สาลิกาคาบข่าว Vol.137/62

126

อีอีซีคุยคลัง

ดึงภาษีลาภลอย

พัฒนาชุมชน 3 จังหวัด

ภาคตะวันออก

ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการอีอีซี ว่า ทาง สกพอ. มีแผนหารือกับกระทรวงการคลังเกี่ยวกับร่าง พ...ภาษีลาภลอย ที่จะมีการเรียกเก็บภาษีจากกลุ่มนิติบุคคลหรือผู้ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ โดยรัฐบาลมีแนวคิดที่จะนำภาษีดังกล่าวมาช่วยท้องถิ่นและชุมชนรอบๆโครงการ โดยเฉพาะในพื้นที่จะมีการก่อสร้างโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลักในอีอีซี อาทิ โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมืองสุวรรณภูมิอู่ตะเภา เป็นต้น ซึ่งรัฐมองว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์และจะช่วยชุมชนได้โดยตรง สอดคล้องกับโครงการที่ของรัฐบาลที่มุ่งเน้นช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยปัจจุบันร่างพ...ดังกล่าว ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คาดว่าจะมีการหารือในรัฐบาลหน้า

กทท.ชี้ตัดสิทธิกลุ่ม NCP

ประมูลแหลมฉบังทำตามหลักเกณฑ์

ยื่นฝ่าย กมอีอีซีเคาะอีกรอบ

ท่าเรือแหลมฉบัง

..กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ในฐานะประธานกรรมการคัดเลือกโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ยืนยันว่ากลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นซีพี (NCP) ประกอบด้วย บริษัท นทลิน จำกัด บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสโซซิเอท อินฟินิตี้ จำกัด บริษัท พีเอชเอส ออแกนิค ฮีลลิ่ง จำกัด และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรั๊คชั่น คอร์ปอเรชั่น จำกัด ไม่ผ่านการพิจารณา เป็นไปตามเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์ ) เนื่องจากยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนเมื่อ 29 มี..ที่ผ่านมา และต่อมาทางกลุ่มกิจการร่วมค้า NCP ได้ยื่นอุทธรณ์เมื่อ 24 เม.. อย่างไรก็ตาม ได้ส่งให้คณะอนุกรรมการฝ่ายกฎหมายของคณะกรรมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานพิจารณาว่าจะยืนตามคณะกรรมการคัดเลือกฯหรือไม่ หาก กพอ.ให้ทบทวนการพิจารณากลุ่มกิจการร่วมค้า NCP ก็พร้อมกลับมาพิจารณา แต่หากคณะกรรมการ กพอ.เห็นชอบในการตัดสิทธิกลุ่มกิจการร่วมค้า NCP ก็จะดำเนินการเจรจากับกลุ่มกิจการร่วมค้า GPC ประกอบด้วย บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที แทงค์เทอร์มินัล จำกัด และ China Harbour Engineering Company Limited ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกต่อไป

คาดเงินทำบุญ

วิสาขบูชาสะพัดหมื่นล้าน

ประชาชนยังกังวล

ปัญหาเศรษฐกิจ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า วันวิสาขบูชาปีนี้ ตรงกับวันที่ 18 พฤษภาคม คาดว่าจะมีเงินใช้จ่ายในกิจกรรมต่างๆ ประมาณ 5,000-7,000 ล้านบาท รวมกับเป็นวันหยุดยาวต่อเนื่อง 3 วันตั้งแต่วันที่ 18-20 พฤษภาคม จะทำให้มีการเดินทางท่องเที่ยว คาดว่าจะมีการใช้จ่ายอีก 1,000-3,000 ล้านบาท จึงทำให้ช่วงเทศกาลวันวิสาขบูชาจะมีเงินหมุนเวียนประมาณ 6,000 -10,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการใช้จ่ายในด้านการทำบุญ ตักบาตร หรือเดินทางไหว้พระ รวมทั้งเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียง เทียบกับปีก่อนบรรยากาศไม่น่าจะคึกคักเท่าที่ควร ยอดใช้จ่ายน่าจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3-4% เพราะอยู่ในช่วงการเปิดเทอมที่ผู้ปกครองต้องเตรียมเงินใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของบุตรหลานและยังกังวลในเรื่องผลกระทบการส่งออกและการใช้จ่ายในอนาคตจากปัญหาสงครามการค้าสหรัฐกับจีน

พัทยาผุดลิฟต์แก้ว

เชื่อมสะพานลอยข้ามถนน

เพื่อคนพิการ

นายกฤชเทพ สิมลี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 .. ที่ผ่านมาว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดสะพานลอยข้ามทางลอดพัทยากลาง บริเวณหน้ามูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ จ.ชลบุรี โดยมีนายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ร่วมงาน เพื่อให้ผู้พิการได้รับความสะดวกสบายในการใช้งานสะพานลอยดังกล่าว พร้อมจัดทำลิฟท์โปร่งแสงและสิ่งอำนวยความปลอดภัยสำหรับผู้พิการ ซึ่งผู้พิการที่จะข้ามไปทำธุระฝั่งตรงข้ามหรือจะมาที่มูลนิธิพระมหาไถ่ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจ้างรถโดยสารในการข้ามฝั่งเหมือนเดิม ภายในลิฟต์มีแผงปุ่มกดสำหรับผู้พิการ/อักษรเบรลล์ ปุ่มกดกระดิ่ง ปุ่มกดโทรศัพท์ช่วยเหลือ กล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อส่งสัญญาณถึงอาคารควบคุมพัทยากลางในขณะเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งติดตั้งไซเรนหน้าลิฟท์ทั้งสองชั้น ติดตั้งระบบ UPS สำรองไฟ หากเกิดไฟฟ้าดับ ลิฟท์จะเลื่อนลงมาชั้นล่างเพื่อเปิดประตูให้คนออกจากลิฟท์ได้อย่างปลอดภัย ปัจจุบันสะพานลอยฯ ได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้ประชาชนได้ใช้บริการแล้ว

ขนส่งฯ แนะแผ่นป้ายทะเบียน

หลุดหาย ขอรับป้ายทดแทนได้

ไม่ต้องแจ้งความ

นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูฝนทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนักและอาจเกิดน้ำท่วมขังจนทำให้รถยนต์หลายคันจำเป็นต้องขับรถลุยน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นเหตุให้แผ่นป้ายทะเบียนรถหล่นหาย โดยกรมการขนส่งทางบกขอแนะนำเจ้าของรถควรตรวจสอบการยึดติดแผ่นป้ายทะเบียนรถทั้งด้านหน้าและท้ายรถให้มีความมั่นคงแน่นหนา เพื่อป้องกันการหลุดหล่นระหว่างการขับรถ สำหรับเจ้าของรถที่เกิดกรณีแผ่นป้ายทะเบียนรถหล่นหาย สามารถขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งความ โดยติดต่อยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบ หลักฐานที่ต้องใช้ประกอบด้วย คู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของเจ้าของรถ กรณีเป็นนิติบุคคล ต้องมีหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่เกิน 1 ปี และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนามทุกคน กรณีไม่มาดำเนินการด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจมาแสดงด้วย มีค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายละ 100 บาท ค่าคำขอ 5 บาท และจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 15 วันทำการ โดยระหว่างนี้สามารถใช้ใบเสร็จรับเงินแทนแผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นการชั่วคราวได้

ดีป้าเปิดหลักสูตรดิจิทัล

สร้างเกษตรกรยุคใหม่

ด้วยระบบเอไอ

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กล่าวถึงอาชีพการเกษตรว่ามีความสำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจไทย นวัตกรรมเกษตรจะมีบทบาทมากขึ้น โดยจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาของเกษตรกรไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และจะส่งเสริมให้ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตสำคัญของผลิตผลทางการเกษตรของโลกต่อไป สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงภาคการเกษตรที่จะเกิดขึ้น จึงเตรียมความพร้อมสำหรับการปรับเปลี่ยนกรรมวิธีการผลิต การเตรียมองค์กร กำลังคนให้มีองค์ความรู้ที่ทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรม และสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับองค์กรและการผลิต ด้วยการจัดหลักสูตรอบรมผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตร” (Chief of Digital Agro Business) รุ่นที่ 1 เนื้อหาหลักสูตรมุ่งพัฒนาทักษะ ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลด้านการเกษตรสมัยใหม่ในมิติต่างๆ เช่น IoT, AI, Cloud, Robot, AR & VR, Drone, Big Data Management, Blockchain เป็นต้น

จีนไม่ทน!

เตรียมโต้กลับมะกัน

กรณีคว่ำบาตรหัวเว่ย

ภายหลังสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านเทคโนโลยีห้ามการจัดซื้อหรือใช้งานอุปกรณ์ใดๆ จากบริษัทใดที่ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติซึ่งยอมรับไม่ได้ หรือ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและปลอดภัยของบุคคลของสหรัฐอเมริกาแม้คำสั่งดังกล่าวของทรัมป์ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่เป็นที่ตระหนักกันดีว่าคำสั่งดังกล่าวหมายถึงบริษัทเทคโนโลยีจากจีนโดยเฉพาะบริษัทหัวเว่ยล่าสุดโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่าการกระทำของประธานาธิบดีทรัมป์เปรียบเสมือนการบ่อนทำลายอุตสาหกรรมโดยอาศัยประเด็นด้านความมั่นคงแห่งชาติเป็นข้ออ้างที่จะปราบปรามธุรกิจต่างชาติจึงขอให้สหรัฐยุติการกระทำเช่นนี้และสร้างเงื่อนไขที่ดีสำหรับความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างกันดีกว่าปักกิ่งขอคัดค้านการที่ประเทศต่างๆ ได้ออกข้อมติคว่ำบาตรต่อบริษัทของจีนเพียงฝ่ายเดียวและจะดำเนินมาตรการเพื่อเป็นการตอบโต้การกระทำดังกล่าวแต่ไม่ได้มีการให้รายละเอียดว่ามาตรการตอบโต้ของจีนต่อสหรัฐคืออะไร