ.สมยศ เล่าต่อว่า ศูนย์บำบัดรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทยได้ยกสถานะขึ้นเป็นโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี จ.ปทุมธานี ซึ่งเปิดให้บริการรักษาผู้ป่วยมะเร็งทุกประเภท ปีละมากกว่า 2,000 ราย รวมทั้งให้ความรู้ในการป้องกัน ดูแลรักษาทั้งทางร่างกายและจิตใจสำหรับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายให้มีความสุข และถือเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านมะเร็งที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ

“ภายหลังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะกรรมการของโครงการกาญจนบารมีดำเนินการจัดตั้ง ‘มูลนิธิกาญจนบารมี’ ขึ้น เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2540 เป็นต้นมา เพื่อเป็นกองทุนสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาล ที่มีหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานป้องกันมะเร็ง รวมทั้งช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ให้ได้รับการดูแล”


มุ่งสู่ภารกิจ มอบชีวิตใหม่ให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมด้อยโอกาสทั่วประเทศ ตามรอยพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ 10

ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ เมื่อปี พ.ศ. 2555 มูลนิธิกาญจนบารมี สานต่อพระราชปณิธานโดยจัดทำโครงการให้บริการทางการแพทย์ขึ้น และมุ่งไปยังกลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่คุกคามสุขภาพและเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในสตรีไทย ทั้งยังมีแนวโน้ม้พิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยที่ผ่านมา หน่วยคัดกรองมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ของมูลนิธิตระเวนเดินทางไปทั่วทุกจังหวัดในทุกภูมิภาคของประเทศไทย พร้อมด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด คือ เครื่องเอ็กซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ (Mammogram) เพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมให้แก่สตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาสที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร ห่างไกลจากโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล และมีฐานะยากจน ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็ง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

“ทุกครั้งที่มีการออกหน่วยเพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม มูลนิธิกาญจนบารมียังรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นโรคร้ายที่ทำให้ผู้หญิงไทยป่วยและเสียชีวิตในอัตราสูง เพราะโรคนี้หากได้รับการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรก และรีบส่งตัวเพื่อเข้ารับการรักษา จะมีโอกาสรักษาให้หายได้ในอัตราที่สูง” ดร.นพ.สมยศ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ในการลงพื้นที่จะมีรถเคลื่อนที่หนึ่งขบวนประกอบด้วยรถจำนวน 4 คัน ซึ่งแต่ละคันได้มาจากเงินบริจาค ทั้งของอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) เอง และที่ทาง อสม. ไปเรี่ยไรเงินคนละเล็กละน้อยจากชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธา กระทั่งสามารถจัดซื้อรถทั้งหมดเพื่อสร้างสาธารณประโยชน์ร่วมกัน ดังนี้

  1. รถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ (Mobile Advertising Unit)
  2. รถสาธิตและตรวจมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ (Mobile Check Up Unit)
  3. รถนิทรรศการและให้ความรู้โรคมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ (Mobile Learning Exhibition Unit)
  4. รถตรวจเอ็กซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ประสิทธิภาพสูง (Mammogram)

สำหรับผลการดำเนินงาน ดร.นพ.สมยศ สรุปว่า

“ปัจจุบันการดำเนินงานของโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอ็กซเรย์เต้านมฯ ดำเนินมาจนกระทั่งเข้าสู่รอบปีที่ 6 มีการออกหน่วยคัดกรองมะเร็งเคลื่อนที่รวมแล้ว 773 ครั้ง (ณ วันที่ 30 เมษายน 2562) ได้ตรวจคัดกรองมะเร็งให้กับผู้หญิงกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ห่างไกลไปแล้วมากกว่า 231,900 คน ตรวจเอ็กซเรย์โดยเครื่อง Mammogram 16,096 คน ส่งคนไข้ไปตรวจวินิจฉัย 1,791 คน พบผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ถูกส่งต่อไปรับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างเหมาะสมแล้วประมาณ 300 คน ทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 10 ซึ่งมีประสิทธิภาพที่สุดในตอนนี้”


“จังหวัดเลย” กรณีศึกษาทรงพลัง ของโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมฯ อันเนื่องมาจากพระราชดำริของ ในหลวง รัชกาลที่ 10

เพื่อให้ได้เห็นภาพจริงของประสิทธิผลโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมฯ มูลนิธิกาญจนบารมี ทางมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวทางพระราชดำริ จึงได้จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรศึกษาดูงาน “ชุมชนเข้มแข็ง สืบสานแนวพระราชดําริ” โดยเดินทางไปยังอำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย เพื่อติดตามดูการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ในโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอ็กซเรย์เต้านม (Mammogram) ในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส 

นพ.ปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลยให้ข้อมูลอัปเดตว่า

นพ.ปรีดา วรหาร

“การเข้ามาดูแลคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งเต้านมของมูลนิธิกาญจนบารมีนั้น ช่วยแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการป้องกันและการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมของทางจังหวัดเลยได้อย่างมาก เพราะสถิติที่ผ่านมาของจังหวัดเลย ตรวจพบสตรีที่เจ็บป่วยด้วยมะเร็งเต้านมปีละ 100 ราย พบว่าประมาณ 1 ใน 4 ของผู้ป่วยเหล่านี้มาโรงพยาบาลในช่วงที่ป่วยระยะสุดท้าย คือ ระยะที่ 3-4 ทำให้การรักษาให้หายเป็นไปได้ยาก และผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตสูง โดยมะเร็งเต้านมเป็น 1 ใน 3 สาเหตุแรกของการเสียชีวิตของชาวจังหวัดเลยด้วย

“และก่อนที่ทางมูลนิธิกาญจนบารมีจะเข้ามาดำเนินโครงการฯ นี้ หากผู้ป่วยต้องการตรวจด้วยเครื่อง Mammogram จะต้องเดินทางไปไกลถึงจังหวัดขอนแก่นหรืออุดรธานี ซึ่งใช้เวลานานเกือบ 3 ชั่วโมง ทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย เสียเวลา และสร้างความลำบากให้ผู้ป่วยและญาติเป็นอย่างมาก”

นพ.ปรีดา กล่าวต่อว่า หลังจากที่มูลนิธิมาลงพื้นที่จังหวัดเลย และให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมาตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่อง Mammogram ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีมาก เพราะสามารถคัดกรองผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเต้านมในระยะแรกได้จำนวนไม่น้อย โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้ก็จะเข้าสู่กระบวนการรักษาได้ทัน ซึ่งที่ผ่านมาทางสาธารณสุขจังหวัดมีระบบดูแลผู้ป่วยอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่สามารถตรวจผู้ป่วยได้อย่างทั่วถึง

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะประชาชนกว่าครึ่งของจังหวัดเลยอาศัยแบบกระจายอยู่ตามพื้นที่ราบสูง ภูเขา ซึ่งเป็นถิ่นทุรกันดาร เดินทางเข้าถึงยาก ดังนั้น เมื่อทางมูลนิธิฯเข้ามา จึงเป็นการเพิ่มโอกาสให้สามารถคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้น ให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ทันเวลา ลดอัตราผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเต้านมได้อย่างมีนัยสำคัญ

ที่สุดแล้ว นพ.ปรีดา ได้เป็นตัวแทนกล่าวสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ว่า

“นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม ที่จังหวัดเลยได้เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มูลนิธิกาญจนบารมี โครงการพระราชดำริด้านสาธารณสุข เดินทางมาลงพื้นที่ เพื่อตรวจคัดกรองผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ซึ่งสามารถเพิ่มโอกาสให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเต้านมมีชีวิตที่ยืนยาวขึึ่น ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้ด้อยโอกาสและอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทำให้พวกเขาได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ทันสมัยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อคนเมืองเลยอย่างหาที่สุดไม่ได้”


ที่มา : กิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรศึกษาดูงาน “ชุมชนเข้มแข็ง สืบสานแนวพระราชดําริ” ณ อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย จัดโดย มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวทางพระราชดำริ ระหว่างวันที่ 29-30 เมษายน 2562


ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ที่จะถึงนี้ ด้วยหลากหลายโครงการพระราชดำริ ต่อไปนี้

เรียนรู้พื้นที่ต้นแบบ บ้านโคกล่าม-แสงอร่าม เมืองอุดร พลิกฟื้นผืนดินด้วย ‘การบริหารจัดการน้ำ’ นำความอยู่ดีกินดีสู่ชุมชน

สืบสานแนวพระราชดำริ ในหลวง รัชกาลที่ 10 ทรงพลิกฟื้นคืนชีวิตใหม่ให้ชาวหนองอึ่ง ยโสธร

ถอดรหัสต้นแบบบริหารจัดการน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งอิสาน “อ่างเก็บน้ำห้วยคล้าย เมืองอุดร”