ทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 ที่เยาวชนไทย ว่าที่กำลังคนคุณภาพของชาติจำเป็นต้องมีนั้น ควรประกอบไปด้วย Hard skill และ Soft skill ผสมผสานกันในสัดส่วนที่ลงตัว โดยหนึ่งในทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ที่ทุกชาติควรบ่มเพาะให้เยาวชนของตนมีเพื่อดำรงชีวิตอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีเป็นใหญ่ นั่นคือ ทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือ Coding เพราะทักษะนี้จะเป็นประตูเปิดสู่ความคิดสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัล และจะติดตัวเขาไปกระทั่งใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพด้วย ดังนั้น เมื่อหลักสูตรการศึกษาบ้านเราได้มีการบรรจุการเรียนเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ไปเมื่อ ปี 2560 จุดนี้จึงเป็นต้นกำเนิดของการคิดค้น ‘KidBright’ บอร์ดส่งเสริมการเรียนรู้ Coding สัญชาติไทย เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 ให้เด็กไทย

แต่ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับ  ‘KidBright’ บอร์ดส่งเสริมการเรียนรู้ สัญชาติไทย อยากพาไปอัปเดตเทรนด์ Coding ทักษะการเรีนรู้แห่งโลกอนาคต กันก่อน


Coding ทักษะของผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม ที่คนของศตวรรษที่ 21 ควรมี

ทักษะ Coding แค่ในระดับของการเขียนโปรแกรมเป็นอย่างเดียว ไม่เพียงพอแล้ว เพราะเมื่อโลกก้าวสู่ยุคนวัตกรรมดิจิทัล หันไปทางไหนเทคโนโลยีก็อยู่รายล้อมตัวเราไปหมดไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน โดรน ไปจนถึง หุ่นยนต์ แม้แต่ระบบการจ่ายเงินยังค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์เกือบหมดแล้ว

ดังนั้น การเตรียมความพร้อมเยาวชนของศตวรรษที่ 21 ของไทย จึงควรดำเนินไปในทิศทางที่อาศัย ทักษะ Coding เป็นพื้นฐานความรู้คอมพิวเตอร์ ที่เป็นรากฐานสำคัญแล้วค่อยต่อยอดเป็นเครื่องมือบ่มเพาะทักษะในฐานะผู้มีความคิดสร้างสรรค์โดดเด่นในการคิดค้นนวัตกรรมต่อไป

ดร.เสาวลักษณ์ แก้วกำเนิด นักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) อธิบายคำจำกัดความทักษะ Coding ที่เด็กยุคนี้ควรมีว่า

“คนทั่วโลก รู้จัก Coding ในความหมายของ การสร้างชุดคำสั่งด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ หรือ Code เพื่อควบคุมให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามที่ต้องการ ซึ่งในตอนนี้ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการเรียน Coding มาก เพราะการเรียน Coding ไม่ได้เป็นแค่การเตรียมความพร้อมสำหรับที่ต้องการเรียนวิศวกรรมศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ ทักษะ Coding ยังช่วยสร้างเสริมพัฒนาการ ทักษะการสร้างกระบวนการคิด เช่น การคิดเชิงคำนวณ การคิดเชิงตรรกะ การคิดเชิงวิเคระห์ และการคิดเชิงระบบ ด้วย”

โดยกระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์ที่กล่าวมานี้ ล้วนเป็นสิ่งที่เด็กควรได้รับการบ่มเพาะ ฝึกฝน ตั้งแต่ระดับชั้นนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น เพราะจะพัฒนาไปสู่ทักษะที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 ในที่สุด

“เพราะการเรียน Coding จะสอนและฝึกกระบวนการคิดในทุกขั้นตอน เมื่อเด็กได้รับโจทย์ให้พัฒนาโปรแกรมเพื่อทำอะไรสักอย่าง และการเขียน Coding ที่ดี จะต้องเรียงลำดับเหตุการณ์ เป็นการฝึการคิดเชิงระบบอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เป็นเหตุเป็นผล และในขั้นทดสอบการทำงานจริง ถ้าพบข้อผิดพลาด หรือต้องการปรับขั้นตอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็ต้องกลับไปวิเคราะห์หาจุดบกพร่องเพื่อปรับปรุงแก้ไขโปรแกรม ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้เด็กมีทักษะการคิดเชิงวิเคราะหฺและการแก้ปัญหาอีกทางหนึ่งด้วย”


ส่ง ‘KidBright’ บอร์ดส่งเสริมการเรียนรู้ Coding สัญชาติไทย เทียบชั้นเว็บไซต์ Coding ระดับโลก

เมื่อมองไปยังวงการ Coding ระดับโลก นอกจากจะมีการรรจุ Coding เข้าในระบบการเรียนการสอนของโรงเรียนแล้ว ในต่างประเทศยังมีเว็บไซต์ส่งเสริมการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วโลก เช่น code.org หรือ scratch.mit.edu

โดยกลุ่มประเทศยุโรปในตอนนี้ ได้กำหนดให้เยาวชนเรียนการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ส่วนในภูมิภาคอื่นของโลก จากการสำรวจพบว่าตั้งแต่ปี 2557 มีถึง 19 ประเทศ ที่มีหลักสูตรการเรียนการสอน Coding ขณะที่ปลายประเทศในแถบเอเชีย เริ่มทยอยให้ความสำคัญ เริ่มจากประเทศญี่ปุ่น ที่ล่าสุดได้ประกาศให้วิชาการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นวิชาบังคับในระดับชั้นประถมศึกษา ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป โดยเริ่มที่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อน

กลับมาที่ประเทศไทย มีการกำหนดให้ทำการเรียนการสอน Coding ในโรงเรียน เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา ทว่า ตอนนี้ก็ยังคงขาดแคลนบุคลากรและเครื่องมือที่ใช้ในการเรียนการสอนที่เหมาะสม ด้วยเหตุนี้ ดร.เสาวลักษณ์ จึงร่วมมือกับ ดร.อภิชาติ อินทรพานิชย์ และ อนุชิต ลีลายุทธ์โท จาก เนคเทค สวทช. ร่วมกันพัฒนา ‘KidBright’ บอร์ดส่งเสริมการเรียนรู้ Coding อุปกรณ์ที่จะมาทำหน้าที่ส่งเสริมการเรียน Coding ของเด็กและเยาวชนไทย ดร.เสาวลักษณ์ ให้ข้อมูล KidBright ว่า

“KidBright เป็นบอร์ดสมองกลฝังตัว หรือบอร์ดคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่สามารถนำไปฝังไว้ในอุปกรณ์ต่างๆเพื่อเพิ่มความฉลาดให้กับอุปกรณ์ ด้วยการใช้ระบบควบคุมขนาดจิ๋ว ประกอบด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์ (Microcontroller) ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ผ่านจอแสดงผลและเซนเซอร์แบบง่าย”

โดยการทำงานของ KidBright มีความโดดเด่น ทางทีมคิดค้นนวัตกรรมชิ้นนี้ ร่วมกันเล่าให้ฟังว่า จุดเด่นของบอร์ด KidBright มาจากการออกแบบสร้างชุดคำสั่งที่ง่าย จากเดิม หากเขียนโปรแกรมทั่วไป ผู้เขียนจำเป็นต้องจดจำคำสั่งและไวยากรณ์ภาษาคอมพิวเตอร์ให้แม่นยำเสียก่อน จึงจะสร้างชุดคำสั่งได้ ซึ่งเสียเวลาและมีความยาก

แต่สำหรับบอร์ด KidBright ได้รับการติดตั้งชุดคำสั่งแบบบล็อกคำสั่งมาเรียงต่อกัน จึงไม่ซับซ้อนเหมาะสำหรับเด็กที่เพิ่งเริ่มต้นเรียนรู้ Coding หลังจากสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดเรื่องภาษาคอมพิวเตอร์ในการเรียนรู้ Coding บอร์ด KidBright ยังนำไปใช้งานในระบบอัตโนมัติ เพื่อส่งเสริมทักษะด้านวิศวกรรม ที่สามารถนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาแอปพลิเคชันและเทคโนโลยีด้วยตนเองในอนาคตได้ด้วย

และเมื่อเทียบกับเว็บไซต์สอนการเขียน Coding ในต่างประเทศ ที่มุ่งเน้นสอนให้เด็กเขียน Coding ได้ผ่านโปรแกรมง่ายๆ แสดงผลเป็นสถานการณ์จำลองบนจอคอมพิวเตอร์ ได้เห็นตัวการ์ตูนเคลื่อนไหวในลักษณะต่างๆ แต่สำหรับบอดร์ด KidBright ยังได้ติดตั้งไมโครคอนโทรลเลอร์ประสิทธิภาพสูง รูปแบบเดียวกับ Arduino ซึ่งเป้นเครื่องมือที่เหล่าเมกเกอร์นำไปใช้งานในระบบอัตโนมัติเพื่อควบคุมการทำงานของอุปกรณ์จริง อีกทั้งตัวบอร์ดยังรองรับการเชื่อมต่อกับเซนเซอร์ที่มีความหลากหลาย และเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ IoT หรือ Internet of Things ด้วย


www.kid-bright.org

ส่งต่อ ‘KidBright’ สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ Coding มาตรฐาน “คิดเป็น ทำได้จริง” ในโรงเรียนทั่วประเทศ

และเพื่อขยายโอกาสให้เยาวชนไทยทั่วประเทศได้มีโอกาสเข้าถึงการเรียน Coding ผ่านสื่อการเรียนเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์อย่างบอร์ดสมองกลฝังตัว KidBright ในปี 2561 ที่ผ่านมา ทางเนคเทคได้ส่งมอบ บอร์ด KidBright ให้แก่โรงเรียนทั่วประเทศแล้วกว่า 1,450 โรงเรียน ทั่วประเทศ และยังจัดอบรมถ่ายทอดความรู้ให้แก่ครูโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 3,100 คน เพื่อให้ครูนำไปถ่ายทอดและเป็นที่ปรึกษาผลงานสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียน ที่คิดค้นขึ้นผ่าน บอร์ด KidBright โดยเมื่อปี 2018 ก็ได้จัดเวทีประกวดโครงงานสิ่งประดิษฐ์ด้วย บอร์ด KidBright ในชื่อโครงการ Youth’s Coding Competition (YCCK2018) ด้วย ซึ่งเวทีนี้ทำให้คนไทยทั้งประเทศได้ทราบถึงความสามารถของเยาวชนไทย ที่สามารถประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ที่สร้างความฮือฮาได้ไม่แพ้นักวิจัยรุ่นใหญ่เลย

ยกตัวอย่าง โครงงานที่ครองแชมป์อันดับหนึ่ง เป็นผลงาน อุปกรณ์ให้อาหารปลาดุกและทำความสะอาดบ่อแบบอัตโนมัติ ของ ด.ช.ธีรภพ ปุรณกรณ์ ด.ช.รัฐกร จวงจันทร์ และ นายกะวีวัฒน์ แก่นยางหวาย จากโครงเรียนปลาปากวิทยา จังหวัดนครพนม ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาชีพของคนในชุมชน ที่เลี้ยงปลาดุกกัน จึงนำบอร์ด KidBright มาประดิษฐ์นวัตกรรมนี้ โดยประยุกต์ใช้เซนเซอร์ต่างๆเพื่อสร้างอุปกรณ์ช่วยให้อาหารปลาดุกแบบอัตโนมัติ

เริ่มจากการศึกษาว่าปลาดุกกินอาหารอย่างไร จนรู้ว่าเมื่อหิว ปลาดุกจะว่ายเข้ามาชนอุปกรณ์ให้อาหารจนเกิดแรงสั่นสะเทือน เมื่อเซนเซอร์ตรวจจับได้ก็จะส่งข้อมูลให้บอร์ด KidBright สั่งเปิดมอเตอร์ที่หมุนนำอาหารออกมา ส่วนอุปกรณ์นี้นังควบคุมการทำความสะอาดบ่อเลี้ยงปลาได้ ด้วยเซนเซอร์ตรวจจับความขุ่นของน้ำ เมื่อความขุ่นถึงระดับที่ตั้งไว้ ระบบก็จะสั่งให้เปลี่ยนถ่ายน้ำโดยอัตโนมัติ


ดร.เสาวลักษณ์ ในฐานะหัวหน้าทีมคิดค้น บอร์ด ‘KidBright’ กล่าวปิดท้ายว่า อยากให้บอร์ด ‘KidBright’ เป็นแพลตฟอร์มที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนา ช่วยกันสร้าง ขยายขีดความสามารถของ บอร์ดส่งเสริมการเรียนรู้ สัญชาติไทย สร้างบล็อกการเรียนรู้เพิ่มเติมให้กับ ‘KidBright’ IDE ที่นอกจากจะเป็นผลดีกับเด็กไทย เพราะจะมีเครื่องมือการเรียนรู้แล้ว ยังมีส่วนสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ผลิตบอร์ดอิเล็กทรอนิกส์ไทย ลดการนำเข้าบอร์ดอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศได้อีกทางหนึ่งด้ว


ที่มา : เรียบเรียงจาก สกู๊ปข่าว เรื่อง ‘KidBright’ บอร์ดส่งเสริม Coding ทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 เผยแพร่ใน คอลัมน์จุดประกาย หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 15 พฤษภาคม 2562


ข้อมูลการใช้งาน บอร์ด kidbright จากเว็บไซต์ ‘KidBright’


อัปเดต ทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 ที่จำเป็นเพื่อพัฒนาเด็กไทย

อยากให้เด็กไทยเก่ง Coding เริ่มได้แล้วผ่านแพลตฟอร์ม CodingThailand.org

“นวังคสัตถุศาสน์” แนวการสอนยุคพุทธกาล สามารถนำมาปรับใช้ได้ดีใน “ศตวรรษที่ 21”

ค้นหาตัวเองให้เจอ กับการเรียนรู้แบบ Interdisciplinary Studies “สหวิทยาการ” การเรียนทุกศาสตร์ ตอบโจทย์ผู้เรียนยุค 4.0