นโยบายพัฒนา ‘อุตสาหกรรมการศึกษาจีน’ นับเป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาเศรษฐกิจชาติที่ นาย สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ให้ความสำคัญไปไม่แพ้การพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศในด้านอื่น และเครื่องมือสำคัญที่จีนมุ่งหมายที่จะใช้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านนี้ให้ก้าวกระโดดแซงหน้าชาติเอเชียอื่นๆ แน่นอนว่าคือ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งเป็นต้นทุนที่จีนมีอยู่แล้วนั่นเอง


บทวิเคราะห์ Shanghai Daily ชี้ จับตาดู ‘อุตสาหกรรมการศึกษาจีน’ จะโตไม่หยุด สร้างรายได้ให้ประเทศมหาศาล

จากข้อมูลของ Shanghai Daily ที่คาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดด้านการศึกษาของจีนในปี 2563 จะอยู่ที่ 10 ล้านล้านหยวน โดยจะมีบริษัทและผู้ประกอบการด้านการศึกษาเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ซึ่งปัจจัยนี้จะยิ่งส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีและการศึกษาในจีนให้เติบโตแบบไม่หยุด

จากข้อมูลฉบับเดียวกันนี้ ยังเผยผลวิเคราะห์ว่า ที่ผ่านมา การเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีและการศึกษาในจีน แบ่งออกได้ 3 ระยะ คือ

  1. ในช่วงปี 2543 บริษัทต่างๆ เริ่มอัปโหลดแบบเรียนออนไลน์เพื่อให้เข้าถึงนักเรียนจำนวนมาก
  2. ภายหลังปี 2553 การถ่ายทอดสดและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ เริ่มเข้ามามีบทบาทในภาคการศึกษา อาทิ การเรียนผ่านโปรแกรมบนแอปพลิเคชัน Wechat
  3. ใช้ AI สร้างรูปแบบและเนื้อหาของการเรียนการสอน ซึ่ง AI ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษา โดยทำงานเป็น “super brain” ที่รวมมันสมองของเหล่าอาจารย์ชั้นนำเอาไว้ อีกทั้งสามารถเข้าใจอุปนิสัยและเข้าถึงปัญหาของผู้เรียนที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาได้อีกด้วย

ในปี 2560 ที่ผ่านมา พบว่าการเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ระดับ K12 (อนุบาลถึงมัธยมศึกษา) ในจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยการใช้วิธีถ่ายทอดการสอนผ่านอาจารย์จากหัวเมืองระดับ 1 ให้นักเรียนมัธยมในพื้นที่ชนบทได้รับชม ซึ่งการดำเนินการนี้ได้รับเสียงชื่นชมว่า เป็นต้นแบบของการใช้เทคโนโลยีช่วยยกระดับการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาในจีนอย่างได้ผล

จากนั้น ในปี 2561 กว่าครึ่งของธุรกิจ Startup ด้านภาษา ระดมเงินทุนครั้งใหญ่เพื่อดึงดูดครูสอนพิเศษชาวต่างชาติมาสอนภาษาออนไลน์แบบตัวต่อตัว แต่อย่างไรก็ดี ความพยายามครั้งนี้ก็ยังไม่ประสบสัมฤทธิผลมากนัก เพราะที่สุดแล้วธุรกิจนี้ยังคงขาดแคลนครูที่มีคุณสมบัติเหมาะสมอีกจำนวนมากที่จะมาสอนในรูปแบบที่ธุรกิจการศึกษาวางแนวทางไว้

ส่วนตัวเลขด้านค่าใช้จ่าย ที่ครอบครัวชาวจีนเสียไปเพื่อเป็นค่าเล่าเรียนของบุตรหลานนั้น ก็เป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดที่สามารถบอกได้เช่นกันว่า Demand ด้านอุตสาหกรรมการศึกษาและธุรกิจการศึกษาในจีนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะหากอ้างอิงตามรายงานของบริษัทกองทุนความเสี่ยง BE Capital ฉบับล่าสุดระบุว่า

“ครอบครัวจีนใช้จ่ายเงินโดยเฉลี่ย 42,900 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับค่าศึกษาเล่าเรียนของบุตรตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเพิ่มขึ้น 13 เท่า และคิดเป็นร้อยละ 30 ของค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาทั้งหมดระหว่างปี 2528 – 2555 ทีเดียว นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่า ภายในปี 2568 จีนจะมีบริษัทด้านการศึกษาที่มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กว่า 100 แห่ง” 


เมื่อพัฒนาอย่างจริงจัง ผลลัพธ์จึงเกิดขึ้น อย่างน่าภูมิใจ

ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม มาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านการศึกษาของจีนอย่างจริงจังนี่เอง ทำให้ล่าสุด เกิดผลลัพธ์ที่กลายมาเป็นกรณีศึกษาอันน่าภาคภูมิใจแทนประเทศจีน

เพราะ ไทม์ส ไฮเออร์ เอดูเคชัน (Times Higher Education – THE) นิตยสารเกี่ยวกับการศึกษาชื่อดังของอังกฤษ เผยผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียประจำปี 2019 โดยการจัดอันดับครั้งนี้คัดเลือกจากมหาวิทยาลัยกว่า 400 แห่ง จาก 27 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย

Tsinghua University building in Beijing, China

ผลปรากฏว่า ชาติที่ครองแชมป์มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียประจำปี 2019 คือ มหาวิทยาลัยชิงหัวจากประเทศจีน (Tsinghua University) แซงหน้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ที่ครองแชมป์อันดับ 1 ติดต่อกัน 3 ปี (ตั้งแต่ปี 2016-2018) แต่ปีนี้ตกลงมาอยู่อันดับที่ 2 เสียแล้ว

ขณะที่อันดับ 3 เป็นของ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง (Hong Kong University of Science and Technology) อันดับ 4 มหาวิทยาลัยฮ่องกง (Hong Kong University) และอันดับ 5 มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University)

สำหรับเหตุผลที่ทำให้ตำแหน่งแชมป์มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชียปีนี้ตกเป็นของ ‘มหาวิทยาลัยชิงหัว’ นั่นเป็นเพราะสภาพแวดล้อมการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยชิงหัวและอีกหลายมหาวิทยาลัยในประเทศจีน ได้รับการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ปรับเอาเทคโนโลยีแห่งยุคมาใช้ในการเรียนการสอนมากขึ้น

Qiu Yong : President of Tsinghua University
Flowers bloom,wind chimes ring; March sings awakening Spring. // www.tsinghua.edu.cn

รวมทั้งทางมหาวิทยาลัยฯ ยังสร้างผลงานทางวิชาการที่ได้รับการยอมรับ และมีผู้นำไปอ้างอิงมากขึ้น การปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยจีนให้มีความเป็นสากลในสายตาคนภายนอก ทำให้ดัชนีด้าน International Outlook ได้รับการยอมรับมากขึ้นด้วย

และในภาพรวมของการจัดอันดับครั้งนี้ มีมหาวิทยาลัยจีนอยู่ในรายชื่อผู้เข้าชิงถึง 72 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มี 63 แห่ง จีนจึงเป็นตัวอย่างของประเทศในเอเชียที่ประสบความสำเร็จด้านการบริหารการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งกำลังหนุนสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมด้านการศึกษาของจีนประสบความสำเร็จ ได้รับการยอมรับในระดับโลกนี้ได้ คือ การที่รัฐบาลจีนให้ความสำคัญและลงทุนในภาคการศึกษาอย่างจริงจังและต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั่นเอง


ส่องเทรนด์ ‘การศึกษาต่อในแดนมังกร’ มีดีอย่างไร

เมื่อมีผลการจัดลำดับออกมารับรองแล้วว่า มหาวิทยาลัยชิงหัว ครองแชมป์มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย ใครที่มีแพลนจะไปเรียนต่อในประเทศจีน ชิงหัว…จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

เว็บไซต์ CUCAS (China’s University and College Admission System)  Web Portal ออนไลน์การศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่สมัครเรียนในมหาวิทยาลัยของจีน ทำแบบสำรวจความคิดเห็นนักศึกษาต่างชาติในประเทศจีน 60,000 คน พบ 5 เหตุผลหลักของนักศึกษาต่างชาติที่เลือกศึกษาต่อในประเทศจีน นั่นคือ

  • ได้เปิดโลกกว้าง สู่ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก

การศึกษาต่อในประเทศจีนเป็นโอกาสอันดีเยี่ยมที่ทุกคนจะได้ศึกษาในประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีประสบการณ์การใช้ชีวิตในสังคมที่ผสมผสานระหว่างอารยธรรมเดิมและสมัยใหม่อย่างลงตัว รวมทั้งที่นี่ยังมีไลฟ์สไตล์ที่ถูกใจคนรุ่นใหม่ ทั้งความงดงามทางธรรมชาติไป แสงสีเมืองยามค่ำคืน รวมไปถึงในยุคนี้ การเดินทางระหว่างเมืองก็ยังสะดวกขึ้นมากด้วยโครงสร้างการคมนาคมที่ทันสมัย เพราะมีทั้งรถไฟความเร็วสูง รถประจำทาง รถแท็กซี่ และรถไฟใต้ดินในเมืองใหญ่ต่างๆ

www.tsinghua.edu.cn
  • ค่าครองชีพไม่แพง

ทั้งค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพ ระหว่างศึกษาต่อในประเทศจีนมีราคาต่ำกว่ามาก เมื่อเปรียบเทียบกับการศึกษาต่อในประเทศแถบยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฯลฯ ค่าใช้จ่ายสำหรับการเรียนที่จีนไม่เกิน 1,000 ดอลลาร์ ต่อหลักสูตร ทั้งหลักสูตรการเรียนภาษาระยะสั้นที่มีค่าใช้จ่ายเพียงไม่กี่ร้อยดอลลาร์ ส่วนค่าอาหารการกิน ค่าเดินทางในจีน หากเทียบกับประเทศเกาหลีใต้ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน 5 ประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดสำหรับชาวต่างชาติแล้ว ก็นับว่าถูกมากๆ ทีเดียว

www.tsinghua.edu.cn
  • เรียนจบ พร้อมข้อได้เปรียบในการจ้างงาน

ดังที่กล่าวในข้างต้นไปแล้วว่า ยุคนี้เป็นยุคที่จีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศ พัฒนาเศรษฐกิจทุกด้าน ดังนั้น อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงไม่กี่ปีมานี้จึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในปีนี้ จะมีบทวิเคราะห์ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนจะชะลอตัวลง แต่ก็ไม่ได้ทำให้อัตราการจ้างงานในจีนลดลงด้วย ดังนั้นผู้ที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยในจีน จึงมีข้อได้เปรียบอย่างมากในด้านการจ้างงาน และจีนยังเป็นตลาดใหญ่สำหรับบริษัทต่างชาติที่วางแผนเข้ามาขยายสาขาหรือฐานการผลิตในจีนด้วย

www.tsinghua.edu.cn
  • คุณภาพการศึกษาที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

การที่มหาวิทยาลัยชิงหัวของจีนประสบความสำเร็จ ครองแชมป์มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชียนั้น นับเป็นเพียงก้าวแรกของจีนที่แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างมหาวิทยาลัยระดับโลกมากขึ้น ด้วยการลงทุนมหาศาลในด้านการศึกษาทั้งในระดับอาชีวศึกษาและระดับอุดมศึกษา

เพราะทุกวันนี้ การเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อย่างหลักสูตรด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การแพทย์ นวัตกรรม ดิจิทัล ก็ได้รับการยอมรับในมาตรฐานในระดับสากล ซึ่งต่อไปทางรัฐบาลจีนก็จะขยายความร่วมมือเพื่อพัฒนาการศึกษา ด้วยการลงนามในข้อตกลงร่วมกันเพื่อรับรองคุณวุฒิทางการศึกษาร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับโลกเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น รวมถึงมหาวิทยาลัยทั่วโลกในระดับภูมิภาค


ที่มา :