ช่วงปลายปี 2561 เป็นครั้งแรกที่ยอดจำหน่ายโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีบน ‘ระบบคลาวด์’ ทำรายได้สูงกว่ายอดจำหน่ายระบบไอทีแบบดั้งเดิม (non-cloud) [1] โดยคิดเป็น 50.9% ของรายได้จากผู้ประกอบการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีทั่วโลก ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 43.6% ปีก่อน [2]


ทำไมคลาวด์คอมพิวติงจึงไม่สามารถตอบทุกโจทย์ได้

แม้จะมีข้อกังขาเล็กๆ ว่า คลาวด์คอมพิวติงจะกลายมาเป็นเทคโนโลยีที่มีการใช้งานวงกว้าง และกลายเป็นประเด็นสำคัญสำหรับ CIO (Chief Information Officer) เพื่อเร่งปรับธุรกิจสู่การเป็นดิจิทัล อย่างไรก็ตาม การรู้ว่าต้องทำอะไร และความสามารถในการทำสิ่งนั้นๆ ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดนั้นเป็นคนละเรื่อง ส่งผลให้องค์กรมากมายต่างเผชิญกับอุปสรรคในการนำระบบคลาวด์มาใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ

เช่นเดียวกับเทคโนโลยีประเภทอื่นๆ ระบบคลาวด์คอมพิวติงไม่สามารถตอบทุกโจทย์ได้ ด้วยสภาพแวดล้อมของการให้บริการของผู้ให้บริการ และของคลาวด์คอมพิวติงที่มีเลือกใช้มากมายในปัจจุบัน คำถามที่สำคัญสำหรับ CIO ส่วนใหญ่ คือ เทคโนโลยีคลาวด์รูปแบบใดที่จะสามารถตอบโจทย์เป้าหมายขององค์กรในการยกระดับธุรกิจสู่การเป็นดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

แม้ว่าการโยกย้ายจากแอปพลิเคชัน เช่น เว็บและอีเมลหลัก (email hosting) ไปยังผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะอย่าง Amazon Web Services (AWS) หรือ ไมโครซอฟท์ นั้นสามารถทำได้อย่างตรงไปตรงมา แต่การทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องเรียบง่ายตรงไปตรงมาเสมอไป และการใช้งานแอปพลิเคชันและข้อมูลอื่นๆ ยังเพิ่มความซับซ้อนมากขึ้นอีกด้วย

กฎระเบียบและการกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้น เช่น กฎการคุ้มครองข้อมูลทั่วไป (GDPR) และข้อมูลภายในองค์กรที่สำคัญ และมีความละเอียดอ่อนเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ต้องการมาตรการความเข้มงวดในการปกป้องข้อมูล เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลจากการคุกคามของคู่แข่งหรือการกระทำที่ไม่น่าเชื่อถือของรัฐฯ ในหลายกรณี มาตรการเข้มงวดดังกล่าวถือเป็นการปกป้องข้อมูลอย่างสมเหตุสมผล และเป็นที่ต้องการในหลายๆ องค์กร เพื่อจัดเก็บข้อมูลองค์กรที่มีความละเอียดอ่อนบนระบบคลาวด์ส่วนบุคคล โดยแยกจากระบบอื่นๆ และมีเพียงผู้ใช้งานบางกลุ่มที่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้


แล้วจะมีโซลูชันที่ตอบโจทย์หรือไม่?

นับว่าเป็นความโชคดีสำหรับองค์กรในปัจจุบันที่ไฮบริดคลาวด์และมัลติคลาวด์คือ โซลูชันที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ได้ โดยทั่วไปแล้ว มีการเอ่ยถึงและตีความ ‘ไฮบริดคลาวด์’ กับ ‘มัลติคลาวด์’ ในลักษณะที่สามารถใช้แทนกันได้ แต่ทว่าทั้ง 2 คำนี้มีความหมายแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

  • มัลติคลาวด์ ออกแบบมาเพื่อผสานคลาวด์รูปแบบต่างๆ ในลักษณะแนวราบ และเชื่อมต่อคลาวด์เหล่านี้กับผู้ให้บริการที่หลากหลาย โดยการดำเนินงานจะยังคงแยกส่วนกันหรืออาจมีการประสานงานกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  • ไฮบริดคลาวด์ เชื่อมต่อคลาวด์สาธารณะและคลาวด์ส่วนบุคคลในแนวดิ่ง ซึ่งประสานการดำเนินงานโดยเทคโนโลยีจากผู้ถือครองหรือโครงสร้างแฟบริกที่เอื้อต่อความสะดวกในการใช้งาน การเคลื่อนย้ายของข้อมูลและแอปพลิเคชัน ด้วยสภาพแวดล้อมดังกล่าว ข้อมูลระหว่างแอปพลิเคชันต่างๆ จากคลาวด์สาธารณะและคลาวด์ส่วนบุคคลจะแลกเปลี่ยนกันอย่างปลอดภัย

สรุปได้ว่า มัลติคลาวด์อาจไม่จำเป็นต้องมีการจัดเรียงในรูปแบบไฮบริดเสมอไป ในขณะที่ไฮบริดคลาวด์คือรูปแบบหนึ่งในการจัดเรียงแบบมัลติคลาวด์

ดังนั้น ไฮบริดคลาวด์สามารถผสมผสานคลาวด์ส่วนบุคคลและคลาวด์สาธารณะ รวมไปถึงโครงสร้างแบบภายในองค์กรได้อย่างสะดวกและลงตัว แม้ว่าภายในสภาพแวดล้อมดังกล่าวจะประกอบด้วยรูปแบบโครงสร้างและการดำเนินงานร่วมกันที่หลากหลาย การดำเนินงานในแต่ละส่วนจะยังคงความเป็นอิสระอย่างเต็มที่ และยังสามารถร่วมกันปกป้องการรั่วไหลของข้อมูลจากแพลตฟอร์มหนึ่งไปยังอีกแพลตฟอร์มหนึ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ [3]


แนวโน้มของตลาดคลาวด์คอมพิวติง

จากผลการวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ [4] คาดการณ์ว่า ตลาดไฮบริดคลาวด์ทั่วโลกจะมีแนวโน้มการเติบโตจาก 38.27 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2560 เป็น 97.64 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี 2566 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตโดยรวมต่อปี (CAGR) กว่า 17%

น่าสนใจอย่างมากที่ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ตลาดคลาวด์คอมพิวติงทั่วโลกเองก็มีแนวโน้มการเติบโตของ CAGR กว่า 15% [5] ทั้งนี้ ผลการวิจัย [6] ระบุว่าภายในปี 2563 องค์กรกว่า 90% จะนำรูปแบบไฮบริดคลาวด์มาปรับใช้เพิ่มมากขึ้น

ด้วยผลการเติบโตนี้เองที่ดึงดูดความสนใจของผู้ให้บริการคลาวด์คอมพิวติงสาธารณะรายใหญ่ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่รูปแบบไฮบริดเป็นที่รู้จักในแวดวงธุรกิจเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ส่งผลให้ปัจจุบัน รูปแบบไฮบริดสามารถครอบคลุมธุรกิจดังกล่าว และผลักดันศักยภาพของไฮบริดคลาวด์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ


3 เหตุการณ์สำคัญในปี 2561 ที่ส่งผลต่อความเคลื่อนไหวทางธุรกิจ

  • ไมโครซอฟท์ซื้อ Avere [7] บริษัทที่ขายระบบจัดเก็บและจัดการข้อมูลแบบไฮบริดคลาวด์  ด้วยความคาดหวังว่าจะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าของ Avere เพื่อนำเสนอบริการไฮบริดคลาวด์รูปแบบใหม่แก่ลูกค้า
  • IBM เข้าซื้อกิจการ Red Hat [8] สร้างความตื่นตัวให้วงการธุรกิจเป็นอย่างมาก
  • Amazon Web Services (AWS) ประกาศให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ สามารถผนวกการดำเนินงานร่วมกับคลาวด์ เพื่อนำเสนอรูปแบบการจัดการข้อมูลแบบ local-plus-cloud แก่องค์กร เพื่อเพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น [9]

ข้อเท็จจริงก็คือ ไม่ว่าผู้ให้บริการคลาวด์จะมีกลยุทธ์ที่แตกต่างกันอย่างไร ไฮบริดคลาวด์จะสามารถผสานทรัพยากรของพับลิกคลาวด์และไพรเวทคลาวด์ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิผลทางธุรกิจ และสร้างสรรค์นวัตกรรม ทั้งยังช่วยลดความล่าช้าในการดำเนินงาน เสริมสร้างความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของธุรกิจได้อีกด้วย [10]

นับเป็นเวลายาวนานกว่า ไฮบริดคลาวด์ จะได้รับการยอมรับ ในทางกลับกัน ผู้ให้บริการที่เคยชื่นชมในประสิทธิภาพของพับลิกคลาวด์ก็เริ่มซบเซาลง ไฮบริดคลาวด์จึงกลายเป็นเทคโนโลยีหลักที่น่าจับตามอง สามารถตอบโจทย์และส่งเสริมศักยภาพของคลาวด์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ธุรกิจมากมายมองหาความอิสระในการลงทุน ในการสร้างสรรค์ และการสร้างนวัตกรรม ดังนั้น ความสามารถในการเข้าถึงและจัดการระบบคลาวด์ได้ทันทีจึงเป็นกุญแจสำคัญต่อวิสัยทัศน์ดังกล่าว องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์จะสามารถมุ่งเน้นในการบริการเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและกำหนดทิศทางของแผนธุรกิจในอนาคต ด้วยเหตุนี้ จึงมีเพียงไฮบริดคลาวด์เท่านั้นที่สามารถตอบโจทย์ความสำเร็จนี้ได้

การแข่งขันของคลาวด์หลากหลายรูปแบบในปัจจุบัน ส่งผลให้ธุรกิจจำนวนมากเกิดความกระตือรือร้นในการวางแผนวิสัยทัศน์ เพื่อพัฒนา รองรับ และยกระดับประสิทธิภาพของธุรกิจในอนาคต ด้วยเทคโนโลยีคลาวด์รูปแบบใหม่ที่กำลังปลุกกระแสวงการไอทีอย่างไฮบริดคลาวด์ อัตราการเติบโตจากผลการวิจัยเบื้องต้นอาจเพิ่มสูงขึ้นเหนือความคาดหมายในระยะยาวก็เป็นได้


แหล่งอ้างอิงข้อมูล


ระบบคลาวด์ cloud computing เรื่อง : ทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี


ยังไม่ค่อยเข้าใจระบบคลาวด์ แนะนำให้อ่านบทความด้านล่างนี้

ก้อนเมฆ ‘Cloud Computing’ คืออะไร ต้องใช้ไหม มีแบบฟรีหรือเปล่า?

ระบบ Cloud แบบไหนที่เหมาะกับการใช้ในหน่วยงานด้านสาธารณสุขและโรงพยาบาล?

‘AI for Earth’ โครงการโดนใจ เพราะนำเทคโนโลยี AI & Cloud มาช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติ