มีคนถามบ่อยมากว่า เคยเจอaJack Ma ไหม? ตอบอีกครั้งนะคะว่า เคยค่ะ แต่ไม่ได้กรี๊ดแบบเห็นเขาเป็นเซเลบหรือไอดอลนะ


มันเป็นความรู้สึกที่เรา ‘นับถือ’ ในความอดทน ไม่ย่อท้อในการทำสิ่งที่ไม่มีใครเชื่อ ไม่มีใครให้เกียรติ ไม่มีใครสนใจ จนกลายเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 20

และนับถือ ‘คนรอบข้าง’ ที่ยอม ‘บ้า’ ไปกับเขา

เคยมีผู้บริหารท่านหนึ่งใน Linkedin โพสต์ข้อความว่า
“มีคนเคยถามฉันในคลาสเรียนเด็ก ป.โทว่า
ในชีวิตของคุณ เคยเจอคนสำคัญระดับโลกกี่คน และใครบ้าง?” 

ฉันยิ้ม และตอบว่า
“เคย ฉันเจอโอบาม่า ฮิลลารี และอีกมากมาย
แต่คนที่ฉันยกย่อง ไม่ใช่แค่ตัวเขา
แต่เป็นทีมงานของเขาที่ ‘ไม่มีคนรู้จัก’
ซึ่งอยู่ ‘เบื้องหลัง’ ความสำเร็จของเขาเหล่านั้น
คนเหล่านั้นสมควรได้รับ ‘คำขอบคุณ’ เช่นกัน” 

Jack ma องค์การสหประชาชาติ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 25 เมษายน 2560
ถ่ายที่องค์การสหประชาชาติ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 25 เมษายน 2560

จะบอกว่าเป็นความรู้สึกเดียวกันค่ะ ต้องขอบคุณโลกนี้ที่มีนักสู้อย่าง Jack Ma และ Co-founder ทั้ง 18 คนของเขา เป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ 5 อย่าง ถอดบทเรียนและประสบการณ์สรุปให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

  1. ที่อาลีบาบา เด็กอายุ 25-35 ปี สามารถเป็น Manager, Head/Director, Vice President ได้

หากคุณเก่ง ทุ่มเท เข้าใจ ‘Values’ ของบริษัทดี และสามารถขึ้นมาอยู่ใจตำแหน่งผู้บริหารได้ เพื่อนคนหนึ่งที่ตอนนี้เป็น Project Partner ของอาลีบาบา อายุ 30-35 ปี เล่าให้ฟังว่า ตอนเดินทางไปประเทศหนึ่งในอาเซียน ใตันฐานะตัวแทนของอาลีบาบา มีรัฐมนตรีมาต้อนรับ แต่รู้สึกได้ถึง ‘ความผิดหวัง’ ของอีกฝ่าย แต่เมื่อยื่นนามบัตร สถานการณ์จึงดีขึ้น

  1. คนทำงานเยอะ ได้เงินตอบแทนเยอะ คือการหาเงินให้บริษัทเยอะ + ประหยัดเงินให้บริษัทได้เยอะ

พูดภาษาบ้านๆ นะคะ คือ คนที่ทำงานได้ในระดับดีมากแบบ Best performance จะได้ผลตอบแทนหรือโบนัสที่อาลีบาบา ‘ห่างชั้นมาก’ เมื่อเทียบกับคนที่ทำงานผ่านเกณฑ์ปกติ หรือ Normal performance ต่างจากบริษัทในไทยที่จะได้ไม่ต่างกันเท่าไร

  1. ที่นี่รู้ว่าใครต้องทำอะไร และรู้ว่าต้องทำดีและเกินหน้าที่

เห็นระดับ Manager, Head/Director ยกของ ถือของ หิ้วของ ช่วยลูกค้าแบบอยู่ในช่วงฝึกงานเลยค่ะ เพราะ Jack Ma เชื่อว่า ‘หนึ่งคน’ ทำงานต้องมีประสิทธิภาพเท่ากับ ‘หลายคนทำงาน’ ดังนั้น Jack Ma จึงโอเคให้ค่าตอบแทนแก่คนทำงานสูงพอสมควร

  1. ทำงานเหนื่อยแค่ไหนก็ต้อง ‘มีความสุขกับงาน’ บ้าง

ที่อาลีบาบาทำงานกันแบบ 9-9-6 ถึงจะเกลียดงานบ้างก็ไม่เป็นไร แต่ต้องรู้สึกมีความสุขกับงานบ้างเหมือนกัน

9 = 9.00 am (เริ่มงาน 9 โมงเช้า)
9 = 9.00 pm (เลิกงาน 3 ทุ่ม เป็นเวลาทำงานตามปกติของเขา)
6 = 6 วันทำงาน จันทร์-เสาร์ (โอเคที่จะทำงาน ไม่ได้มีใครบังคับ)

มองว่าสุดยอดเลยค่ะ เพราะที่อาลีบาบา
ไม่มี OT นะคะ ไม่ว่าจะทำงานตำแหน่งไหน

  1. People complaining + Worrying = Your opportunity for business

การก่นด่า + ความกังวลของผู้คน = โอกาสในการทำธุรกิจ ประโยคนี้บ่งบอกว่า Jack Ma เห็น ‘โอกาส’ จากการมองเห็น ‘ปัญหา’ และใส่ใจรายละเอียดของคำบ่นก่นด่าที่คนทั่วไปไม่โอเค


มีคลิปวีดีโอที่อัดไว้เอง Jack Ma พูด 2 เรื่องที่สำคัญว่า

1

“คุณพ่อของเขาเป็นคนทำงานหนัก พอแก่ตัวไป ดูไม่มีความสุข เพราะไม่เล่นหมากรุกจีน ไพ่จีน คือไม่เล่นเกมเลย แต่คนที่เล่นเกม ตอนโตมีความสุขกับอะไรได้เยอะแยะ ดังนั้น ขอบคุณที่มีคนอุตส่าห์ผลิต Game & Entertainment แล้วทำให้คนมีความสุข”

2

“อาลีบาบามีวันนี้ เพราะมีผู้หญิงในองค์กรกว่า 30% และมีผู้หญิงทำงานระดับ Top Management เยอะ ดังนั้น ต้องขอบคุณผู้หญิง”

อยากจะบอกว่าที่อัดคลิปมาได้สั้นๆ เพราะคนในห้องต่างก็หยุดอัดวิดีโอ หยุดถ่ายรูป และปรบมือร่วมกันอย่างดังค่ะ เพราะเขากล่าวยกย่องทีมงานผู้หญิงที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตและประสบความสำเร็จจนถึงทุกวันนี้ได้อย่างน่ารัก

ยิ่งอยู่จีน ยิ่งรักเมืองไทย อยากทำอะไรเพื่อประเทศไทยเยอะๆ อยากพัฒนาประเทศให้เดิน ‘เคียงข้างจีน’ ได้สักวันหนึ่งค่ะ


Meant Kulthirath Pakawachkrilers

 


เรื่อง :
กุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ
ที่มา : www.facebook.com/kulthirath


บทความด้านการทำธุรกิจกับคนจีน พฤติกรรมคนจีน ที่คุณอาจจะอยากรู้

ทำไมดีลธุรกิจกับคนจีนสำเร็จยากจัง? เผยอุปสรรค-โอกาส-ทางลัด โดยซีอีโอ TeC ‘กุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ’

ชีวิตล้ำไปอีก! เพราะพลเมืองดิจิทัลในจีน ไปไกลกว่า Cashless Society แล้ว!