จากการสอบถามชีวิตความเป็นอยู่ว่า มีความสุขแค่ไหนจากระดับ 0 ถึง 10 ประชาชนในประเทศชั้นนำของโลก ไม่ติดอันดับ 10 ประเทศแรกที่มีความสุขที่สุดในโลก อาทิ ‘เยอรมนี’ อยู่อันดับที่ 17 ‘สหรัฐอเมริกา’ อันดับ 19 ‘ญี่ปุ่น’ อันดับ 58 ‘จีน’ อันดับ 93 ‘รัสเซีย’ อันดับ 68 


สำรวจความสุขจาก World Happiness Report 2019

ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกจากรายงาน World Happiness Report 2019 ใช้ตัวแปรหลัก 6 ตัวเพื่ออธิบายความแตกต่างของความสุขในหลายๆ ประเทศ ดังนี้

  1. จีดีพีต่อหัว
  2. แรงสนับสนุนทางสังคม
  3. อายุขัยที่แสดงว่ามีสุขภาพดี
  4. เสรีภาพ
  5. ความเอื้ออาทร
  6. อิสรภาพจากการทุจริต

ส่วนในอาเซียน ไทย อันดับ 52 สิงคโปร์ อันดับ 34 มาเลเซีย อันดับ 80

น่าสนใจว่า ประเทศในทวีปยุโรปให้ความสนใจ ผลประโยชน์ของชาติ และค่อนข้างที่จะสอดคล้องกับ ผลประโยชน์ของประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายรัฐไม่ให้ความสำคัญ ทั้งยังเป็นตัวขัดขวางความสุข และกลายเป็นความทะเยอทะยานของผู้นำที่ไม่สามารถทำให้อำนาจที่ตนได้รับนั้น…ให้ความสุขแก่ประชาชนแบบจับต้องได้

ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก 10 อันดับแรก ได้แก่

ออสเตรีย อันดับ 10 ออสเตรียก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่สะอาด นักท่องเที่ยวจำนวนมากอธิบายลักษณะประเทศนี้ว่าปลอดภัย และเป็นประเทศในยุโรปเพียงประเทศเดียวที่ไม่ได้เข้าร่วม NATO (องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ)

ชาวออสเตรียเป็นชาติที่ทำงานหนัก มีอัตราการว่างงานต่ำมาก (4.8%) และได้เงินเดือนสูงมาก โดยเฉลี่ย 3,500 ยูโรต่อเดือน แรงงานที่ทำงานราชการจะได้รับการประกันสังคม สิทธิในการลาป่วย รวมถึงสวัสดิการการว่างงานด้วย

แคนาดา อันดับ 9 ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ประชากรอาศัยอยู่ในทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และมีเครือข่ายการค้าที่พัฒนาเป็นอย่างดี ตัวชี้วัดหลักที่ช่วยให้ประเทศเข้าสู่ 10 อันดับแรกของประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกคือ มีอัตราส่วนสูงสุดด้านอายุขัยประชากรโดยเฉลี่ยและภูมิทัศน์ที่สวยงาม

สวีเดน อันดับ 7 มีประชากร 10.2 ล้านคน เป็นผู้อพยพ 2.4 ล้านคน ในเวลาเดียวกัน ความหนาแน่นของประชากรในประเทศค่อนข้างต่ำ ประมาณ 85% ของคนสวีเดนชอบตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตเมือง ส่งผลให้สวีเดนเป็นที่รู้จักในฐานะประเทศชนบทที่มีมาตรฐานการครองชีพและผู้ที่อยู่อาศัยก็อยู่อย่างมีความสุข

เศรษฐกิจของสวีเดนมุ่งเน้นไปที่ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างการส่งออกเหล็ก ป่าไม้ และแหล่งพลังงานไฟฟ้าพลังงานน้ำ ในเวลาเดียวกัน รัฐบาลไม่ได้บังคับประชาชนให้รัดเข็มขัดทุกปี แต่ผู้คนก็ส่งเงินที่ได้จากการค้ากับต่างประเทศไปให้รัฐเพื่อพัฒนายา เวชภัณฑ์ และการศึกษา สวีเดนจึงเป็นหนึ่งในประเทศที่ดีที่สุดในโลก 

สวิตเซอร์แลนด์ อันดับ 6 เป็นประเทศที่สงบสุข มีเศรษฐกิจที่เฟื่องฟู มีสภาพแวดล้อมที่สะอาด โครงสร้างพื้นฐานก็ได้รับการพัฒนาอย่างน่ามหัศจรรย์ รวมถึงให้บริการด้านการศึกษาที่มีคุณภาพและราคาไม่แพง ชาวสวิตมีอายุขัยเฉลี่ยที่สูงมากคือ 82.90 ปี รัฐบาลมีการทำงานที่โปร่งใส พลเมืองมีเสรีภาพมาก คุณภาพชีวิตสูง ส่งผลต่อการพัฒนามนุษย์และเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ

เนเธอร์แลนด์ อันดับ 5 จากการเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารอันดับ 2 ของโลก และมีการพัฒนาวิธีทำเกษตร ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ของดินและมีสภาพภูมิอากาศไม่แปรปรวนรุนแรงเหมือนประเทศอื่นๆ 

เนเธอร์แลนด์ยังเป็นประเทศเสรีที่มีกฎหมายเกี่ยวกับการค้าประเวณี การทำแท้ง การให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพสูง บวกกับให้การศึกษาที่ยอดเยี่ยมแก่ประชาชน และยังมีรายการผลประโยชน์ทางสังคมมากมาย ไม่น่าแปลกใจที่ระดับความสุขของชาวเนเธอร์แลนด์อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง 

ไอซ์แลนด์ อันดับ 4 เป็นประเทศที่สงบและปลอดภัยที่สุดในแอตแลนติกเหนือและติดอันดับหนึ่งในสิบของประเทศที่มีมาตรฐานการครองชีพสูงที่สุดในโลก ไอซ์แลนด์สงบสุขมากจนไม่มีกองทัพประจำการ ยกเว้นกองทหารยามเล็กๆ

ลักษณะเฉพาะของไอซ์แลนด์คือ เศรษฐกิจ การเมือง สังคม ล้วนมีเสถียรภาพและพลเมืองมีความเสมอภาคต่อการใช้กฎหมาย นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงในด้านอัตราภาษีที่ต่ำ มีบริการด้านการศึกษาและสุขภาพที่หลากหลาย

นอร์เวย์ อันดับ 3 คุณลักษณะที่โดดเด่นของนอร์เวย์คือ ความเท่าเทียมกันทางสังคมและความเป็นอยู่ที่ดีของพลเมือง โดยเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อน้ำมัน พลังงานน้ำ และที่สำคัญ ยังเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุด 

ที่น่าสนใจคือ ทำไมชาวนอร์เวย์จึงเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก สมมติว่าเด็กมีโรคเรื้อรัง เขาจะได้รับการรักษาฟรี มีโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้เรียนฟรีสำหรับทุกคน ผู้ปกครองสามารถลาเพื่อดูแลบุตรได้ประมาณ 12 เดือน พร้อมค่าจ้างเต็มจำนวน รวมถึงการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ 

เดนมาร์ก อันดับที่ 2 มีอัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำมาก ตามดัชนีรักสันติแล้ว เดนมาร์กจึงเป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลก และวัฒนธรรมการทำงานของชาวเดนมาร์กนั้น มีความยืดหยุ่นสูง

ในโคเปนเฮเกน ผู้คนมีการงานที่น่าสนใจ ชวนติดตาม มีความทะเยอทะยานในอาชีพ และในขณะเดียวกันพ่อแม่ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้เวลากับครอบครัวน้อยเกินไป ค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็กก็ไม่ต้องจ่ายแพงๆ นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ผู้อพยพหลายคนบอกว่า การใช้ชีวิตในเดนมาร์กนั้นยอดเยี่ยมมาก การศึกษาฟรี บริการทางการแพทย์ก็มีคุณภาพสูง

ฟินแลนด์ อันดับ 1 ของประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก เห็นตรงนี้แล้วคงจะเข้าใจร่วมกันนะว่า ผลประโยชน์ของชาตินั้น มีเป้าหมายอยู่ที่ความสุขประชาชนซึ่งสามารถสัมผัสได้ เนื่องจากผู้นำของประเทศต่างๆ ในยุโรปตีโจทย์แตกและมีแผนงานชัดเจน ทำให้การพัฒนาประเทศ พัฒนาคุณภาพชีวิตทำได้จริงประชากรจึงมีมวลความสุขเพิ่มขึ้นในแต่ละปีอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องอวยกันว่า ใครสร้างผลงานอะไร อย่างไร

อ่านจบแล้ว…ผู้ที่เสพข้อมูลสามารถตัดสินด้วยตนเองได้ว่า หลักการบริหารบ้านเมืองที่จะเกิดประโยชน์ต่อสังคมมีอะไรบ้าง


ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย

 

 

เรื่อง : รศ.ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย


นอกเหนือจากการจัดอันดับเรื่องความสุข ยังมีการจัดอันดับ ‘คุณภาพชีวิต’

‘ดัชนีคุณภาพชีวิต’ ในเยอรมนี – ไอซ์แลนด์ – ออสเตรีย ของจริง…ไม่มโน