รู้เท่าทัน โรคซิฟิลิส โรคระบาดยอดฮิตช่วงนี้ พร้อมวิธีการรักษา หายขาดได้แน่นอน

246
โรคซิฟิลิส

“โรคซิฟิลิส กลับมาระบาดอีกครั้งแล้ว” ข้อความที่เป็นเหมือนสถานะ หรือ Status สั้นๆ ในบทความที่ได้เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก โรงพยาบาลบางรักหรือศูนย์กามโรคบางรัก ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในสังกัดกรมควบคุมโรค ที่เปิดรักษาผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาเป็นเวลานานเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา มีผลทำให้คนในสังคมได้รับรู้ และตื่นตัวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดนี้กันมากขึ้นไม่น้อยทีเดียว

แม้ว่า “โรคซิฟิลิส” จะเป็นชื่อที่หลายคนคุ้นหูมานาน เพราะเป็นโรคที่คร่าชีวิตตัวละครที่หลายคนรู้จักกันดีอย่าง ลำยอง ในละครเรื่องทองเนื้อเก้า แต่ที่สุดแล้วดูเหมือนว่าคนไทยและสังคมไทยยังมีความรู้เกี่ยวกับโรคนี้น้อยมาก หลายคนสงสัยและตั้งคำถามขึ้นมากลางวงสนทนาว่ามันรักษาหายหรือไม่ และมีอันตรายต่อสุขภาพมากน้อยเพียงใด


อัปเดต การระบาด โรคซิฟิลิส รู้ทันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการระบาด

เพจเฟซบุ๊ก Bangrak STIs Center (โรงพยาบาลบางรัก) ได้โพสต์เตือนสถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ “ซิฟิลิส” ล่าสุด ซึ่งเรียบเรียงโดย พญ.ธันยนันท์ กังวาฬพรโรจน์ ระบุว่า โรคซิฟิลิส เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่ง เกิดจากการสัมผัสเชื้อโดยตรง ยกตัวอย่างเช่น การมีเพศสัมพันธ์ การได้รับเลือด หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยซิฟิลิส

“เมื่อ 100 ปีที่แล้วซิฟิลิสเป็นโรคที่ทุกคนกลัวกันมาก เนื่องจากติดจากเพศสัมพันธ์ ตัวโรคอยู่กับเราไปตลอดชีวิต ไม่มียารักษา แต่ในปัจจุบันมียารักษาแล้ว แต่ถ้าเป็นไปนานๆ ตัวโรคจะพัฒนาไปได้ถึงซิฟิลิสระยะที่สาม ผู้ป่วยจะมีลักษณะเหมือนลำยองในละครเรื่องทองเนื้อเก้า คือ จะทำให้มีรอยโรคตามตัว มีผลต่อระบบประสาท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ เป็นช่วงเวลาที่ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งแล้วในประเทศไทย และกราฟของซิฟิลิสนั้นพุ่งทะยานขึ้นเหมือนรถไฟเหาะ มีคนติดเชื้อจำนวนมาก แต่ในจำนวนผู้ติดเชื้อนี้ กลับมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ เนื่องจากไม่เคยมาตรวจโรคนี้”

โดยในบทความเดียวกันนี้ พญ.ธันยนันท์ ยังเปิดเผยถึงสถิติผู้ติดเชื้อโรคซิฟิลิสล่าสุดด้วยว่า ปัจจุบันในประเทศไทยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง โดยกราฟของซิฟิลิสพุ่งสูง มีอัตราผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนมากแต่ไม่รู้ตัวว่าติดเนื่องจากไม่เคยตรวจโรคนี้ โดยในปี 2559 อัตราผู้ป่วยซิฟิลิสอยู่ที่ 6.22 ต่อแสนประชากร ปี 2560 อยู่ที่ 8.17 ต่อแสนประชากร และ ในปี 2561 ผู้ติดเชื้อซิฟิลิสพุ่งสูงถึง 11.91 ต่อแสนประชากร ซึ่งน่าตกใจไม่น้อย

และเนื่องจากเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คนทั่วไปมักคิดว่าโรคนี้จะระบาดในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ในประเทศ อย่าง กรุงเทพฯ หรือ พัทยา เท่านั้น แต่ พญ.ธันยนันท์ ชี้ให้เห็นต่อว่าเมื่อเข้าไปดูในระดับจังหวัด พบข้อเท็จจริงที่ว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์พบได้ในทุกจังหวัด แม้ไม่ใช่จังหวัดท่องเที่ยว

นอกจากนั้น ยังมีอีกหนึ่งข้อเท็จจริงที่น่าตกใจไม่แพ้กัน จากกราฟจะพบว่า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์พบมากที่สุดในกลุ่มของวัยรุ่นประมาณมัธยมถึงมหาลัย ช่วงอายุระหว่าง 15 -24 ปี แต่อย่างไรก็ตาม ซิฟิลิสยังพบได้ในทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่เด็กแรกเกิดที่เกิดจากแม่ที่ไม่ทราบว่าตัวเองเป็นซิฟิลิส 


เปิดข้อมูลสุดช็อค กลุ่มผู้ติดเชื้อมากที่สุด คือ กลุ่มวัยรุ่นระดับมัธยมศึกษาถึงมหาวิทยาลัย

รายงานการเฝ้าระวังโรคประจำปี 2560 ของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แสดงให้เห็นว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งในประเทศไทย และจำนวนผู้ป่วยซิฟิลิสนั้นก็พุ่งขึ้นอย่างน่าตกใจ สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะมีคนติดเชื้อแต่ไม่รู้ตัวเป็นจำนวนมาก และไม่เคยผ่านการตรวจคัดกรองโรคนี้ทำให้แพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว โดยข้อมูลระบุชัดว่า กลุ่มที่ติดเชื้อมากที่สุดเป็นกลุ่มของวัยรุ่นที่ศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาถึงมหาวิทยาลัย

สาเหตุที่ทำให้กลุ่มวัยรุ่นยุคนี้ ติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากขึ้น กรมควบคุมโรคสันนิษฐานว่า สาเหตุหลัก คือ กลุ่มประชากรช่วงอายุ 15 – 24 ปี ที่ไม่ใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ อยู่ที่ร้อยละ 30 กอปรกับอายุของเยาวชนที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกน้อยลงกว่าเดิม และเยาวชนเหล่านี้ยังขาดความเข้าใจเรื่องเพศศึกษา จึงมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย อาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมทั้งซิฟิลิสรุนแรงขึ้น

โดยในปี 2561 พบว่าผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากที่สุดอยู่ในช่วงอายุ 15-24 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่น วัยเรียน และวัยเจริญพันธุ์ คิดเป็นร้อยละ 36.9 ของผู้ป่วยทั้งหมด และผู้ติดเชื้อกลุ่มนี้ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี และการตั้งครรภ์ไม่พร้อมเมื่ออายุยังน้อยด้วย


ชี้ทางออกและการเฝ้าระวัง โรคซิฟิลิส ต้องหมั่นสังเกตอาการบ่งชี้ และถ้าติดเชื้อแล้วต้องรักษาต่อเนื่อง หายขาดแน่นอน

“เพื่อเฝ้าระวังการระบาดของโรคซิฟิลิสในช่วงนี้ ทุกคนต้องหมั่นสังเกตตัวเองหลังจากมีพฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยงมา ว่ามีแผลถลอกที่อวัยวะเพศหรือไม่ และมีผื่นขึ้นเป็นดอกดวกตามฝ่ามือ ศีรษะ ฝ่าเท้าหรือผมร่วงหรือไม่ แต่วิธีที่ดีที่สุดที่จะป้องกันอาการรุนแรงของโรคนี้ก่อนที่จะสายเกินไป คือ การไปตรวจคัดกรองทันทีเพื่อที่จะรักษาได้ทันท่วงที”

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงวิธีการรับมือกับการระบาดของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้ในการออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ว่ากรมฯ กำลังจับตามองสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิดพร้อมสนับสนุนให้ใช้ถุงยางอนามัยโดยให้สถานบริการของรัฐและหน่วยงานสังกัดกรมควบคุมโรคแจกถุงยางฟรี

กลับมาที่บทความจาก เพจเฟซบุ๊ก Bangrak STIs Center โดย พญ.ธันยนันท์ ที่ได้ให้ความรู้และยืนยันชัดเจนว่า ซิฟิลิสรักษาได้

“ทุกวันนี้ โรคซิฟิลิส สามารถรักษาให้หายได้ โดยรักษาได้ง่ายในระยะแรก ด้วยยาฆ่าเชื้อเป็นยาเพนนิซิลินฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งเดียว สำหรับผู้เป็นโรคภายในระยะเวลา 1 ปี หากเป็นมานานเกิน 1 ปีจะต้องฉีดยาเพิ่มมากกว่า 1 ครั้ง ผู้แพ้ยาจะใช้ยาตัวอื่น การรักษาจะป้องกันการทำลายอวัยวะในร่างกาย แต่ไม่สามารถรักษาอวัยวะที่ถูกทำลายไปแล้ว”

“อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อยู่ในระหว่างการรักษาจะต้องงดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าแผลจะหายไป ผู้ที่ติดเชื้อควรต้องแจ้งแก่คู่นอนให้ทราบเพื่อจะได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาด้วย และผู้ที่เคยเป็นโรคนี้แล้วสามารถติดซ้ำได้ และในบางรายโรคอาจจะซ่อนอยู่ในช่องคลอด ทวารหนัก ดังนั้น จึงควรป้องกันและตรวจโรคทุก 1 ปี”


บทความจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนี้ ปิดท้ายด้วยความจริงที่แพทย์อยากบอก คือ “ทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เสี่ยงทุกครั้ง ดังนั้น ต้องใส่ถุงทุกครั้ง แม้ oral sex ก็ต้องใส่ถุง อย่าเปลี่ยนคู่นอนบ่อย หากจริงจังจริงใจ จับมือกันมาตรวจเพื่อความสบายใจ อย่ารอตอนท้อง บริจาคเลือดแล้วเพิ่งมาเจอผลเลือดเวลาเสี่ยงมา แล้วกังวล ก็มักจะตรวจแค่ HIV แนะนำให้ตรวจทุกโรค เช่น ซิฟิลิส ไวรัสตับบี ไวรัสตับซี หากมีอาการผิดปกติ ควรมาพบแพทย์ อย่าซื้อยากินเอง อย่าปล่อยทิ้งไว้” แค่ทุกคนยึดคำแนะนำนำนี้เป็นคาถาป้องกันตัว รับรองว่า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จะอยู่ห่างไกลจากตัวคุณและคนที่คุณรักแน่นอน


ที่มา :


อัปเดตข่าวโรคร้าย เพื่อป้องกันตนเองและคนที่รักให้ปลอดภัย

2030 ภารกิจพิชิต ‘มาลาเรีย’ เชื้อร้ายที่ต้องหายไปจากโลกภายใน 11 ปี!

เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส สร้างเกราะป้องกันประเทศ เมื่อ ‘ไข้หวัดหมูแอฟริกันระบาด’ ในจีน ดันราคาเนื้อหมูพุ่งทั่วโลก

ประเทศไทยอยู่อันดับที่เท่าไร ในการจัดอันดับ ‘คุณภาพอากาศโลก’? ฟังคำตอบ ก่อนวางมาตรการปกป้องลมหายใจคนเมือง