เนื่องจาก ‘การศึกษา’ อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่กำลังถูกโลกดิจิทัล disruption ถ้าไม่ปรับตัวให้ทันต่อระบบนิเวศทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้ง ‘การศึกษา’ และ ‘สถาบันการศึกษา’ จะต้องเผชิญกับความตกอับพังทลายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
แก่นแกนที่เป็นสภาวะของระบบนิเวศทางสังคมยุคใหม่นำพาให้ ‘ภาคการศึกษา’ เข้าสู่โซนนิ่งของการถูก disruption มี 5 ประเด็นสำคัญดังนี้
- การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่รวดเร็วของเทคโนโลยี ทำให้คนยุคใหม่สามารถเข้าถึงความรู้ได้อย่างหลากหลาย ไร้กาลเวลา ไร้พรมแดน ไร้ขีดจํากัดทางกายภาพ รวมถึงสามารถจัดการความซับซ้อนของข้อมูลให้เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ สูงกว่าการเรียนในชั้นเรียนหลายเท่า ทั้งหมดเกิดจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศักยภาพของอัลกอริทึมในระบบข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printer) ไปจนถึงหุ่นยนต์ (Robotics) ฯลฯ ที่เข้ามาทดแทนคนทำงานซึ่งเติบโตมาในยุคอนาล็อก
- การสื่อสารที่รวดเร็วมีประสิทธิภาพทำให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างผู้เรียนกับข้อมูลในโลกดิจิทัล โดยผู้เรียนสามารถทำตัวเองให้เป็นศูนย์กลางการเข้าถึงความต้องการของตนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ไร้ขีดจำกัด
- คนรุ่นใหม่ไม่ยึดติดกับปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตร ปริญญาบัตรไม่สามารถเป็นค่านิยมและการเชิดชูความสามารถทางวิชาการอีกต่อไป เพราะการดำเนินชีวิตยุคใหม่ คนทำงานต้องการงานที่ตอบโจทย์ด้านการใช้ชีวิตและมีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นตัวของตัวเอง ไม่ยอมจ่อมจมอยู่ในค่านิยมที่คนรุ่นก่อนหล่อหลอมและยัดเยียดให้!
- การมีอาชีพยุคใหม่ต้องผูกติดกับ ‘มาตรฐานวิชาชีพ’ ทั้งในการเข้าสู่อาชีพแบบทั่วไปและแบบเฉพาะทาง นี่จะเป็นเส้นทางการเติบโตที่มีอนาคต! ซึ่งมาตรฐานงานของแต่ละงาน – แต่ละอุตสาหกรรมที่กำหนดขึ้นนั้น เกิดขึ้นจากความซับซ้อนเชิงวิชาชีพและเทคโนโลยีในโลกยุคใหม่
- โครงสร้างเศรษฐกิจโดยรวมเคลื่อนออกจาก ‘เศรษฐกิจฐานทรัพยากรและแรงงาน’ สู่ ‘เศรษฐกิจฐานความรู้’ ดังนั้น ทักษะการใช้เทคโนโลยีใหม่ การยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้น และการปรับทักษะให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีในแต่ละประเภทงานที่เปลี่ยนไป จึงเป็นความรู้ที่จำเป็นมากกว่าใบปริญญา!
พื้นฐานสำคัญ 5 ประการนี้เอง ที่ทำให้การศึกษาในโลกยุคเก่าถูก disruption ถ้าคนในแวดวงการศึกษาไม่ปรับตัวหรือไม่มีศักยภาพที่จะปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ บอกได้เลยว่าอยู่ยาก!

การศึกษายุคใหม่ต้องปรับตัวในมิติสำคัญ 10 เรื่องด้วยกัน กล่าวคือ
1
สถาบันการศึกษาต้องปรับตัวจากการเป็น ‘โรงเรียนสอนหนังสือ’ อย่างที่เคยชิน ก้าวสู่ศตวรรษของ ‘องค์กรแห่งการเรียนรู้’ ที่ต้องสนับสนุนให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมต่อกับโลกแห่งความจริง – โลกเสมือนจริง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ได้หลากหลายมิติ
2
บทบาทครู อาจารย์ ผู้สอน ต้องปรับสภาพจากการเป็นผู้นำ ผู้กำกับ ผู้ชี้นำ มาสู่การเป็น โค้ช และ ผู้อำนวยความสะดวกให้เกิดการเรียนรู้ ช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงแหล่งความรู้ และเป็นผู้ชี้แนะที่ร่วมเรียนรู้ไปกับผู้เรียนในทุกมิติ
3
กระบวนการจัดการเรียนการสอนจะต้องมีลักษณะขององค์กรแห่งการเรียนรู้ แทนที่จะเป็นห้องเรียนสี่เหลี่ยม คับแคบ ไร้ชีวิตชีวา
4
การเรียนเพื่อสร้างวิชาชีพหรือเพื่อพัฒนาสู่การมีอาชีพ สถานศึกษาจะต้องไม่โดดเดี่ยวเช่นที่ผ่านมาแต่ต้องมีการจับมือกับอุตสาหกรรมเป้าหมายแต่ละกลุ่ม เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงระหว่างภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติได้อย่างสมดุล จึงจะสามารถสร้าง – พัฒนาทักษะผู้เรียนให้ตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมแต่ละกลุ่มได้
5
พื้นฐานสำคัญสามเรื่องที่ต้องจัดปรับในระบบการศึกษาตั้งแต่ระดับพื้นฐาน คือ หนึ่ง การสื่อสารและภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ที่มีบทบาทสูงในสังคมโลกทุกวันนี้ สอง การเรียนการสอนด้าน STEM และ สาม การเรียนการสอนด้าน Coding เพื่อให้เด็กคุ้นเคยกับเทคโนโลยี การคิด และการสื่อสารที่เป็นพื้นฐานสำคัญของโลกยุคใหม่
6
การจัดการศึกษาในระดับอาชีวะและอุดมศึกษา ต้องคำนึงถึง มาตรฐานวิชาชีพตามระดับชั้น และมาตรฐานวิชาชีพแต่ละระดับกลุ่มทักษะ เพื่อสร้างหลักประกันด้านคุณภาพให้แก่ผู้เรียนที่จะสำเร็จการศึกษาไปอย่างมีคุณภาพและมีหลักประกันในการมีงานทำ
7
สถานศึกษาจะต้องมีความร่วมมือกับหลายภาคส่วนหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน โดยร่วมกันทบทวนระบบการจัดการเรียนการสอน แล้วจัดปรับให้ทันสมัย พร้อมที่จะปรับตัวเพื่อรองรับความก้าวหน้า เท่าทันความเปลี่ยนแปลงในสังคมและวิชาชีพต่างๆ อยู่เสมอ
8
สถานศึกษายุคใหม่ต้องมีองค์กรพันธมิตรระดับสากลเป็นตัวช่วยกระตุ้น ช่วยยกระดับการศึกษาให้ได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อการมีงานทำและได้รับการยอมรับทั้งจากสถาบันเองและจากผลผลิตของสถาบันมีหลักประกันสำหรับการมีอนาคต
9
ต้องมุ่งปรับการบริหารจัดการและการบริการการศึกษาใหม่ สู่ระบบ Credit Bank และการศึกษาตลอดชีพ รวมทั้งการมีหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น เพื่อการพัฒนากลุ่มทักษะใหม่ กลุ่มการยกระดับ ทักษะ และการจัดการศึกษาเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานความรู้ยุคใหม่
10
ต้องมีระบบการพัฒนาจัดปรับวิธีคิดและทัศนคติด้านการศึกษาให้กับครู บุคลากร และผู้เรียนในสถาบันการศึกษาให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่ที่รวดเน็ว ต่อเนื่อง และรุนแรง ที่จะส่งผลให้เกิดทั้งโอกาสและวิกฤตขึ้นได้ หากไม่สามารถปรับวิธีคิดและมีทัศนคติที่ดีต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
นี่คือเรื่องสำคัญ ที่สถาบันและระบบการศึกษาต้องทบทวน จัดปรับตัวในกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะถูกอนาคตไล่ล่าและกลืนกิน!


เรื่อง : Apichartology
ความสำคัญของวิชา STEM และ Coding
เมื่อ ‘เทคโนโลยี’ พลิกการศึกษา ทางรอดของมหาวิทยาลัย STEM คืออะไร ?
แค่ ‘สะเต็ม’ คงไม่พอสำหรับโลกยุคใหม่ แล้วศาสตร์ไหนที่เราต้องรู้เพิ่ม?











