สาลิกาคาบข่าว Vol.134/62

112

ครม.มีมติ 3 มิ..​เป็นวันเฉลิมฯ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

และวันหยุดราชการ

www.thaigov.go.th

..หญิง ทักษดาสังขจันทร์ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ​(ครม.)​ ว่าครม.มีมติเห็นชอบให้วันที่ 3 มิถุนายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เป็นวันหยุดราชการประจำปี ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอ ทั้งนี้จากกรณีได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 และโดยที่วันที่ 3 มิถุนายน เป็นวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จึงเห็นสมควรกำหนดให้วันดังกล่าวเป็นวันหยุดราชการประจำปี

ครม.เห็นชอบลดภาษีลงทุน

เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

www.thaigov.go.th

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน โดยขยายเวลาการจดแจ้งการขอใช้สิทธิลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับการประกอบกิจการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ด้วยการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจากอัตรา 20% เหลือ 10% ป็นเวลา 10 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน ให้กับเอกชนที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1 ..61 ถึงวันที่ 30 ..63 นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ โดยกำหนดให้มีการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้กับภาคเอกชน สำหรับกำไรสุทธิในการดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ เฉพาะส่วนที่เกิดจากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตไม่ว่าจะทำในประเทศ หรือนอกประเทศเป็นเวลา 3 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน

กพอ.ไฟเขียวเดินหน้า

โครงการการแพทย์

จีโนมิกส์ใน EEC

นายสุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือ บอร์ดอีอีซี ได้เห็นชอบแนวทางการดำเนินงานของโครงการพัฒนาศูนย์บริการทดสอบทางการแพทย์จีโนมิกส์ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หรือ Thailand Genome Sequencing Center ซึ่งโครงการพัฒนาศูนย์บริการทดสอบทางการแพทย์จีโนมิกส์นี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการพัฒนาโครงการมีมูลค่าการลงทุน 1,500 ล้านบาท โดยใช้งบประจำปีของแต่ละหน่วยงานที่มีการบรรจุในแผนงานของกระทรวงแล้ว โครงการนี้จะเป็นการลงทุนเพื่อสร้างความรู้ทางการแพทย์จีโนมิกส์ (Genomic Medicine) ที่จำเป็นให้ประเทศที่มีความต้องการบริการการแพทย์แบบแม่นยำ (Precision Medicine) ให้สามารถนำไปสู่การรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ ในอนาคตอันใกล้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลดังกล่าวได้อย่างทั่วถึงในระบบประกันสุขภาพ โดยจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.ด้านการแพทย์และสาธารณสุขจะทำให้ดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนดีขึ้น ลดภาวะแทรกซ้อน ลดการป่วย ป้องกันการเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร และลดค่าใช้จ่ายของการรักษาที่ไม่แม่นยำ 2.ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะทำให้มีเทคโนโลยีระดับสูงไว้บริการใน Medical Hub และ 3. ด้านเศรษฐกิจและสังคม เป็นการส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรภายในประเทศ

กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน 3 จังหวัด

หนุนการพัฒนา EEC

ร่วมสร้างความก้าวหน้าให้ประเทศ

การประชุมร่วมระหว่างผู้แทนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านจาก 3 จังหวัดเขตพื้นที่ EEC ที่มหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อวานนี้ โดยนางสาวทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ รองเลขาธิการสายงานพัฒนาพื้นที่และชุมชน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ได้ทำความเข้าใจกับผู้นำพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้แทนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านจากจังหวัดระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา เพื่อรายงานความคืบหน้าและงานก้าวต่อไปของ EEC ให้กับที่ประชุมได้รับรู้ความคืบหน้าในการดำเนินงานทั้งระบบของ EEC ทั้งการปรับสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน การลงทุนพัฒนาในพื้นที่ และการสร้างบุคคลากรกับการศึกษา รวมทั้งก้าวต่อไปในการทำงานของ EEC ซึ่งสร้างความเข้าใจให้กับคณะผู้แทนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านได้อย่างดี ในช่วงที่ผ่านมากำนัน-ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้ร่วมประชุมรับฟังความเห็นและได้เสนอปัญหา แนวทางแก้ไข และการพัฒนาแต่ละพื้นที่มาบ้างแล้ว แต่การประชุมพบปะกันครั้งนี้จะเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่าง EEC กับท้องถิ่นระดับฐานรากของสังคม ให้เกิดการพัฒนาที่ต่อเนื่องและร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวกันอีกก้าว ซึ่งจะช่วยให้กลุ่มสังคมท้องถิ่นได้เข้าถึง เข้าใจ และสามารถเตรียมการทางด้านเศรษฐกิจสังคม รับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้อย่างดี ซึ่งจะเกิดประโยชน์อย่างมากกับทุกพื้นที่ในเขต EEC

เทรดวอร์

ฉุดเม็ดเงินส่งออกไทย

หาย 5.7 พันล้านเหรียญ

สงครามการค้า จีน-สหรัฐ

..พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า จากการที่สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีสินค้าจากจีนเพิ่มเติม 2 ครั้ง มูลค่ารวมกว่า 500,000 ล้านเหรียญสหรัฐและจีนประกาศขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐ ตอบโต้มูลค่าประมาณ 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐนั้น สนค. ได้ประเมินผลกระทบเบื้องต้นในส่วนของการขึ้นภาษีของสหรัฐที่ครอบคลุมสินค้าจีนมูลค่า  200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ พบว่าอาจทำให้มูลค่าการส่งออกไทยลดลงประมาณ  5,600-5,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสงครามการค้าครั้งนี้ ไม่ได้มีแต่สหรัฐและจีนที่เจ็บตัว แต่ผลกระทบกระจายไปทั่วโลก ซึ่งไม่เป็นการดีกับการค้าโลกที่ยังเปราะบางอยู่ สนค. มองว่าความขัดแย้งของสองประเทศ มีรากเหง้าลึกกว่าเรื่องของการค้า เป็นการแข่งขันกันในด้านเทคโนโลยีและการมีอิทธิพลในทวีปเอเชีย ในส่วนของไทยแม้ว่าอาจจะทำให้การส่งออกลดลงบ้างในปีนี้ แต่มั่นใจว่าถ้าทุกภาคส่วนร่วมมือกันก็จะก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้

ลงทุน 200 ล้าน

ติดโซลาร์รูฟท็อป

หลังคาสถานีรถไฟบางซื่อ

ลดค่าไฟปีละ 35 ล้าน

นายฐากูร อินทรชม ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยแผนพัฒนาพื้นที่สถานีกลางบางซื่อเป็นสมาร์ทซิตี้ตามนโยบายรัฐบาลว่า รฟท.มีแผนลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์บนพื้นที่หลังคาอาคารสถานีกลางขนาดใหญ่พื้นที่ 50,000 ตร.. ในรูปแบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวและยังเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับเมืองหลวงอีกด้วย สำหรับแผนการลงทุนโซลาร์รูฟท็อปบนพื้นที่ดังกล่าวใช้วงเงินประมาณ 200 ล้านบาท สามารถคืนทุนได้ในระยะเวลา 7-8 ปี ด้วยอัตราประหยัดต้นทุนพลังงานปีละ 30-35 ล้านบาท  สำหรับรูปแบบการลงทุน รฟท.อาจให้เอกชนลงทุนก่อนแล้วผ่อนจ่ายพร้อมกำไร หรือ ให้เอกชนลงทุนก่อนแล้ว รฟท.เข้ามาร่วมในภายหลัง

รัฐบาลเวียดนาม

กำจัดหมูกว่า 1 ล้านตัว

ควบคุมโรคอหิวาต์สุกรแอฟริกัน 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 14 ..ว่ากระทรวงเกษตรของเวียดนามออกแถลงการณ์เรื่องการฆ่าสุกรที่ติดเชื้อหรือต้องสงสัยติดเชื้อมากกว่า 1.2 ล้านตัวจากฟาร์มใน 29 จังหวัด จากทั้งหมด 58 จังหวัด หลังการประเมินความเสี่ยงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์สุกรแอฟริกัน (เอเอสเอฟ) เนื่องจากเกษตรกรและหน่วยงานท้องถิ่นไม่สามารถจัดการสถานการณ์ดังกล่าวได้ โดยก่อนหน้านี้ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ได้ส่งหนังสือถึงรัฐบาลเวียดนามเมื่อเดือนมี..ที่ผ่านมา แนะนำให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินการแพร่ระบาดของโรคเอเอสเอฟ แม้เอเอสเอฟเป็นโรคที่ยังไม่มีความเสี่ยงต่อมนุษย์ แต่ก็ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมเนื้อสุกรในภูมิภาค ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคอหิวาต์สุกรแอฟริกันได้