AI for Earth เป็นโครงการของไมโครซอฟท์ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2560 โดยมุ่งให้ทุนวิจัยในรูปของทรัพยากรคลาวด์บนแพลตฟอร์ม ไมโครซอฟท์ อาซัวร์ (Microsoft Azure) แก่โครงการวิจัยเชิงสิ่งแวดล้อมที่ได้รับคัดเลือกใน 4 ด้านใหญ่ๆ ได้แก่ เกษตรกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ ความแปรปรวนของสภาพอากาศ และทรัพยากรน้ำ


มอง AI กับ Cloud ในมุมของการใช้เทคดูแลและปกป้องธรรมชาติ

จุดมุ่งหมายของโครงการ AI for Earth คือ การนำนวัตกรรม AI และคลาวด์มาเติมศักยภาพให้ทีมวิจัย สถาบันการศึกษา และองค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อม ใช้เฝ้าสังเกตการณ์ จำลอง คาดการณ์ บริหารจัดการ ตลอดจนปกป้องสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและระบบนิเวศต่างๆ ได้ด้วยวิธีการใหม่ๆ หรือวิธีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

<iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/pDgjOHY7sMI" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>

ปีที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนต่างก็สนใจเทคโนโลยี AI โดยมุ่งเน้นไปที่ผลประโยชน์ทางธุรกิจเป็นหลัก แต่ที่จริงแล้ว AI ยังสามารถทำอะไรได้อีกมาก ทั้งเพื่อสิ่งมีชีวิตนานาพันธุ์ สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยในประเด็นนี้ ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า

“AI for Earth เป็นโครงการระดับโลกที่เปิดให้ทีมวิจัย องค์กร และสถาบันจากทั่วทุกมุมโลกมีโอกาสเสนอแนวคิดใหม่ๆ ในการใช้เทคโนโลยีเพื่อปกป้องโลกของเรา ให้รักษาไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์และทรัพยากรธรรมชาติเพื่อความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนของทั้งมนุษยชาติและสิ่งมีชีวิตนานาชนิดบนโลกใบนี้” 


กรณีศึกษา : นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมจากมันสมองนักคิดทั่วโลก

คาดการณ์กันว่า มีขยะพลาสติกรวมกว่า 5 ล้านล้านชิ้นล่องลอยอยู่ในมหาสมุทรทั่วโลกในปัจจุบัน หรือคิดรวมกันเป็นน้ำหนักถึง 250,000 ตัน

http://sustainablecoastlines.org
Source : http://sustainablecoastlines.org

เนื่องจากปริมาณขยะพลาสติกมหาศาลที่ลอยอยู่ในมหาสมุทรนั้น นอกจากจะเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำแล้ว ยังลอยเข้าฝั่งมาสร้างความเสียหายต่อสภาพแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศได้อีกด้วย ดังจะเห็นได้จากกรณีการปิดฟื้นฟูอ่าวมาหยาอย่างไม่มีกำหนดในประเทศไทยเอง หรือการปิดเกาะโบราไกย์ในฟิลิปปินส์ เพื่อให้ความงดงามทางธรรมชาติของสถานที่เหล่านี้ได้ฟื้นคืนมา ซึ่งต้องแลกมาด้วยความเสียหายทางเศรษฐกิจ โดยกรณีการปิดเกาะโบราไกย์เป็นเวลา 6 เดือน เทียบได้ว่าสูญเสียมูลค่าด้านการท่องเที่ยวถึง 1,600 ล้านดอลลาร์

single-use plastics AI for Earth
Source : www.microsoft.com

องค์กรการกุศล Sustainable Coastlines จากประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งมุ่งทำงานเพื่อแก้ปัญหาขยะในท้องทะเลมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ทั้งในนิวซีแลนด์เองและประเทศอื่นๆ ตามแนวฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก และด้วยพลังจาก AI พวกเขาจึงสามารถพัฒนาโซลูชันใหม่ที่ช่วยให้ทุกภาคส่วนเข้าใจปริมาณและแนวโน้มสถานการณ์ขยะในพื้นที่ชายหาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

AI For Earthโครงการฐานข้อมูลขยะของ Sustainable Coastlines พัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยี Enlighten Designs กรมอนุรักษ์ธรรมชาติ กระทรวงสิ่งแวดล้อมประเทศนิวซีแลนด์ และสถาบันสถิติแห่งนิวซีแลนด์ โดยใช้แพลตฟอร์ม ไมโครซอฟท์ อาซัวร์ รองรับการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI ซึ่งเปิดให้ประชาชนจิตอาสาและนักวิจัยอิสระเข้าถึงฐานข้อมูลนี้ได้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อช่วยให้ทุกฝ่ายได้เรียนรู้ถึงสถานการณ์ปริมาณขยะ ประเภทขยะ และแหล่งขยะในพื้นที่ชายฝั่ง ก่อนจะนำไปต่อยอดในรูปของกิจกรรมและโครงการต่างๆ เพื่อรักษาความสะอาดและฟื้นฟูชายหาดสู่สภาวะปกติต่อไป

ในฐานะหนึ่งในทีมวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการ AI for Earth ของไมโครซอฟท์ ทาง Sustainable Coastlines มีแผนที่จะพัฒนาระบบ machine learning เพื่อคาดการณ์รูปแบบการกระจายตัวของขยะในมหาสมุทร และจุดที่ขยะอาจพัดพาไปกองสุมได้ในอนาคต นอกจากนี้ ทางทีมยังตั้งใจที่จะขยายระบบออกไปใช้งานในพื้นที่อื่นๆ นอกประเทศนิวซีแลนด์ โดยจะเริ่มใช้งานที่ฮาวายและปาปัวนิวกินีเร็วๆ นี้

  • Wildbook แพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันปกป้องและติดตามสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์

Wild Me องค์กรไม่แสวงผลกำไรจากสหรัฐอเมริกา พัฒนาแพลตฟอร์มกับแอปพลิเคชัน Wildbook ขึ้น เพื่อให้นักวิจัยและอาสาสมัครทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการปกป้องและติดตามสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ด้วยระบบ AI และคลาวด์ที่สามารถตรวจจับ จดจำ และติดตามลักษณะเฉพาะของสัตว์แต่ละตัว เช่น สี ลายบนผิวหนัง โทนเสียง ผ่านทางข้อมูลภาพและเสียงที่บันทึกโดยใครก็ตามที่ได้พบเห็นสัตว์ตัวนั้น ทั้งนี้ ระบบจะใช้ข้อมูลที่ทุกคนร่วมกันเก็บจากพื้นที่จริงมาช่วยในการติดตาม เก็บข้อมูล วิเคราะห์พฤติกรรม และสนับสนุนการปกป้องสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ต่อไป

  • FarmBeats เก็บข้อมูลพื้นที่ทำการเกษตรด้วยอุปกรณ์เซ็นเซอร์

ระบบ FarmBeats ทำได้ตั้งแต่การตรวจวัดความชื้น สารอาหาร และอุณหภูมิในหน้าดิน ไปจนถึงภาพถ่ายทางอากาศ ข้อมูลสภาพอากาศในพื้นที่ ฯลฯ มาวิเคราะห์ด้วยระบบ machine learning เพื่อสรุปออกมาเป็นคำแนะนำให้เกษตรกรวางแผนการปลูกและเก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ให้ได้ผลผลิตดีที่สุด


:: สาลิกานำมาบอกต่อ ::

ทีมวิจัยจากทั่วโลกสามารถยื่นขอการสนับสนุนจากโครงการ AI for Earthhได้ตลอดปี โดยจะมีการพิจารณาอนุมัติปีละ 4 ครั้ง สำหรับรอบต่อไป จะปิดรับการยื่นรายละเอียดโครงการในวันที่ 9 กรกฎาคม 2562


บทความเหล่านี้บ่งบอกว่า สามารถใช้ AI เพื่อประโยชน์อื่นๆ ได้อีกมาก

การใช้ AI สร้างความเป็นธรรม แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ดูได้จาก ‘Oilx’ แพลตฟอร์มด้านพลังงาน

Let’s talk with ‘AI Chatbot’ หุ่นยนต์นักบำบัด เพื่อนใหม่ช่างเจรจา เยียวยาภาวะซึมเศร้าได้จริง

เปิดตัวนวัตกรรมต้อนรับวันเด็ก ‘AI คัดกรองเด็กบกพร่องทางการเรียนรู้’ ฝีมืออาจารย์วิศวกรรม มธ.

ส่องความล้ำหน้าด้าน HealthCare ที่นำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาช่วย (ดูแล) ชีวิต