หลังสงครามเวียดนาม เงาทะมึนของความขัดแย้งที่ต่อมาจะกลายเป็นวิกฤตอันยืดเยื้อยาวนานที่สุดไม่แพ้ปัญหาการเหยียดผิว นั่นก็คือ ความไม่ลงรอยกันระหว่างกลุ่มประเทศอาหรับกับสหรัฐอเมริกา


jimmy carter โรนัลด์ เรแกน จิมมี่ คาร์เตอร์

ปัจจัยหลักที่ทำให้ปัญหากลายเป็นประเด็นซึ่งหยั่งรากลึกก็คือ การที่สหรัฐอเมริกาให้การสนับสนุนอิสราเอล เริ่มตั้งแต่สงครามปี ค.ศ. 1973 เป็นต้นมา ตราบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

glorylandห้วงเวลาดังกล่าว เรียกกันว่า วิกฤตการณ์ครั้งใหม่ มีปมปัญหาอยู่ที่กลุ่มประเทศอาหรับประท้วงสหรัฐฯ ด้วยการยุติการส่งออกน้ำมันให้อเมริกา ผลกระทบที่เกิดขึ้นในทันทีก็คือ ราคาน้ำมันในประเทศพุ่งทะยานอย่างยั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่

เมื่อน้ำมันแพง ประชาชนก็มองหาทางเลือกอื่น ทว่า ในยุคนั้นไม่มีทางเลือกอะไรเลยสำหรับปัญหาราคาน้ำมัน นอกจากการหันไปใช้รถยนต์ญี่ปุ่นที่กินน้ำมันน้อยกว่า

เมื่อผนวกกับปัญหาคดีวอเตอร์เกตของ “ริชาร์ด นิกสัน” ก็ทำให้ “จิมมี่ คาร์เตอร์” อดีตผู้ว่าการรัฐจอร์เจีย ชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในปี ค.ศ. 1976

“…คาร์เตอร์ ประสบความสำเร็จด้านการทูตครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเขาเป็นคนกลางในการเจรจาทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างอียิปต์กับอิสราเอล แต่การบริหารงานในประเทศกลับน่าผิดหวัง แม้คาร์เตอร์จะเป็นแทคโนแครตที่ชำนาญการวิเคราะห์ แต่เขาก็ขาดทักษะทางการเมือง เมื่อสถานการณ์เงินเฟ้อและภาวะขาดแคลนน้ำมันยืดเยื้อไม่สิ้นสุด ความนิยมในตัวเขาก็ดิ่งลงเหว คาร์เตอร์ปรับคณะรัฐมนตรีของเขาแทบทุกตำแหน่ง พร้อมกับเรียกร้องให้ชาวอเมริกันช่วยกันประหยัดพลังงาน ซึ่งฟังดูมีเหตุผลแต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองในทางที่ดี…”

“…ขณะเดียวกันในประเทศอิหร่าน กลุ่มมุสลิมที่เคร่งครัดในหลักศาสนา ได้ปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาลที่นิยมอเมริกันของพระเจ้าชาห์ และจัดตั้งรัฐอิสลามขึ้นในปี ค.ศ. 1979 เมื่อคาร์เตอร์อนุญาตให้พระเจ้าชาห์เดินทางมายังสหรัฐฯ เพื่อรับการรักษาโรคมะเร็ง กลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่านก็บุกยึดสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเตหะราน และจับชาวอเมริกัน 66 คนเป็นตัวประกัน วิกฤตการณ์ครั้งนี้หลอกหลอนคาร์เตอร์เรื่อยมา ปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันที่ผิดพลาดส่งผลให้ทหารอเมริกันเสียชีวิต 8 นาย ต่อเมื่อคาร์เตอร์พ้นวาระไปแล้ว ทางการอิหร่านจึงยอมปล่อยตัวประกัน…” 

(สำนวนแปล กีรตยาจารย์และธรรมศาสตราภิชาน ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ และ ดร.อาวุธ ธีระเอก จากหนังสือ ประวัติศาสตร์อเมริกา: ความรู้ฉบับพกพา แปลจาก AMERICAN HISTORY: A VERY SHORT INTRODUCTION ผลงานการเขียนของศาสตราจารย์กิตติคุณเมิร์ลเคอร์ติแห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน ดร.PAUL S. BOYER)


โรนัลด์ เรแกน
“…โรนัลด์ เรแกน คือผลผลิตของฮอลลีวูด เขาสั่งสมทักษะการแสดงจนกลายเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในทางการเมือง เรแกนเคยเป็นพวกนิวดีลในเดโมแครต ก่อนเอียงขวาในช่วงทศวรรษ 1950 และทำหน้าที่โฆษกให้บริษัทเจเนอรัลอิเล็คทริก หลังได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียในปี ค.ศ. 1966 เรแกนกลายเป็นจุดสนใจไปทั่วประเทศ เมื่อเขากล่าวประณามผู้ก่อการประท้วงในมหาวิทยาลัย องค์กร Moral Majority กลุ่มอนุรักษนิยมทางศาสนาที่เอียงข้างพรรครีพับลิกัน ก่อตั้งโดยเจอร์รี่ ฟาลเวลล์ นักเทศน์ทางโทรทัศน์ ได้คอยช่วยเหลือเรแกน จนเขาได้เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี ค.ศ. 1980 ด้วยการเป็นคนร่าเริงมองโลกในแง่ดี บวกกับคนก็ไม่นิยมในตัวคาร์เตอร์ รวมถึงกระแสโต้กลับต่อพวกสุดขั้นทศวรรษ 1960 ที่ทรงพลังอยู่ ทั้งยังได้แรงสนับสนุนจากผู้ลงคะแนนหัวอนุรักษนิยมเคร่งศาสนา เรแกนจึงชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย…”
แม้ “โรนัลด์ เรแกน” จะแสดงภาพยนตร์หลายสิบเรื่อง ทว่า มีหนังเพียง 5 เรื่อง ซึ่งเป็นที่จดจำของคอภาพยนตร์ทั่วทุกมุมโลก

เรื่องแรก Dark Victory งานในปี ค.ศ. 1939

เป็นภาพยนตร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ “โรนัลด์ เรแกน” เรื่องหนึ่งเลยทีเดียว Dark Victory เป็นหนังแนวตลกขบขัน โดยรับบทเพลย์บอยและขับเคลื่อนภาพยนตร์อย่างสนุกสนาน บทบาทจากภาพยนตร์เรื่องนี้ส่งให้ “โรนัลด์ เรแกน” เกือบได้รับบทนำใน Casablanca ทว่า มีเหตุจำเป็นบางประการ ทีมงานผู้สร้างจึงไม่ได้ใช้ “เรแกน” ในบทนำของ Casablanca ในที่สุด

Knute Rockne: All-American หนังปี ค.ศ. 1940

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ถือเป็นบทบาทการแสดงที่ดีสุดของ “เรแกน ในบท George Gipp นักอเมริกันฟุตบอลผู้ยิ่งใหญ่ Knute Rockne: All-American ส่งให้ชื่อเสียงของ “เรแกน” โด่งดังตลอดกาลในฮอลลีวูดเลยทีเดียว

Kings Row ภาพยนตร์ในปี ค.ศ. 1942

“เรแกน” รับบท Drake McHugh ชายหนุ่มซึ่งประสบอุบัติเหตุ แล้วต่อมาได้หลงรักกับลูกสาวของศัลยแพทย์ที่ทำการผ่าตัดรักษาเขา “เรแกน” แสดง Kings Row ได้ดีมาก ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ และภาพยนตร์ก็ทำรายได้ติดอันดับหนังทำเงินในตาราง Box office หลายสัปดาห์เลยทีเดียว

Storm Warning งานในปี ค.ศ. 1951

ดูเหมือน Storm Warning จะออกมาสานต่อความสำเร็จของ Kings Row ทว่า คราวนี้ “เรแกน” รับบททนายความหนุ่ม เจ้าแห่งอุดมคติซึ่งต้องการให้ความช่วยเหลือประชาชน Storm Warning ได้รับความชื่นชมจากเนื้อเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์ทางการเมืองเกี่ยวกับการเหยียวผิวอย่างมีชั้นเชิง

The Killers หนังปี ค.ศ. 1964

นับว่าเป็นหนังที่มีความเข้มข้นที่สุดในชีวิตการแสดงของ “เรแกน” เลยทีเดียว แม้ในตอนแรก The Killers ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับออกอากาศทีวี แต่ไม่ผ่านขั้นตอนเซ็นเซอร์ จึงกลายเป็นหนังใหญ่แทน เรื่องนี้ “เรแกน” ฉีกบทบาทการแสดง จากพระเอกมาเป็นผู้ร้ายได้อย่างน่าดูชมเลยทีเดียว


ย้อนสำรวจ Gloryland จากบทความก่อนหน้า

สำรวจ Gloryland ในวันที่อำนาจสั่นคลอน (ตอนที่ 17)

สำรวจ GLORYLAND ในวันที่อำนาจสั่นคลอน (ตอนที่ 16)

สำรวจ GLORYLAND ในวันที่อำนาจสั่นคลอน (ตอนที่ 15)