น้ำตาแห่งความปลื้มปีติของคนไทยถึงคราวเอ่อล้นอีกครั้ง นับจากวันครบรอบ 237 ปีแห่งการสถาปนาราชจักรีวงศ์ เมื่อวันเสาร์ที่ 6 เมษายน 2562 อันเป็นวันเริ่มต้นปฐมบทการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ด้วยพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์พร้อมกัน 76 จังหวัดทั่วประเทศเป็นต้นมา…







ครั้งหนึ่งในรอบ 69 ปี
นับจากวันที่ 4-8 พฤษภาคม 2493 อันเป็นห้วงเวลาแห่งการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 เรื่อยมากระทั่งถึงการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในหลวงรัชกาลที่ 10 เป็นห้วงเวลาที่ทอดยาวห่างกันถึง 69 ปีเต็มๆ
ห้วงเวลาประกอบพระราชพิธีแม้จะต่างยุคต่างสมัยแต่แก่นแกนที่เป็นหัวใจแห่งพระราชพิธียังคงได้รับการอนุรักษ์ตามแบบอย่างโบราณราชประเพณีและสืบสานไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นพระราชพิธีทำน้ำอภิเษก–น้ำมุรธาภิเษก…พระราชพิธีทำน้ำเทพมนต์…พระราชพิธีทำน้ำพระพุทธมนต์…พระราชพิธีจารึกดวงพระบรมราชสมภพ–จารึกพระสุพรรณบัฏ–จารึกพระราชลัญจกร…พระราชพิธีสรงพระมุรธาภิเษก…พระราชพิธีทรงรับน้ำอภิเษก…พระราชพิธีทรงรับเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ขัตติยราชวราภรณ์และพระแสง…พระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรเถลิงพระแท่นบรรจถรณ์…พระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์ เป็นต้น




อะไรคือ “น้ำมุรธาภิเษก–น้ำอภิเษก”
หลายต่อหลายคนที่ติดตามหมายกำหนดการพระราชพิธีบรมราชภิเษกอาจจะเกิดอาการตาเหม่อลอยด้วยความฉงนสงสัย…
”เอ๊ะ!”…อะไรคือน้ำมุรธาภิเษก แล้วอะไรคือ น้ำอภิเษก?
น้ำมุรธาภิเษก คือ น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่จัดเตรียมไว้เพื่อถวายแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำหรับสรงพระวรกาย ตั้งแต่พระเศียรลงไปถึงพระบาท
น้ำอภิเษก คือ น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่จัดเตรียมไว้ สำหรับสรงที่พระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่มาของน้ำมุรธาภิเษก มาจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ 5 สาย ที่ได้รับการเรียกขานว่า “เบญจสุทธคงคา” ประกอบด้วย
- แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง
- แม่น้ำบางปะกง บริเวณตำบลพระอาจารย์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก
- แม่น้ำป่าสัก บริเวณตำบลท่าราบ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี
- แม่น้ำราชบุรี บริเวณตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
- แม่น้ำเพชรบุรี บริเวณตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี
นอกจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ”เบญจสุทธคงคา” ที่อุปมาเหมือน “ปัญจมหานที” อันได้แก่ คงคา–ยมนา–อจิรวดี–สรภู–มหิ ในชมพูทวีป หรือ ประเทศอินเดียแล้ว น้ำมุรธาภิเษก ยังประกอบเพิ่มเติมด้วยน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์อีก 4 แหล่งที่ล้วนอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรีทั้งสิ้น คือ ”สระเกษ–สระแก้ว–สระคงคา–สระยมนา”
สรุปรวมความแล้วน้ำมุรธาภิเษก มีที่มาจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์รวม 9 แหล่ง คือแม่น้ำเจ้าพระยา–แม่น้ำบางปะกง–แม่น้ำป่าสัก–แม่น้ำราชบุรี–แม่น้ำเพชรบุรี–สระเกษ–สระแก้ว–สระคงคา–สระยมนา
สำหรับน้ำอภิเษก เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่หลอมรวมจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์จำนวน 108 แห่ง ในทุกจังหวัดทั่วทั้งประเทศไทย สมทบกับน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์สำหรับทำน้ำมุรธาภิเษกอีก 9 แหล่ง รวมเป็น 117 แหล่ง
จากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก คือ พระราชพิธีสถาปนาความเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครบถ้วนบริบูรณ์ตามโบราณราชประเพณีที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล
ในพระราชพิธีที่สำคัญยิ่งนี้จะมีการทูลเกล้าถวายเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ซึ่งเป็นเครื่องแสดงถึงการเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์โดยถูกต้องสมบูรณ์






องค์ประกอบแห่งเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ได้แก่ พระมหาพิชัยมงกุฏ–พระแสงขรรค์ชัยศรี–ธารพระกร–พระวาลวีชนี–ฉลองพระบาทเชิงงอน
เมื่อดำเนินการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกลุล่วงสมบูรณ์แล้ว พระปรมาภิไธยของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาชิราลงกรณ์ บดินทรเทพวรางกูร ก็จะเปลี่ยนใหม่เป็น “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” ดังที่ปรากฏอยู่ใน ”พระราชกฤษฏีกาเหรียญเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 4 พฤษภาคม 2562” มาตรา 3 ซึ่งเผยแพร่อยู่ในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 23 เมษายน 2562 เล่มที่ 136 ตอนที่ 54 ก.
หมายเหตุ: ภาพพระราชทาน https://phralan.in.th/coronation/index.php












