เป็นที่ทราบกันดีว่าหนึ่งในความฝันของเจ้าสัว ‘ธนินท์ เจียรวนนท์’ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ คือ ‘การสร้างเมืองใหม่’ หรือ ‘สมาร์ทซิตี้’ นั่นเอง


ด้วยทุนทรัพย์ ขุมกำลัง และกลุ่มพันธมิตรระดับโลกที่พร้อมเข้ามาร่วมลงทุนเมืองใหม่ของเจ้าสัวจึงสามารถดำเนินการได้อย่างแน่นอน และซีพีก็วางแผนสร้างเมืองใหม่แห่งแรกไว้แล้วด้วยงบประมาณหลายแสนล้านบาท บนพื้นที่ 1 หมื่นไร่ ในเมืองแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา

ฉะเชิงเทราคือ 1 ใน 3 จังหวัดที่อยู่ใน โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี และมีคอนเซ็ปต์ในการจัดทำผังเมืองรวมฉบับใหม่ให้เป็นเมืองที่อยู่อาศัยชั้นดี ด้วยมีจุดเด่นเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่ยังคงอยู่ ชาวบ้านยังคงยึดอาชีพเกษตรกรรมและเป็นการทำเกษตรกรรมชั้นดี เป็นแหล่งผลิตผลไม้คุณภาพดีมีชื่อเสียง ทั้งยังเป็นแหล่งปลูกข้าว ทำประมง เลี้ยงคนทั้งประเทศ

ความหลากหลายในพื้นที่นี้เองที่เหมาะสมกับการสร้างเมืองใหม่ที่น่าอยู่ น่าอาศัย รองรับผู้ที่จะเข้ามาทำงานในพื้นที่อีอีซี

ซึ่งการปรับพื้นที่ตามผังเมืองรวมอีอีซีฉบับใหม่ อุตสาหกรรมการเกษตรถือเป็นส่วนหนึ่งของเมืองใหม่ ซึ่งจะเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรที่ไม่ก่อมลพิษ ส่วนพื้นที่อุตสาหกรรมทั่วไปที่จะขยายเพิ่ม เน้นดำเนินการส่งเสริมอุตสาหกรรมในนิคมเดิมที่มีอยู่ ซึ่งต้องเป็นอุตสาหกรรมที่ไม่ก่อมลพิษเท่านั้น

สรุปคือ กรมโยธาธิการและผังเมืองวางตำแหน่งของจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นเมืองแห่งสายน้ำวัฒนธรรม เมืองพักอาศัยสีเขียวชั้นดีที่ทันสมัย รองรับการขยายตัวของกรุงเทพฯ และอีอีซี รวมถึงมีพื้นที่ใหม่รอบสถานีรถไฟความเร็วสูง

ผังเมืองใหม่ จ.ฉะเชิงเทรา

การขยายเขตของเมืองเก่าและเมืองใหม่ ไปจนถึงโซนต่างๆ จะต้องไม่กระทบความเป็นอยู่ของประชาชน เพื่อให้เมืองฉะเชิงเทราคงความน่าอยู่ในฐานะเมืองสีเขียวอย่างแท้จริง

ในขณะที่คอนเซ็ปต์เมืองใหม่ของเจ้าสัวธนินท์คือ ต้องเป็นเมืองที่มีระบบสาธารณูปโภคครบถ้วน รวมทั้งมีบริการอื่นๆ ของเมืองให้รวมอยู่จุดเดียว เช่น โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ศูนย์การค้า รวมทั้งมีระบบ zero waste รีไซเคิลขยะให้เป็นศูนย์ โดยนำมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าหรือแปรรูปเพิ่มมูลค่า

ถนนในเมืองใหม่แห่งนี้จะไม่ใช่แค่ถนนชั้นเดียวที่เห็นตามเมืองทั่วไป แต่ทำทั้งหมด 3 ชั้น เพื่อแยกส่วนสถานบริการและการจราจรออกจากกัน แก้ปัญหารถติดและการจราจรแออัด คือ

  • ชั้นล่างสุด เป็นส่วนของการบริการทั่วไป เช่น โรงพยาบาล ศูนย์การค้า บริการระบบไฟฟ้า – ประปา ท่อน้ำเสีย
  • ชั้นสอง เป็นถนนและทางรถไฟสำหรับการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ
  • ชั้นสาม เป็นสวนสาธารณะเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ สามารถเดินจากบ้านไปโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือสถานที่ทำงานได้

รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

เจ้าสัวธนินท์กล่าวว่า สาเหตุที่เลือกฉะเชิงเทราเป็นสถานที่แรก เนื่องจากเป็นพื้นที่เชื่อมต่อเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี และอยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยจำนวนประชากรสามารถใช้ชีวิตอยู่ในเมืองแห่งนี้ได้ไม่ต่ำกว่า 300,000 คน

สอดรับกับการเกิดขึ้นของรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ทำให้การเดินทางจากเมืองใหม่เข้ามากรุงเทพฯ ใช้เวลาเพียง 20 นาที

หากการสร้างเมืองใหม่ หรือ สมาร์ทซิตี้ ในแปดริ้วสำเร็จตามเป้าหมาย โมเดลนี้จะถูกขับเคลื่อนไปยังเมืองใกล้เคียงคือ ชลบุรี และ ระยอง ตามลำดับ

ซึ่งพื้นที่อื่นๆ ในเมืองไทยสามารถใช้โมเดลนี้ไปลงทุนในพื้นที่ของตัวเองได้ อาจเป็นการลงทุนของภาครัฐหรือนักลงทุนในพื้นที่ หรือเป็นการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของพื้นที่นั้นๆ

ตามนโยบายของภาครัฐที่ต้องการปักธงเมืองใหม่ทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 100 แห่ง!!!