ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน ประเทศต่างๆ ทั่วโลกสามารถรายงานผลการทำงานจากนโยบายของภาครัฐในแต่ละปีได้อย่างชัดเจน เราจึงเห็นดัชนีความเจริญรุ่งเรืองของประเทศโดยไม่ต้องมีการโฆษณาชวนเชื่อกันอีกต่อไป


Legatium Institute ที่ลอนดอน เป็นหน่วยงานวิเคราะห์ดัชนีความเจริญรุ่งเรืองของประเทศต่างๆ ในโลก ซึ่งเป็นผู้จัดทำรายงานประจำปีโดยใช้ตัวแปร 100 ตัว ร่วมกับตัวแปรที่เฉพาะเจาะจง

ตัวบ่งชี้ดั้งเดิม เช่น 1) ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัวและจำนวนคนทำงานเต็มเวลา 2) จำนวนเซิร์ฟเวอร์อินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยภายในประเทศ 3) ผู้คนรู้สึกผ่อนคลายในชีวิตประจำวัน ซึ่งในรายงานปี 2019 ล่าสุด ส่วนใหญ่แล้วประเทศในเอเชียไม่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก

  • สิงคโปร์ อันดับ 21
  • มาเลเซีย อันดับ 44
  • อินโดนีเซีย อันดับ 49
  • ฟิลิปปินส์ อันดับ 62
  • ไทย อันดับ 74

ตรงนี้คงไม่ต้องมาถกเถียงกันต่อไปว่า อยู่ตรงไหนเพราะดัชนีหลายๆ ตัวไม่ว่าจะเป็นดัชนีคุณภาพชีวิต ดัชนีความสุขของชาติก็ประมาณนี้แหละ ที่น่าสนใจคือ อันดับ 1 ใน 10 ของโลกบอกทิศทางของแต่ละประเทศว่าเป็นอย่างไร


อันดับ 10 ไอร์แลนด์

เนื่องจากเป็นประเทศอิสระและดำเนินนโยบายเป็นกลางทางการทหาร ไอร์แลนด์ถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลก รวมถึงธรรมชาติอันงดงามและมีภาพลักษณ์เชิงบวก ซึ่งมีส่วนช่วยพัฒนาการท่องเที่ยวในไอร์แลนด์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

จากสาเหตุ Brexit ทำให้หลายบริษัทเข้าร่วมกับบริษัทข้ามชาติที่ดำเนินธุรกิจในไอร์แลนด์ เพราะชายแดนระหว่างไอร์แลนด์เหนือและไอร์แลนด์เป็นพรมแดนทางบกเพียงแห่งเดียวที่อยู่ระหว่างอังกฤษกับสหภาพยุโรป เป็นผลให้ในปี 2017 เศรษฐกิจของประเทศเติบโตขึ้นร้อยละ 7.3 เร็วที่สุดในกลุ่มประเทศยุโรป


อันดับ 9 เนเธอร์แลนด์

หนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุด ไม่เพียงมีชื่อเสียงเรื่องการเข้าถึงยาเสพติดได้อย่างเสรีเท่านั้น แต่ทัศนคติผู้คนที่มีความอดทน เคารพกฎหมาย ทั้งยังเป็นมิตรและสามารถค้นหาภาษากลางเพื่อใช้ร่วมกับผู้คนจากวัฒนธรรมอื่นได้อย่างง่ายดาย

เนเธอร์แลนด์เป็นหนึ่งในสิบของประเทศที่มีมาตรฐานการครองชีพสูงที่สุดในโลก โดยค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนในเนเธอร์แลนด์คือ 1,400 ยูโร ค่าครองชีพขั้นต่ำเดือนละ 800 ยูโร มองภาพรวม ชาวเนเธอร์แลนด์ได้รับเงินเดือนต่อหัวในระดับสูง ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ และมียารักษาโรคที่ยอดเยี่ยม กอปรกับมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี และยังมีปัจจัยบวกอื่นๆ อีกที่ทำให้เนเธอร์แลนด์ติดอันดับสิบประเทศที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในโลก


อันดับ 6 สวีเดน

นอกจากการผสมผสานของทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงามเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของเมืองที่ได้รับการพัฒนาแล้ว สิ่งที่ทำให้สวีเดนโดดเด่น ติดอันดับท็อปเท็นของอียูคือ จำนวนคำขอลี้ภัยทางการเมือง โดยผู้ย้ายถิ่นฐานเข้าไปอยู่ในสวีเดนได้รับความเอาใจใส่ในด้านปัจจัยต่างๆ เช่น มีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้เรียนฟรีในมหาวิทยาลัย การเข้าถึงและคุณภาพการรักษาพยาบาล และยังมีความหลากหลายของรูปแบบการประกันสังคมในประเทศ และสำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว สต๊อกโฮล์มดูจะเป็นเมืองที่สวยที่สุดในสแกนดิเนเวีย


อันดับ 5 เดนมาร์ก

ประเทศที่สวยงามและปลอดภัยสำหรับการเดินทางและการใช้ชีวิต เพราะมีอัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำ มีเสถียรภาพทางการเมืองในระดับสูง มีเสรีภาพของสื่อและเคารพสิทธิมนุษยชน วันทำงาน โดยเฉลี่ยใช้เวลาวันละ 6.5 ชั่วโมง และมีวันหยุด 6 สัปดาห์ ซึ่งคนทำงานยังคงได้รับค่าจ้างเป็นรายปี 

เดนมาร์กยังเป็นประเทศที่ประชากรมีสุขภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งมีโรงยิมและให้ส่วนลดแก่พนักงานหากต้องการออกกำลังกายหรือใช้สระว่ายน้ำ


อันดับ 4 สวิตเซอร์แลนด์

สวิตเซอร์แลนด์ ได้อันดับคงที่จากดัชนีประเทศที่เจริญรุ่งเรืองมากที่สุด 10 อันดับแรกของโลก ด้วยระบบภาษีที่ดี เศรษฐกิจที่เจริญรุ่งเรือง โครงสร้างพื้นฐานที่ดี และการบริการการศึกษาที่มีคุณภาพสูง ที่สำคัญ ยังมีทิวทัศน์เทือกเขาแอลป์ที่สวยงาม สูดอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอด นอกจากนี้ พลเมืองของสวิตยังมีสุขภาพดี เนื่องจากมีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 82.9 ปี


อันดับ 3 ฟินแลนด์

มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่สูงมากและมีภัยคุกคามจากการก่อการร้ายในระดับต่ำมาก และด้วยระบบตุลาการของฟินแลนด์ที่มีความเป็นอิสระมากที่สุดในโลก ตามรายงานการแข่งขันระดับโลกปี 2018 ไม่ขึ้นกับฝ่ายใดๆ จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ฟินแลนด์เป็นสถานที่ที่สงบสุขที่สุดในโลก

นอกจากนี้ ตามรายงานดัชนีความอ่อนแอแห่งชาติ ปี 2018 ฟินแลนด์ยังเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก


อันดับ 2 นิวซีแลนด์

โดดเด่นในด้านการศึกษามีคุณภาพและระดับค่าจ้างอยู่เกณฑ์ดี นอกจากนี้ยังได้รับผลการรายงานดีเยี่ยม เช่น ด้านต้นทุนทางสังคม เสรีภาพส่วนบุคคล สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ แต่อย่างไรก็ตาม ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน ถือว่าเป็นปัญหาหลักทางเศรษฐกิจที่ประเทศนิวซีแลนด์ต้องเผชิญในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา


อันดับ 1 นอร์เวย์

ประเทศที่เจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในโลก พิสูจน์ตัวเองได้ดีโดยเฉพาะในด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยส่วนบุคคลและระดับชาติ เช่นเดียวกับการคุ้มครองทางสังคม ในนอร์เวย์มี “อพาร์ทเมนต์” พิเศษและโปรแกรมการแพทย์ มีการจ่ายผลประโยชน์ให้เมื่อว่างงานและค่าใช้จ่ายเพี่อการคลอดบุตร

เงินเดือนโดยเฉลี่ยในประเทศนอร์เวย์คือ 240,000 โครนต่อปี ในขณะเดียวกัน นอร์เวย์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก โดยเฉพาะราคาอาหาร เนื่องจากผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของประเทศได้มาจากการนำเข้า

ถึงตรงนี่น่าสนใจว่า การเมืองเป็นเรื่องของการกระจุกตัวทางเศรษฐกิจโดยชนชั้นนำ แล้วแต่ละรัฐจะสร้างให้ชาติของตนเองนั้นมีอนาคตอย่างไร?

เรื่องที่ทำให้ชีวิตผู้คนนั้นมีอนาคต หลายๆ ครั้งเห็นตัวหลักที่สำคัญคือ 1) อายุขัยที่ยาวนานขึ้นจากการแพทย์ที่มีคุณภาพและยาที่ยอดเยี่ยม 2) ความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน 3) เสรีภาพของสื่อและส่วนบุคคล 4) ผู้ใช้แรงงานนั้นมีโอกาสในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่จากมาตรฐานการครองชีพขั้นต่ำและรายได้ โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัทและรัฐด้านการสันทนาการ 5) ชีวิตความเป็นอยู่อีกทั้งการเมืองเศรษฐกิจที่มีความมั่นคงควบคู่กับมาตรฐานด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม

เห็นอย่างนี้แล้วรัฐอุกกาบาตหลายๆ ประเทศคงต้องใช้เวลาอีกหลายทศวรรษในการพัฒนาให้มีความรุ่งเรือง ส่วนการทำโพลล์ของสำนักต่างๆ ทำให้เห็นการใช้จ่ายงบประมาณแล้วเพลีย ที่สำคัญ…ที่อวยกันแต่ละปี อย่างน้อยควรจะรายงานตามตัวชี้วัดอย่างที่เขาจัดอันดับกันจะดีกว่า


ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย

 

 

เรื่อง : ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย