นับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์สำหรับคนที่สนใจเรียนสายอาชีวะ เมื่อมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณ 8,500 ล้านบาท สนับสนุนเรียน 10 อุตฯเป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน โดยให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ปล่อยกู้ให้นักศึกษาระดับปริญญาตรี และนักเรียนอาชีวศึกษา ที่สนใจเรียนในสาขาวิชาดังกล่าว ภายใน 5 ปีการศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 -2566 สามารถเรียนจนจบสาขาที่เลือกไว้ และน่าสนใจตรงที่ กยศ.จะลดดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ยืมดังกล่าวเหลือไม่เกิน 0.5% ต่อปี จากปกติ 1% ต่อปี และลดเงินต้นให้ 30-50% ซึ่งรัฐยอมสูญเสียงบประมาณ 8,500 ล้านบาท หรือใช้ปีการศึกษาละ 1,700 ล้านบาท เพื่อเป้าหมายผลิตแรงงานเข้าระบบไม่น้อยกว่า 1.5 แสนคน


สำหรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ประกอบด้วย

  • อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่
  • อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
  • อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
  • การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ
  • อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร
  • อุตสาหกรรมหุ่นยนต์
  • อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์
  • อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ 
  • อุตสาหกรรมดิจิทัล
  • อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร

ส่วน 3 โครงสร้างพื้นฐาน ประกอบด้วย

  • อุตสาหกรรมระบบราง
  • อุตสาหกรรมพาณิชย์นาวี
  • อุตสาหกรรมโลจิสติกส์

มั่นใจช่วยลดปัญหาแรงงานส่วนเกิน

นายลวรณ แสงสนิท

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยลดปัญหากำลังแรงงานส่วนเกิน ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดทักษะที่ตรงกับสายงานที่ตลาดต้องการ และจะช่วยสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านทรัพยากรมนุษย์ ทำให้ประเทศมีกำลังแรงงานในอนาคตที่มีศักยภาพ รวมทั้งสร้างกำลังคนในสายอาชีวะและสายวิชาชีพที่ยังขาดแคลน เพื่อตอบสนองความต้องการในการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของไทยต่อไปในอนาคต

การสนับสนุนแบ่งเป็น 2 ระดับคือ

1. ระดับปริญญาตรี ผู้กู้ยืมเงินที่เข้าร่วมโครงการซึ่งเป็นนิสิตและนักศึกษาในระดับปริญญาตรีที่กำลังศึกษาหรือกำลังจะเข้าศึกษา เมื่อสำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาที่กำหนด กยศ. จะคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 0.5% และได้ส่วนลดเงินต้น 30%

2. ระดับอาชีวศึกษา ผู้กู้ยืมเงินที่เข้าร่วมโครงการซึ่งเป็นนักเรียนอาชีวศึกษาที่กำลังศึกษา หรือกำลังจะเข้าศึกษา เมื่อสำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาที่กำหนด กยศ.จะคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 0.5% และได้ส่วนลดเงินต้น 50%

อย่างไรก็ตามกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินไม่สามารถสำเร็จการศึกษาหรือไม่ได้สำเร็จการศึกษาตามสาขาที่กำหนดไว้หรือผิดนัดชำระหนี้ จะไม่ได้รับส่วนลดเงินต้น และจะต้องชำระหนี้ตามเงื่อนไขที่ กยศ.กำหนด


หลักการ Demand Driven

EEC HDC ต้นแบบการพัฒนาคนป้อน 10 อุตฯเป้าหมายในพื้นที่อีอีซี

ดร.อภิชาต ทองอยู่ EEC HDC strategic plan
ดร.อภิชาติ ทองอยู่

คณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) ที่มี ดร.อภิชาติ ทองอยู่ เป็นประธานคณะทำงาน ถือเป็นหน่วยงานที่ขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรป้อน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ด้วยการศึกษาและวิจัยความต้องการของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ EEC จากนั้นจึงประสานงานกับหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ผลิตบุคลากรป้อนให้ตามความต้อองการนั้นๆ ซึ่ง ดร.อภิชาติได้กล่าวถึงแนวคิดดังกล่าวว่า EEC ต้องขับเคลื่อนด้วยคนคณะทำงาน EEC-HDC ทั้ง 10 กลุ่ม จึงต้องนำเสนอกรอบการพัฒนาบุคลากรเพื่อป้อนให้กับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ประกอบด้วย การพัฒนาบุคลากรด้านอุตสาหกรรมหุ่นยนต์, ด้านระบบรางและรถไฟความเร็วสูง, ด้านการบินและโลจิสติกส์, ด้านดิจิทัล, ด้านพาณิชย์นาวี, ด้านการแพทย์ครบวงจร, ด้านท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, ด้านการแปรรูปอาหาร, ยานยนต์แห่งอนาคต, อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ โดยจะต้องกำหนดกรอบการพัฒนาบุคลากร รวมถึงวิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้น และแนวทางแก้ไข ดึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วม อาทิ บีโอไอ ทีโอที แอร์พอร์ตลิงก์ สถาบันปัญญาภิวัฒน์ ฯลฯ ร่วมขับเคลื่อนแบบเชื่อมโยงกัน เช่นการนำระบบดิจิทัลมาร่วมกับระบบการแพทย์ เป็นต้น ซึ่งคณะทำงานทั้ง 10 กลุ่มจะต้องทำแผนงานดำเนินการผลิตบุคลากรให้สำเร็จตามเป้าหมาย โดยศูนย์ EEC HDC ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยบูรพา


มั่นใจเรียนจบได้งานทำ ค่าตอบแทนเหมาะสม

ดร.ชิต เหล่าวัฒนา

ดร.ชิต เหล่าวัฒนา รองประธาน EEC HDC กล่าวว่า คณะทำงานมีกรอบการทำงานที่กระชับ ฉับไว ตรงเป้าหมาย บุคลากรที่ผลิตออกมาจะมีงานรองรับเต็มจำนวน เนื่องจากมีการเชื่อมโยงกับระบบการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ทำให้รู้ว่ามีนักลงทุนกลุ่มไหนบ้างที่เข้ามาขอรับส่งเสริมการลงทุนในกลุ่ม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย แต่ละกลุ่มต้องการแรงงานเท่าไหร่ และป้อนข้อมูลเหล่านี้ให้กับคณะทำงาน EEC HDC

ผู้ที่เรียนในสายวิชาชีพคือกำลังสำคัญที่จะผลักดันให้ประเทศชาติก้าวพ้นจากกับดักอันตรายในการพัฒนาอุตสาหกรรม ดังนั้นเมื่อเรียนจบ ปสช. ปวส. หรือปริญญาในสาขาวิชาที่ตรงกับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายก็มั่นใจได้เลยว่าจะมีงานทำและได้รับค่าตอบแทนที่ดี เป็นการพัฒนาศักยภาพด้านวิชาชีพให้แข็งแกร่งรอบด้านดร.ชิต กล่าว