ในกลุ่มของธุรกิจการท่องเที่ยวและการโรงแรม ‘สปาแอนด์เวลเนส’ นับเป็นหนึ่งในกิจการของกลุ่มธุรกิจนี้ ซึ่งประเทศไทยดูจะมีศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันได้ไม่แพ้ชาติอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยืนยันได้ด้วยผลการจัดอันดับของ Global Wellness Institute (GWI) ที่ระบุว่าปัจจุบัน อุตสาหกรรมสปาของไทยในภาพรวม ติดอันดับที่ 16 ของโลก และเป็นอันดับที่ 5 ของเอเชีย และมีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยเหตุผลหลักที่ส่งให้ธุรกิจสปาของไทยได้รับความสนใจและเป็นที่นิยม จนกระทั่งสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศจำนวนมาก เห็นจะเป็น ‘จิตวิญญาณการให้บริการของชาวไทย’ ที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวทุกชาติทั่วโลก

จะดีแค่ไหนถ้าต้นทุนความโดดเด่นนี้ได้รับการส่งเสริม เพิ่มเติม และพัฒนาให้ยิ่งน่าประทับใจขึ้นด้วยการปรับเอางานวิจัยและเทคโนโลยีมาสร้างการบริการที่มีประสิทธิภาพ กอปรกับการทำการตลาดด้วยเทคนิคที่เหมาะสมกับยุคดิจิทัล ธุรกิจสปาแอนด์เวลเนส ก็จะได้รับการยกระดับให้พัฒนาไปสู่ Medical and Wellness Service ครบวงจร เพิ่มรายได้ให้แก่คนในประเทศและเศรษฐกิจของชาติได้ในที่สุด


เปิดเวทีระดมสหวิทยาการ สร้างเครือข่ายพัฒนา ‘ธุรกิจสปาแอนด์เวลเนส’ สู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพครบวงจร

เพื่อสร้างเครือข่ายและเก็บรวบรวมข้อมูลที่สำคัญของโครงการวิจัย รวมถึงแลกเปลี่ยนความรู้และข้อคิดเห็นที่แตกต่างเพื่อใช้ในการต่อยอดงานวิจัยชิ้นต่อไปให้ตอบโจทย์ สามารถนำมาปรับใช้กับการพัฒนาธุรกิจสปาให้ไปสู่เวลเนสครบวงจรได้ในเร็ววัน ศูนย์บริการวิจัย ร่วมกับ วิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จัดประชุมทางวิชาการ Medical and Wellness Service “Spa Manager Symposium” ขึ้น โดย นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล คณบดีวิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ CIM มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานนี้ไว้ว่า

นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล

“การประชุมทางวิชาการที่จัดขึ้นในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษาต่อเนื่องแก่เครือข่ายธุรกิจสปาสู่เวลเนส ที่ผ่านการอบรม Spa Manager ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งหมด 9 รุ่น โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจในเชิงการบูรณาการสหวิทยาการจากคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยฯ เพื่อพัฒนาและยกระดับธุรกิจสปา ให้ก้าวไปสู่ธุรกิจ Medical and Wellness ให้ได้”

มาที่การจัดกลุ่มและการจัดทำมาตรฐานของเวลเนสและสปา อาจารย์นภารัตน์ ศรีละพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันองค์ความรู้เวลเนส วิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ อธิบายว่า

“Wellness เป็นคำที่มีการพูดถึงและถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายจนติดอยู่ในกระแสสื่อปัจจุบัน ครอบคลุมไปถึงกลุ่มธุรกิจต่างๆ ที่มาสนับสนุนการใช้ชีวิตให้สุขสบายขึ้น อาทิ การแพทย์ การเดินทาง สปา ความงาม ฟิตเนส อาหารเสริม เทคโนโลยี การเงิน งานสถาปัตย์ และอื่นๆ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่เข้าใจในความหมายของ Wellness ว่าคืออะไรอย่างชัดเจน งานวิจัยที่มหาวิทยาลัยกำลังขับเคลื่อนอยู่นี้จะชี้แสดงให้เห็นถึงความหมาย ทิศทาง และองค์ประกอบของ Wellness แบบครบทุกมิติมากขึ้น”


ส่งธุรกิจสปาแอนด์เวลเนสให้ติดลมบนได้ ต้องอาศัย ‘สหวิทยาการ’ ทั้งสายเทคโนโลยีและสังคมศาสตร์

ด้าน ผศ.ดร.เนื่องวงศ์ ทวยเจริญ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ (CITE) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ให้มุมมองเรื่องการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาปรับใช้พัฒนาการให้บริการของธุรกิจสปาและเวลเนสให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นว่า

“ปัจจุบันผู้ประกอบการสปาและเวลเนส มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งาน เช่น การใช้ tablet ในการลงทะเบียน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเรียกข้อมูลของลูกค้ามาดูย้อนหลังและนำไปปรับใช้พัฒนารูปแบบของการให้บริการที่มีประสิทธิภาพและประทับใจผู้มาใช้บริการมากขึ้น ซึ่งถ้าสถานประกอบการใดสามารถทำได้ ย่อมเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ความมีระดับและทันสมัยให้สถานประกอบการนั้นได้ นอกจากนั้น ข้อมูลเหล่านี้ยังสามารถนำมาปรับใช้เพื่อให้บริการลูกค้าแบบ Personalize ด้วยการนำความรู้การแพทย์แผนไทยมาให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ และนำมาออกแบบบริการสปาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าเป็นรายบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย”

ดังที่เกริ่นไว้ข้างต้นว่า การวางแผนการตลาดดิจิทัล ก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การพัฒนาการให้บริการให้ถูกใจลูกค้า อาจารย์กอบกิจ ประดิษฐ์ผลพานิช คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ หนึ่งในทีมวิจัยในโครงการนี้ ให้ข้อมูลเรื่องนี้ว่า

“ปัจจุบันการสื่อสารการตลาดดิจิทัล มีความสำคัญต่อธุรกิจสปาและเวลเนสอย่างมาก เพราะผู้ใช้บริการส่วนมาก เปิดรับสื่อและตัดสินใจว่าจะมาใช้บริการธุรกิจสปาและเวลเนสจากการดูรีวิวออนไลน์ของผู้ที่ใช้บริการมาแล้ว หรือจากเพจรีวิวต่างๆ และนิยมสื่อสาร สอบถามข้อมูลการเข้าใช้บริการเพิ่มเติมผ่านทาง LINE Official Account หรือทางโซเชียล มีเดียอื่นๆ

“ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจจึงต้องเตรียมโปรโมชั่นส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการมาช่วยกันเพิ่มยอดรีวิวอีกทางหนึ่งด้วย อย่างที่ผ่านมา พบว่าเกิดเทรนด์หนึ่งในผู้ใช้บริการที่มักเอ่ยชื่อผู้ให้บริการที่ตัวเองประทับใจและบอกต่อกันแบบปากต่อปากให้ผู้อื่นเรียกใช้บริการต่อ ดังนั้น การมีป้ายชื่อติดที่เสื้อของพนักงงาน ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทางสถานประกอบการจะทราบได้ว่า พนักงานคนใดให้บริการดี และนำแนวทางที่พนักงานคนนั้นปฏิบัติไปเผยแพร่และฝึกฝนให้พนักงานคนอื่นทำตาม เพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้าต่อไป”

มาถึงปัจจัยเสริม อาจารย์ธนิต จึงดำรงกิจ และ อาจารย์ นลินา องคสิงห อาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบภายใน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจสปาและเวลเนสนั้นเข้าตาผู้บริโภคมากขึ้น คือ

“ในเชิงของการจัดการพื้นที่ใช้สอยภายในสปา ขนาด ระยะ และสัดส่วนการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงการตกแต่งที่เหมาะสมมีผลต่อความพึงพอใจของผู้ใช้บริการไม่น้อย การศึกษาครั้งนี้จึงมีการนำเสนอแนวทางในการนำไปสู่การออกแบบเชิงพื้นที่ภายในสปาที่ตอบสนองต่อความต้องการผู้ใช้งานจริง”

ส่วน อาจารย์ภัทรา พลับเจริญสุข หัวหน้าหลักสูตรบูรณาการสุขภาพและความงาม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า “เนื่องจากการสร้างสุขภาพแบบองค์รวม เป็นหัวใจสำคัญของการทำสปาและเวลเนส การให้คำแนะนำหรือนำเสนอหลักโภชนาการที่ดีเพื่อสร้างสุขภาพแบบองค์รวมไว้ในแพ็กเกจสปาแอนด์เวลเนสก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ดี ที่จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งถ้ากิจการใดทำได้ย่อมสามารถออกแบบการให้บริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้น”


เผยเทคนิคติดสปีดธุรกิจสปาแอนด์เวลเนส ด้วย ‘บันได 5 ขั้น’ สร้างธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพเกรดพรีเมียม

เทคนิคการพัฒนาธุรกิจสปาและเวลเนสให้ติดลมบน ไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เพราะในเวทีระดับชาติอีกเวทีหนึ่ง นำเสนอแนวทางการพัฒนาธุรกิจสปาแอนด์เวลเนสแบบติดสปีดไว้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA จัดกิจกรรม “ยกระดับและเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมสปาไทย” หรือ กิจกรรม Creative Spa and Wellness Thailand ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต (SME Regular Level) ปี 2562 เพื่อติดสปีดให้ผู้ประกอบการสปาไทย ด้วยกระบวนการคิดสร้างสรรค์ สร้างจุดขายให้แบรนด์ และเพิ่มมูลค่าธุรกิจอย่างได้ผล

ภายในงานนี้ นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมของธุรกิจสปาไทย พร้อมชี้ให้เห็นวิกฤตและโอกาสในการพัฒนาธุรกิจนี้ให้ก้าวไกลขึ้นว่า

“แม้จำนวนธุรกิจสปาในประเทศไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่เราต้องยอมรับว่า ธุรกิจนี้ยังคงมีภาพลักษณ์ความเป็นธุรกิจสีเทาติดอยู่ และนี่ก็เป็นอุปสรรคต่อการสร้างจุดขายให้กับสปาแบรนด์ไทย ดังนั้น ทาง สสว. จึงตั้งใจจัดกิจกรรมยกระดับและเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมสปาไทย ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต (SME Regular Level) ปี 2562 เพื่อช่วยยกระดับและผลักดันศักยภาพของธุรกิจสปาและนวดไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ผ่านการผสานความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตร ถ่ายทอดองค์ความรู้ในมิติต่างๆ ทั้งการ ‘พลิกแนวคิด’ ธุรกิจสปาไทยให้เป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพของคนไทยและนักท่องเที่ยว”

ด้าน นายอภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กล่าวว่า จากการเล็งเห็นถึงโอกาสในการยกระดับและเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมสปาไทยบนพื้นฐานของความได้เปรียบด้านวัฒนธรรม วัตถุดิบทางการเกษตร ชื่อเสียงด้านบริการและการท่องเที่ยว สู่การยกระดับอุตสาหกรรมสปาไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของรัฐบาล ที่มุ่งผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสปา เวลเนส และนวดไทยระดับโลก

ไม่เพียงเท่านั้น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ยังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะได้รับการพัฒนาและส่งเสริมให้เกิดขึ้นในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี อย่างเป็นรูปธรรมด้วย นี่ยิ่งทำให้ธุรกิจสปาไทยได้รับการยกระดับและเพิ่มมูลค่าอย่างจริงจัง

และบันได 5 ขั้น ที่ทางผู้จัดกิจกรรมนำเสนอให้ผู้ประกอบการธุรกิจสปาแอนด์เวลเนสนำไปใช้เป็นแนวทางพัฒนาธุรกิจของตน สร้างแบรนด์ให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล ได้แก่

  • หนึ่ง การจัดอบรมสัมมนาเทรนด์ธุรกิจสปา
  • สอง การจัดอบรมเพื่อสร้างจุดขายที่แตกต่าง
  • สาม การให้คำปรึกษาเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจและด้านการวางมาตรฐาน
  • สี่ การพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการ
  • ห้า การออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศเป็นประจำ

หากกิจการใดทำได้ก็เชื่อมั่นได้ว่า ขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจสปาไทยแบรนด์นั้นจะก้าวไกลในระดับนานาชาติ และก้าวสู่บริการทางเลือกเพื่อสุขภาพเกรดพรีเมียมที่จะอยู่ได้อย่างยั่งยืน


ที่มา :


อ่านบทความให้ความรู้ เทคนิคติดสปีดให้ธุรกิจแลละอุตสาหกรรมเป้าหมายของชาติ เติบโตเร็วขึ้นได้อีก

‘รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน’ ขับเคลื่อนดีมานด์อสังหาริมทรัพย์ ส่ง 3 พื้นที่ ‘ศรีราชา แปดริ้ว ระยอง’ บูม

ได้เวลา SMEs ไทย เกาะกระแสโลก ‘แอนตี้พลาสติก’ ส่ง ‘เทรนด์ธุรกิจรักษ์โลก’ โตไม่หยุด

ประเทศเรามีคนเหงา 26.57 ล้าน! เจนไหนเหงาสุด? แล้วโมเดลใดจะมาหยุดเหงา?