เรียบร้อยโรงเรียน คสช.และ กสทช.ไปแล้ว สำหรับระเบียบใหม่การดำเนินกิจการทีวีดิจิทัล ตามคำสั่ง คสช.ที่ 4/2562 ลงวันที่ 11 เมษายน 2562 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม และตามประกาศ กสทช. ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2562 เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการจ่ายค่าชดเชย อันเนื่องมาจากการคืนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล…


ผลลัพธ์แห่งคำสั่ง คสช.และประกาศ กสทช.ข้างต้น มีผู้ประกอบการสมัครใจ ‘คืนใบอนุญาต’ แลกกับสิทธิการได้รับเงินชดเชย รวมทั้งสิ้น 7 ราย ประกอบไปด้วยช่อง 13 – ช่อง 14 – ช่อง 19 – ช่อง 20 – ช่อง 21 – ช่อง 26 – ช่อง 28

ในจำนวน 7 ช่องหรือ 7 ราย ที่ขอคืนใบอนุญาต จำแนกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน

  • 1. กลุ่มช่องเด็กและครอบครัว จำนวน 2 ช่องคือช่อง 13 ของค่ายบีอีซี และช่อง 14 ของค่าย อสมท.
  • 2. กลุ่มช่องวาไรตี้ความคมชัดปกติ (SD) จำนวน 2 ช่อง คือช่อง 26 ของค่ายเนชั่น และช่อง 28 ของค่ายบีอีซี
  • 3. กลุ่มช่องข่าว จำนวน 3 ช่อง คือช่อง 19 ของค่ายสปริงส์นิวส์ – ช่อง 20 ของค่ายไบร์ททีวี และช่อง 21 ของค่ายวอยซ์

ช่องเด็กสูญพันธุ์ – ช่องข่าว/SD หด

อานุภาพแห่งคำสั่ง คสช.ที่ 4/2562 และประกาศ กสทช.ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2562 ส่งผลให้กลุ่มช่องเด็กและครอบครัวที่มีอยู่เดิม 3 ช่องคือ ช่อง 13-14-15 มีอันต้อง ‘สูญพันธุ์’ โดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุที่ช่อง 15 ของค่ายทีวีพูล ชิง ‘ปิดตัว ไปเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้แล้ว และยังเป็นประเด็นพิพาททางคดีกันอยู่ ระหว่างค่ายทีวีพูลกับ กสทช.ที่เรื้อรังมาจนถึงทุกวันนี้

ทำนองเดียวกันกลุ่มช่องข่าว ที่แรกเริ่มเดิมทีมีอยู่ด้วยกัน 7 ช่อง ก็ถึงคราวหดหายไปพร้อมกัน 3 ช่องคือ ช่อง 19 – ช่อง 20 – ช่อง 21 สมทบกับช่อง 17 ของค่ายทีวีพูลที่ชิง ‘ปิดตัว’ ไปล่วงหน้าแล้ว ทำให้กลุ่มช่องข่าวอันตรธานหายไปเบ็ดเสร็จ 4 ช่อง คงเหลือเดินหน้าดำเนินการต่อเนื่องไปจนถึงปี 2572 รวม 3 ช่อง คือ ช่อง 16 ของค่ายทรูวิชั่น – ช่อง 18 ของทายาทตระกูลเหตระกูล – ช่อง 22 ของค่ายเนชั่น

กลุ่มช่องความคมชัดปกติ หรือ ‘SD’ ที่แรกเริ่มเดิมทีมีอยู่ 7 ช่อง ก็ล่มสลายหายวับไป 2 ช่อง คือช่อง 26 ของค่ายเนชั่น และช่อง 28 ของค่ายบีอีซี คงเหลือที่ยังคงเดินหน้าดำเนินการต่อไปรวม 5 ช่อง คือช่อง 23 ของค่ายเวิร์คพอยต์ – ช่อง 24 ของค่ายทรูวิชั่น – ช่อง 25 ของค่ายไทยเบฟเวอเรจภายใต้ร่างทรง ‘แกรมมี่’-ช่อง 27 ของค่ายอาร์เอส – ช่อง 29 ของค่ายโมโน

น่าสังเกตว่ากลุ่มช่องวาไรตี้ความคมชัดสูง หรือ ‘HD’ ยังอยู่กันครบถ้วนเต็มจำนวน 7 ช่อง โดยไม่มีค่ายใดยอม ‘ม้วนเสื่อ’ ได้แก่ ช่อง 30 ของค่าย อสมท. – ช่อง 31 ของค่ายปราสาททองโอสถ ภายใต้ร่างทรงที่เกี่ยวพันกับ ‘แกรมมี่’ – ช่อง 32 ของค่ายไทยรัฐ – ช่อง 33 ของค่ายบีอีซี – ช่อง 34 ของค่ายไทยเบฟเวอเรจ ในร่างทรง ‘อมรินทร์ทีวี’ – ช่อง 35 ของค่ายช่อง 7 สี – ช่อง 36 ของค่ายปราสาททองโอสถ


คสช.ปลดล็อก – กสทช.ประเคนเงินชดเชย…ล้างบาป

คำสั่ง คสช.ที่ 4/2562 อุปมาเหมือน ‘ใบเบิกทาง’ รับรองให้ กสทช.สามารถจัดสรร ‘เงินแผ่นดิน’ ไปใช้จ่ายเป็น ‘ค่าชดเชย’ แก่ผู้ประกอบการดิจิทัลทีวีที่ยื่นความจำนงขอคืนใบอนุญาต และเป็น  ‘ค่าสมนาคุณ’ แก่ผู้ประกอบการดิจิทัลทีวี ที่ยังคงเดินหน้าประกอบกิจการต่อไปจนสิ้นสุดอายุใบอนุญาตในปี 2572 โดยที่ กสทช.ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นต่อความล้มเหลวในการผลักดันให้มีการประมูลใบอนุญาต และเร่งรัดให้เปิดดำเนินกิจการแบบสายฟ้าแลบ เพียงแค่ 4 เดือนหลังการประมูลใบอนุญาต ทั้งๆ ที่การให้บริการโครงข่าย ยังลูกผีลูกคน มีรัศมีการแพร่สัญญาณภาพและเสียงในวงจำกัดอย่างยิ่ง

พฤติกรรมการกระทำของ กสทช.ต่อกรณีการดำเนินกิจการดิจิทัลทีวี ไม่ต่างอะไรกับการบีบคั้นกดดันให้ผู้ขับขี่ยวดยาน ต้องพายวดยานออกจากจุดเริ่มต้น ตุปัดตุเป๋ไปบนโครงข่ายถนนหนทางที่ยังสร้างไม่เสร็จ โดยไม่รู้ชะตากรรมว่าจะไปเผชิญถนนขาด สะพานชำรุด ตกหล่มตกเหวที่ตรงไหน แถมยังบังคับกำหนดให้ผู้ขับขี่ยวดยานต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าใช้โครงข่ายถนนที่ยังสร้างไม่เสร็จแก่ผู้ให้บริการโครงข่ายอีกต่างหาก…

เกมธุรกิจดิจิทัลทีวี ตื่นเต้นเร้าใจซะยิ่งกว่า ‘เกมจูแมนจี้’ ซึ่งผู้อยู่ในเกมต้องแบกรับเคราะห์กรรม และความเสี่ยงสารพัดไว้ทั้งหมด ขณะที่ผู้กำหนดเกม ‘ลอยตัว’ ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม ไหนๆ ก็ไหนๆ ล่วงเลยมาถึงขนาดนี้แล้ว คราวนี้ลองมาดูว่า 7 ช่องทีวีดิจิทัลที่คืนใบอนุญาต จะได้รับเงินชดเชยติดกระเป๋ากันไปมากน้อยแค่ไหน…

ตามสูตรคิดคำนวณเงินชดเชยของ กสทช. พอจะสรุปรวบยอดจำนวนเงินชดเชยที่แต่ละช่องจะได้รับพอเป็นสังเขปดังนี้…

ช่อง 13 และช่อง 14 ซึ่งอยู่ในกลุ่มช่องเด็กและครอบครัว เมื่อบวกลบคูณหารกันตามสูตรของ กสทช.แล้ว น่าจะได้ ‘เงินทอน’ หรือเงินชดเชยติดกระเป๋ากันไปรายละประมาณ 230 ล้านบาท

ช่อง 19 – ช่อง 20 – ช่อง 21 ซึ่งอยู่ในกลุ่มช่องข่าว น่าจะได้เงินชดเชยติดกระเป๋ากันไปรายละประมาณ 500 ล้านบาท

สำหรับช่อง 26 และช่อง 28 ซึ่งอยู่ในกลุ่มช่องวาไรตี้ความคมชัดปกติ หรือSD’ น่าจะได้รับเงินชดเชยติดกระเป๋าไปรายละประมาณ 900 ล้านบาท

เบ็ดเสร็จเม็ดเงินที่ กสทช.จะต้องจัดสรรจ่ายชดเชยแก่ 7 ช่อง รวมกันน่าจะอยู่ที่ประมาณ 3,760 ล้านบาท


15 ช่อง บุญหล่นทับรับรางวัลสมนาคุณหลายหมื่นล้าน!

7 ช่องทีวีดิจิทัลที่ตัดสินใจ ‘ม้วนเสื่อ’ แลกกับเงินชดเชยเฉียด 4 พันล้านบาท เทียบกันไม่ได้เลยกับ 15 ช่องทีวีดิจิทัลที่ยังคงเดินหน้าต่อไปจนสุดอายุใบอนุญาตในปี 2572 ซึ่งจะได้รับรางวัลสมนาคุณเป็นมูลค่ามหาศาลหลายหมื่นล้านบาท จากความใจดี หรือความสำนึกบาปของ กสทช.ก็สุดจะหยั่งรู้ได้

บรรดารางวัลสมนาคุณชุดใหญ่ที่ กสทช.เตรียมใส่พานรับขวัญ 15 ช่องทีวีดิจิทัลที่สู้ไม่ถอย มีอยู่ด้วยกัน 3 ก้อนมหึมา…

  • ก้อนที่ 1…ฟรีค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่เหลืออยู่อีก 2 งวด รวมมูลค่าประมาณ 13,100 ล้านบาท
  • ก้อนที่ 2…ฟรีค่าบริการโครงข่ายการออกอากาศตลอดระยะที่เหลืออยู่ของอายุใบอนุญาต รวมมูลค่าประมาณ 16,272 ล้านบาท
  • ก้อนที่ 3…ฟรีค่าบริการออกอากาศบนโครงข่ายดาวเทียมตามเกณฑ์ Must Carry ตลอดระยะเวลาที่เหลืออยู่ของอายุใบอนุญาต รวมมูลค่าประมาณ 3,600 ล้านบาท

รวมสิทธิประโยชน์ทั้ง 3 ก้อนที่ กสทช.จะใส่พานหยิบยื่นสมนาคุณแก่ 15 ช่องทีวีดิจิทัลที่ไปต่อจนสุดทางอายุใบอนุญาต คิดเป็นมูลค่าประมาณ 32,972 ล้านบาท


กสทช.ก่อเวรทำกรรมมหาชน 

เม็ดเงินชดเชยที่ต้องจ่ายให้แก่ 7 ช่องทีวีดิจิทัลที่ ‘ถอดใจ’ สมทบกับมูลค่าสิทธิประโยชน์ที่สมนาคุณแก่ 15 ช่องทีวีดิจิทัลที่ ‘สู้ต่อ’ รวมกันแล้วอยู่ที่ 36,732 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่มหาชนคนเสียภาษีต้องถูกยัดเยียดให้รับผิดชอบ ทั้งที่มิได้ก่อ เข้าตำรา ‘เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แต่ต้องเป็นเหยื่อถูกเอากระดูกมาแขวนคอ’

ตัวเลขต้นทุนที่ประชาชนต้องแบกรับ 36,732 ล้านบาท เมื่อหักกลบลบกับตัวเลข 50,862 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินรับรู้รายได้ค่าประมูลใบอนุญาตเมื่อเดือนธันวาคม 2556 ที่ กสทช.เคยดี๋ด๋าอย่างออกนอกหน้า สุดท้ายจะเหลือเป็นยอดรายรับสุทธิแค่ 14,130 ล้านบาทเท่านั้น

เมื่อนำตัวเลขทั้งหลายทั้งปวงมายำคำนวณหาค่าเฉลี่ยค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแท้จริงหลังหักเงินชดเชย หรือหักมูลค่ารางวัลสมนาคุณออกแล้ว ออกจะน่าตื่นเต้นฮือฮาปากอ้าตาค้างกันไปทั้งบาง…

  • ค่าเฉลี่ยใบอนุญาตกลุ่มช่องวาไรตี้ความคมชัดสูง (HD) เมื่อแรกประมูลอยู่ที่ 225.62 ล้านบาทต่อปี แต่หลังหักสารพัดรายการสมนาคุณแล้ว จะเหลือเพียงแค่ 22.42 ล้านบาทต่อปี…ถูกลงไป 90%
  • ค่าเฉลี่ยใบอนุญาตกลุ่มช่องวาไรตี้ความคมชัดปกติ (SD) เมื่อแรกประมูลอยู่ที่ 154.29 ล้านบาทต่อปี แต่หลังจากหักสารพัดรายการสมนาคุณแล้ว จะเหลือแค่ 50.64 ล้านบาทต่อปี…ถูกลงไป 67%
  • ค่าเฉลี่ยใบอนุญาตกลุ่มช่องข่าว เมื่อแรกประมูลอยู่ที่ 88 ล้านบาทต่อปี แต่หลังจากหักสารพัดรายการสมนาคุณแล้ว จะเหลือแค่ 5.13 ล้านบาทต่อปี…ถูกลงไป 94%
  • ค่าเฉลี่ยใบอนุญาตกลุ่มช่องเด็กและครอบครัว ซึ่งกำลังจะ ‘สูญพันธุ์’ ในอนาคตอันใกล้นี้ เมื่อแรกประมูลอยู่ที่ 44 ล้านบาทต่อปี แต่หลังจากหักรายการชดเชยไปแล้ว จะเหลือแค่ 13.46 ล้านบาทต่อปี…ถูกลงไป 69%

ไหนๆ กสทช.ก็สมนาคุณชุดใหญ่ให้แก่ดิจิทัลทีวีซะขนาดนี้แล้ว ถ้า กสทช.จะตอบแทนบุญคุณประชาชน ด้วยการไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องทนทรมานกับเนื้อหาที่ถูกยัดเยียดใส่จออีกต่อไปเลย…ก็จะขอบพระคุณอย่างสูง

คำตอบสุดท้ายของหายนะแห่งทีวีดิจิทัล ไม่ใช่เป็นเพราะ Disruptive Technology แต่มันเป็นเพราะ Disqualified


เรื่อง : ตะวันฉาย