ที่ผ่านมา เราต่างได้ยินข่าวเกี่ยวกับ ‘นวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต’ ทั้งในรูปแบบของเทรนด์รถยนต์ที่ทุกคนจะได้เห็นและได้ใช้ในอนาคตอันใกล้ อย่าง รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle หรือรถยนต์อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนได้เอง อย่าง SELF-DRIVING CAR ซึ่งส่วนใหญ่มาจากแหล่งข่าวที่เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ทั่วโลก

ทว่า ในงาน เชลล์อีโค-มาราธอน ที่จัดขึ้น ณ ประเทศมาเลเซีย ในปีนี้ เราได้รับรู้ไอเดียการผลิตรถต้นแบบแห่งอนาคต จากมุมมองนักเรียนนักศึกษาทั่วโลกที่เข้ามาร่วมแข่งขันกันในรายการนี้ ซึ่งต่างมุ่งมั่นสร้างต้นแบบรถยนต์แห่งอนาคตที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการออกแบบรถที่สวยงามและใช้พลังงานทดแทนที่หลากหลาย

โดยในปีนี้ มีข่าวที่สร้างความยินดีให้กับคนไทยทั้งประเทศ นั่นคือ ทีม RMUTP RACING จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร คว้าชัยชนะการแข่งขันประเภท ‘รถต้นแบบแห่งอนาคต’ มาครอง


ร่วมดีใจไปกับทีมนักศึกษาไทย ที่ไปคว้าแชมป์ ‘รถต้นแบบแห่งอนาคต’ ได้สำเร็จ

ทีมเยาวชนจากประเทศไทยที่ไปสร้างชื่อ คว้ารางวัลชนะเลิศประเภท ‘รถต้นแบบแห่งอนาคต’ จากการแข่งขัน เชลล์อีโค-มาราธอน 2019 คือ ทีม RMUTP RACING จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ประเทศไทย ที่ส่งผลงานการคิดค้นและพัฒนารถต้นแบบแห่งอนาคตซึ่งใช้เชื้อเพลิงเอทานอล ไปคว้าชัยในฐานะ “ทีมที่ทำสถิติดีที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้ ด้วยระยะทาง 1,546.9 กิโลเมตร เทียบเท่าการใช้เชื้อเพลิงเอทานอล 1 ลิตร หรือคำนวนเป็นระยะการเดินทางระหว่างกรุงกัวลาลัมเปอร์และกรุงเทพมหานคร”

www.shell.com

ด้วยสถิติการประหยัดน้ำมันอันยอดเยี่ยม ทำให้รถยนต์จากทีม RMUTP RACING สร้างสถิติการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในการแข่งขัน นอกจากนี้ทีมนักศึกษาไทยยังคว้ารางวัลด้านสื่อสารยอดเยี่ยมไปครอง ท่ามกลางทีมนักเรียนและนักศึกษาที่ร่วมเข้าแข่งขันกว่า 100 ทีม จาก 18 ประเทศ นายพีรพล บุญช่วย ผู้จัดการทีม กล่าวถึงชัยชนะในครั้งนี้ว่า

“พวกเราดีใจมากที่สามารถคว้าชัยชนะมาได้ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นชัยชนะที่ได้มาจากการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และการเรียนรู้จากการเข้าร่วมแข่งขันมาตลอด 3 ปี จนมาครั้งนี้พวกเราทำได้ สิ่งทำให้ทีมเราคว้าชัยชนะมาได้ คือ ทักษะการทำงานเป็นทีมและความสามัคคีครับ”


ส่องเทรนด์ ‘นวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต’ จากมุมมองนักศึกษาทั่วโลกในงาน เชลล์อีโค-มาราธอน 2019

นอกจากการแข่งขันในประเภท ‘รถต้นแบบแห่งอนาคต’ ที่ทีมนักศึกษาไทยไปคว้าชัยมาได้แล้วนั้น ยังมีการประกวด นวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ในประเภทอื่นอีกมากมาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมุมมองและไอเดียการพัฒนารถยนต์แห่งอนาคตในระดับนักศึกษา ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่แวดวงยานยนต์โลกได้ไม่น้อย

นายนอร์แมน คอช ผู้จัดการทั่วไป โครงการ Make the Future Live กล่าวถึงที่มาของการจัดรายการแข่งขันออกแบบ นวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตครั้งนี้ว่า

“การแข่งขันค้นหาสุดยอดนักขับรถประหยัดน้ำมัน เป็นการแข่งขันที่ผสานการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพของรถ เทคนิค และทักษะของผู้ขับ โดยการแข่งขันครั้งนี้ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องใช้กลยุทธ์ในการควบคุมจัดการรถขณะที่บริหารการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในมุมมองของผม ผมรู้สึกทึ่งและตื่นตามากที่ได้เห็นผลงานการออกแบบรถยนต์แห่งอนาคตจากนักศึกษาทั่วโลก ที่บางคันไม่น่าเชื่อเลยว่ามาจากไอเดียของนักศึกษา เพราะมันสุดยอดมากครับ”

จากนั้น ผู้จัดการทั่วไปของโครงการ Make the Future Live ยกตัวอย่างประเภทรางวัลและผลงานของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่เดินทางมาจากหลากหลายภูมิภาคกว่า 18 ประเทศ ทั่วเอเซียและภูมิภาคตะวันออกกลาง

  • รางวัลหลากหลายเหนือขีดจำกัด

รางวัลนี้กำหนดขึ้นด้วยเหตุผลที่ว่า การแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน เป็นมากกว่าชัยชนะบนสนามแข่ง เพราะนักเรียนนักศึกษาที่ได้รับรางวัลนี้ยังต้องได้รับการยอมรับทั้งในด้านการสื่อสาร นวัตกรรม การออกแบบ ความปลอดภัย และความอุตสาหะด้วย

  • รางวัลประเภทแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy Award)

เป็นรางวัลน้องใหม่แกะกล่องที่เพิ่งมีในปีนี้ เพื่อฉลองความสำเร็จของทีมที่สาธิตแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนทั้งในรูปแบบกรอบความคิด การออกแบบ และระบบการทำงานรถของทีม และกระตุ้นให้นักเรียนนักศึกษานำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาผสานกับการคิดค้นวัตถุ ผลิตภัณฑ์ และบริการต่างๆ สำหรับภาคอุตสาหกรรมในชีวิตจริงและการแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค

โดยปีนี้ ทีม MMU Gruene Welt จากมหาวิทยาลัย Multimedia University Melaka Campus จากมาเลเซีย สามารถคว้ารางวัลประเภทแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปได้ ด้วยการออกแบบรถภายใต้หลักการความเป็นไปได้ของการหมุนเวียนของส่วนประกอบที่ใช้ในการผลิตรถ และผสานวิธีการประเมินเพื่อวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้รับรางวัลมูลค่า 3,000 ดอลลาห์สหรัฐ ไปครอง

  • รางวัลด้านสื่อสารยอดเยี่ยม (Communications Award)

เป็นอีกหนึ่งทีมนักศึกษาไทยที่คว้ารางวัลนี้มาครองได้สำเร็จ นั่นคือ ทีม KMUTT E-Drive Revolution จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่คว้ารางวัลด้านการสื่อสารยอดเยี่ยมจากการนำเสนอโปรโมททีมผ่าน social media ต่างๆ ในระหว่างการแข่งขัน เชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชีย 2019 และได้รับรางวัลมูลค่า 3,000 ดอลลาห์สหรัฐ รางวัลนี้แสดงถึงความสำคัญของการออกแบบรถนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ที่ไม่ได้สิ้นสุดอยู่แค่การออกแบบ แต่ผู้ออกแบบจะต้องมีทักษะการสื่อสารถึงรถยนต์ที่ตนออกแบบได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมายด้วย

  • รางวัลด้านนวัตกรรม (Technical Innovation Award)

รางวัลนี้ ทีม GUC Innovators จากมหาวิทยาลัย German University วิทยาเขตกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ คว้าไปครอง ด้วยผลงานการคิดค้นระบบสำหรับผู้ขับรถที่มีข้อจำกัดทางกายภาพ (เช่น ไม่มีแขนหรือขา) โดยใช้ระบบที่ควบคุมโดยเซ็นเซอร์คลื่นสมองและเซ็นเซอร์หน้า ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้จริง โดยได้รับรางวัลมูลค่า 3,000 ดอลลาห์สหรัฐ

  • รางวัลการออกแบบรถต้นแบบแห่งอนาคต (Vehicle Design Prototype Award)

ทีม AVERERA จากมหาวิทยาลัย Institute of Technology – Banaras Hindu University ประเทศอินเดีย ได้รับรางวัลมูลค่า 3,000 ดอลลาห์สหรัฐ สำหรับนวัตกรรมการออกแบบและการลงมือปฏิบัติ ซึ่งทีมได้พบอุปสรรคและวิเคราะห์หาสาเหตุด้วยการจำลองเหตุการณ์ และสามารถหาวิธีแก้ไขจากการคัดเลือกวัสดุและปรับปรุงการออกแบบได้ทันการณ์

  • รางวัลการออกแบบรถที่ใกล้เคียงกับรถยนต์ในปัจจุบัน (Vehicle Design UrbanConcept Award)

ทีม Nanyang E Drive จากมหาวิทยาลัย Nanyang Technological University ประเทศสิงคโปร์ ได้รับรางวัลมูลค่า 3,000 ดอลลาห์สหรัฐ จากการออกแบบรถล้ำสมัย น้ำหนักเบา 1 ที่นั่ง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากลำตัวและปีกของด้วงสายพันธุ์ Green Dock นับเป็นแนวคิดการออกแบบที่แปลกใหม่และน่าสนใจมากที่สุดในกลุ่มผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด

  • รางวัลด้านความปลอดภัย (Safety Award)

ทีม CUT Eco-Racing UC จากสถาบัน Cairo University ประเทศอียิปต์ คว้าเงินรางวัลจำนวน 3,000 ดอลลาห์สหรัฐ ได้จากวิธีปฏิบัติด้านความปลอดภัยของทีม โดยระหว่างที่ร่วมการแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชียนั้น ทีมนักศึกษาได้แสดงถึงวีธีการปฏิบัติงานที่มีความรอบคอบ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของทั้งทีมตนเองและผู้อื่นทั้งในภายในสนามแข่งและพื้นที่รอบนอก

  • รางวัลสำหรับทีมหน้าใหม่ที่ประดิษฐ์รถประเภทไฮโดรเจน (Hydrogen Newcomer Award)

ไฮโดรเจน นับเป็นตัวการสำคัญที่จะพาเราไปสู่อนาคตของการใช้ยานพาหนะพลังงานที่สะอาด โดยทีม ITS Team 5 จากสถาบัน Institut Teknologi Sepuluh Nopember ประเทศอินโดนีเซีย ได้รับเงินรางวัล 3,000 ดอลลาห์สหรัฐ จากการนำเสนอรถประเภทไฮโดนเจนที่ยอดเยี่ยมทั้งด้านดีไซน์ การประหยัดพลังงาน และนวัตกรรม

  • รางวัลความมุ่งมั่นและทีมสปิริตเป็นเลิศ (Perseverance & Spirit of the Event Award)

ทีม S.U. Racing จากสถาบัน Satbayev Kazakh National Technical University ประเทศคาซัคสถาน ได้แสดงถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองและการก้าวข้ามอุปสรรคในการแข่งขันอย่างไม่ย่อท้อ โดยทีม S.U. Racing ได้เรียนรู้จากรายการเชลล์ อีโค-มาราธอนปีที่แล้ว และมีพัฒนาการที่สูงขึ้นในปีนี้อย่างเห็นได้ชัด พวกเขาสามารถตรวจสภาพรถได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว นอกจากนี้ยังได้เตรียมตัวมาอย่างดี และมีความมานะอุตสาหะในการทำงาน ด้วยเหตุนี้ ทีมนักศึกษาจึงได้รับเงินรางวัลมูลค่า 3,000 ดอลลาห์สหรัฐ


www.shell.com

รายการแข่งขัน เชลล์ อีโค-มาราธอน 2019 จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การมาประลองความสามารถและทักษะในเชิงเทคนิคของการผลิตและออกแบบ นวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ในระดับนักศึกษาเท่านั้น แต่การแข่งขันนี้ ยังได้สื่อสารให้โลกเห็นถึงทักษะที่สำคัญ ที่บุคลากรด้านยานยนต์ในอนาคตต้องมีในอีกมุมมองหนึ่งด้วย เช่น ทักษะด้านการระมัดระวังความปลอดภัยในการใช้รถ การออกแบบรถ รวมไปถึงทักษะด้านการทำงานเป็นทีม เพื่ออกแบบยานยนต์แห่งอนาคตที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และเพื่อให้เป็นยานยนต์ของมนุษยชาติต่อไปในภายภาคหน้าด้วย


อัปเดตเทรนด์ ยานยนต์แห่งอนาคต กันต่อ

จากพลังงานทางเลือกสู่พลังงานต้องเลือก ดัน ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ ให้มาแรงแซงโค้ง ตัวช่วยลดมลพิษเมืองใหญ่

กำลังคน ชัยภูมิ และนโยบายของรัฐ ปัจจัยชี้ชะตา อนาคตไทย จะก้าวสู่ Hub การผลิต ‘รถในอนาคต’ ได้หรือไม่?