เรียนมัธยมศึกษาจบแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกเรียนต่อในสาขาวิชาอะไรดี?’ คำถามนี้ตามกวนใจทั้งนักเรียน นักศึกษา รวมถึงผู้ปกครองมาโดยตลอด เรียกว่าทุกยุคทุกสมัยก็ว่าได้ ซึ่งการที่ผู้เรียนยังค้นหาตัวเองไม่เจอ หรือยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเรียนต่อในสาขาวิชา หรือในคณะไหนนั้น จริงๆ แล้ว มองได้ว่านี่ไม่ใช่ปัญหา แค่กว่าที่แต่ละคนจะตามหาตัวเองเจอนั้น ใช้เวลาไม่เท่ากัน บางคนหาตัวเองเจอจากสิ่งที่เรียน บางคนหาตัวเองเจอจากการไปท่องโลกกว้าง หรือบางคนหาตัวเองเจอจากการลองทำงานที่หลากหลาย จึงไม่ใช่เรื่องผิดอะไรที่ยังไม่รู้ใจตัวเองตั้งแต่ก่อนการเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ดังนั้น เมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจ ถ้ายังหาคำตอบไม่ได้ การศึกษาในแบบ Interdisciplinary Studies หรือการเลือกเรียนในคณะหรือสาขาวิชา “สหวิทยาการ” ก็เป็นทางออกที่ไม่เลวเลยในยุคนี้

เพราะการศึกษาในรูปแบบของ Interdisciplinary Studies หรือ สหวิทยาการ เป็นการเรียนรูปแบบใหม่ที่เปิดกว้าง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเรียนรู้เพียงศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งเท่านั้น จึงสอดคล้องกับความต้องการส่วนบุคคลของผู้เรียนในยุคนี้ที่อยากเรียนรู้ให้ครบทุกทักษะ รวมถึงสอดคล้องกับโลกการทำงานในปัจจุบันที่ต้องการคนที่มีความรู้กว้าง แบบองค์รวม มีทัศนคติแบบสากลนิยม (Global Mindset) และทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทักษะเหล่านี้เป็นเทรนด์ที่โลกอนาคตกำลังมองหาในตัวคนทำงานรุ่นใหม่นั่นเอง


เรียนไป ค้นหาตัวเองไปก็ทำได้ ภายใต้การเรียนรู้แบบสหวิทยาการ

เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมวิทยา วัฒนธรรม ภาษา ทั้งหมดนี้เป็นศาสตร์หรือองค์ความรู้ที่ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ร่วมกันไปในวิธีการศึกษาที่เรียกว่า ‘Interdisciplinary Studies’ หรือ ‘การศึกษาแบบสหวิทยาการ’

Interdisciplinary Studies เป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสถาบันการศึกษาระดับโลก อย่าง University of Oxford และ SOAS University of London ประเทศอังกฤษ ได้รับการยอมรับว่าเป็นเทรนด์การเรียนรู้แบบสากลที่เปิดกว้างและสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ กระตุ้นให้ผู้เรียนต้องปรับตัวอยู่เสมอ อีกทั้งจะเพิ่มทักษะและโอกาสในโลกการทำงานแห่งอนาคต ที่ต้องการคนทำงานซึ่งมีความรู้ทั้งในเชิงกว้างและลึกด้วย

โดยในบริบทของประเทศไทย มีหลายมหาวิทยาลัยทั้งในสังกัดภาครัฐและเอกชน นำรูปแบบการเรียนรู้นี้มาพัฒนาเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่ปรับเอารูปแบบการเรียนรู้สหวิทยาการมาใช้ และเปิดสอนทั้งในแบบสาขาวิชา คณะ รวมถึงตั้งเป็นวิทยาลัยสหวิทยาการ เพื่อปรับเอาแนวการเรียนรู้ในแบบสหวิทยาการมาขยายเป็นหลากหลายสาขา ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนได้กว้างขึ้น

ยกตัวอย่าง PBIC Thammasat หรือ วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มธ. ที่ยึดเอาหลักการเรียนการสอนที่มีลักษณะเป็น Interdisciplinary Studies มาสร้างหลักสูตรให้ผู้เรียน ซึ่งจะได้ศึกษาทั้งด้านรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมวิทยา ภาษาและวัฒนธรรม ใน Area Studies ที่น่าจับตามอง ได้แก่ จีนศึกษา ประเทศมหาอำนาจยืนหนึ่งในเอเชียที่กำลังจะ Disrupted โลกในทุกมิติ หรืออินเดียศึกษา อีกหนึ่งประเทศยักษ์ใหญ่ในเอเชียเช่นกัน ที่ในตอนนี้มีอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจที่ก้าวกระโดด รวมถึง ไทยศึกษา ประเทศบ้านเกิดของเราที่ตอนนี้กำลังเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าในอาเซียน

หรือทางฝั่งของมหาวิทยาลัยเอกชน เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ก็มีการเปิด คณะสหวิทยาการเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยศรีปทุม (School of Interdisciplinary Technology and Innovation, Sripatum University) โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ทุกวิชาที่เปิดสอนภายในมหาวิทยาลัย นับเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกในประเทศไทยที่เปิดสอนหลักสูตรนี้

หลักสูตรสหวิทยาการฯ ของมหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในชื่อ โครงการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่เพื่อประเทศไทย 4.0 โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถดีไซน์หลักสูตรของตัวเองได้ อยากเรียนสถาปัตย์ นิเทศ และบริหาร ก็นำมากำหนดเป็นหลักสูตรในสไตล์ของตัวเองได้ ซึ่งในชั้นปีแรกผู้เรียนจะได้เรียนวิชาพื้นฐาน ที่ทุกคนสามารถนำไปต่อยอดสู่สาขาที่ตนสนใจเรียนในอนาคตได้ ตัวอย่างวิชาพื้นฐาน เช่น การเพิ่มคุณค่าการคิดเชิงนวัตกรรม เทคโนโลยีกับการเปลี่ยนแปลง

ต่อมา ปี 2-4 การเรียนจะเข้มข้นขึ้น ในด้านทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในยุค 4.0 อย่างปี 2 ผู้เรียนจะได้นำความคิดสร้างสรรค์จากสาขาวิชาต่างๆ ที่สนใจมาสร้างโปรเจกต์ย่อย เรียนวิชาการเป็นผู้ประกอบการ ปีที่ 3 จะได้เลือกเรียนตามคณะที่ตนสนใจทั้ง 12 คณะ และได้ไปดูงานเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ และฝึกงานกับสถานประกอบการ 1 ปีเต็ม พอเข้าสู่ปีที่ 4 จะได้นำความรู้ทั้งหมดทุกแขนงที่เรียนมาสร้างนวัตกรรมใหม่เป็นโปรเจกต์จบการศึกษา


เปิดข้อดีจากการเรียนรู้ในหลักสูตร Interdisciplinary Studies ระดับโลก ของ University of Oxford

นอกจากข้อดีที่ในที่สุดแล้ว การเลือกเรียนในหลักสูตร Interdisciplinary Studies หรือสหวิทยาการ จะตอบโจทย์ความต้องการให้คนรุ่นใหม่สามารถค้นหาตัวเองเจอแล้ว ระหว่างทาง มีหลากหลายทักษะที่ผู้เรียนในหลักสูตรแบบบูรณาการนี้จะได้เรียนรู้อีกมากมาย ซึ่งหากวิเคราะห์จากต้นแบบโมเดลการเรียนรู้ในหลักสูตร Interdisciplinary Studies ระดับโลกของ University of Oxford ก็จะพบจุดเด่นของหลักสูตร ดังนี้

  • ผู้เรียนจะได้เรียนวิชาแกนกลาง หรือที่เรียกว่า Compulsory Course ของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานความรู้ และปรับ mindset ให้เป็นสากล ผ่านวิชาที่ช่วยเปิดโลกทัศน์ของนักศึกษาให้พร้อมเรียนรู้ศาสตร์ต่างๆ ที่สนใจในอีก 4 ปีข้างหน้า
  • ในแต่ละหลักสูตรมีตัวเลือกวิชามากมายตามความสนใจของผู้เรียน อาทิ หลักสูตร Oriental Studies ที่บรรจุวิชาด้านภาษาที่หลากหลายให้เลือกเรียนตาม Area Studies ที่ผู้เรียนสนใจ อาทิ จีน ญี่ปุ่น อาหรับ อีกทั้งยังมีวิชาด้านรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ที่ให้ผู้เรียนได้เลือกเรียนแง่มุมต่างๆ ตามความสนใจ
  • ได้เรียนรู้ทักษะการสื่อสารภาษาที่สาม ซึ่งเป็นประตูไปสู่โลกแห่งความรู้ การเรียนรู้แบบ Interdisciplinary Studies โดยเฉพาะศาสตร์ที่หลากหลายอย่าง Area Studies เพราะการใช้ภาษาที่สาม หรือภาษาเจ้าของบริบทประเทศที่ศึกษาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะทำให้การศึกษาศาสตร์ของประเทศต่างๆ ไม่ถูกครอบงำจากภาษาอื่น อาทิ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์จีน ผ่านการศึกษาด้วยหนังสือจีน หรือการไปเรียนรู้ด้วยตัวเอง ก็จะได้ความรู้จากประเทศเจ้าของบริบทมากกว่าการอ่านตำราประวัติศาสตร์จีนด้วยภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่นๆ
  • สามารถบินไปศึกษาในมหาวิทยาลัยคู่สัญญา (Year Abroad) สำหรับบางหลักสูตรที่มีมหาวิทยาลัยที่เชี่ยวชาญในศาสตร์การเรียนรู้นั้นๆ ในต่างประเทศ เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาที่มหาวิทยาลัยซึ่งมีชื่อเสียงด้านการสอนศาสตร์นั้นๆ รวมทั้งได้สัมผัสวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการเติมเต็มความรู้ที่มากกว่าในตำรา
  • เปิดโลกการเรียนรู้ด้วยการเรียนที่เน้นคิดวิเคราะห์และแสดงออกทางความคิด การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ คือ การที่ผู้เรียนสามารถนำข้อมูลต่างๆ มาคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ และแสดงออกทางความคิดได้อย่างเสรี ซึ่งส่งผลให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำเหล่านี้มีกระบวนการทางความคิดที่เปิดกว้าง และใฝ่หาความรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน Interdisciplinary Studies
  • มีโอกาสบอกเล่าความเป็นตัวเองผ่าน Research Project หลังจากค้นหาตัวเองผ่านตัวเลือกวิชาต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้เลือกเรียนในหลักสูตร รวมทั้งการเรียนในมหาวิทยาลัยต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ ผู้เรียนยังต้องผลิตผลงานวิจัยเพื่อแสดงถึงความสนใจของตัวเอง ซึ่งผลงานวิจัยดังกล่าวจะเป็นแนวทางการทำงานหรือการเรียนต่อในอนาคตได้อีกด้วย

เปิดโลกการศึกษาและเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในรูปแบบใหม่ๆ ด้วยบทความน่าสนใจต่อไปนี้

ฟื้นคืนชีพให้ ‘นิเทศศาสตร์’ ด้วยหลักสูตรใหม่แกะกล่อง จาก ม.กรุงเทพ ‘การผลิตอีเวนต์และสื่อนวัตกรรม’

‘แพลตฟอร์ม’ สร้างการศึกษาและพัฒนาบุคลากรยุคใหม่ ที่เชื่อมโลกให้ไทยแล่น

มจธ. จับมือ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดสาขาวิชาใหม่ ‘วิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ’ สร้างนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล รับกระแส Big Data โตไม่หยุด