ถ้าจะพิจารณาถึงการสร้างและพัฒนาความก้าวหน้าของแต่ละประเทศ ต้องย้อนไปดูรากฐานการปรับสร้างตัวตนของชาตินั้นๆ ทั้งที่เป็นมูลฐานความคิด – การตัดสินใจที่แตกต่างหลากหลาย ว่ามีความมุ่งมั่นและแรงจูงใจแต่ละมิติของการสร้างประเทศนั้นๆ ขึ้นมาอย่างไร
ตัวอย่างประเทศที่ล้มแล้วลุกขึ้นมาซ่อม – สร้างอนาคตตัวเอง
หากย้อนดู ญี่ปุ่น เยอรมนี จากสภาพหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่พ่ายแพ้ย่อยยับ และต้องฟื้นฟูประเทศอย่างหนัก แต่วิกฤตที่ทั้งสองประเทศเผชิญ กลับถูกพลิกให้กลายเป็นโอกาสสร้างเนื้อสร้างตัวยุคใหม่ เมื่อผสมผสานสภาพความย่อยยับเข้ากับความทะเยอทะยานอย่างมีพลัง!
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่น ถูกกดดันทุกทิศทุกทาง ถูกบีบบังคับไม่ให้เกี่ยวข้องกับการทหาร ในฐานะที่เป็นภัยคุกคามความมั่นคงของสังคมโลก ญี่ปุ่นจึงสร้างตัวขึ้นมาในแนวลอกเลียนและพัฒนา (copy and development) มุ่งพาตัวเองออกจากความย่อยยับหายนะ จนสามารถก้าวเป็นประเทศชั้นนำทางเศรษฐกิจภายใต้การสนับสนุนของอเมริกายุคหลังสงครามเย็น!
เยอรมนี ก็พัฒนาตัวเองผ่านความย่อยยับจากการใช้หนี้สงครามมหาศาล แต่ก็ฝ่าวิกฤตที่เลวร้ายและสร้างความก้าวหน้าอย่างมุ่งมั่น สู่การเป็นประเทศชั้นนำทางเศรษฐกิจของโลกในกลุ่ม G7 ที่แข็งแกร่งด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ในยุคที่อเมริกาเป็นผู้นำเดี่ยว มีอำนาจครอบครองภูมิศาสตร์ของโลกอย่างไร้คู่แข่ง
เหลียวดู เกาะฟอร์โมซา ไต้หวัน ที่ใช้เวลากว่า 5 ทศวรรษ ปรับสร้างจากประเทศเกษตรกรรมยากจน ถูกมรสุมกระหน่ำย่อยยับทุกปี สู่ประเทศเกษตรกรรมก้าวหน้า เปลี่ยนผ่านสู่ประเทศอุตสาหกรรมหนัก จากนั้นปรับตัวสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และเศรษฐกิจดิจิทัล จนปัจจุบันกลายเป็นประเทศที่มีรากฐานทางเศรษฐกิจแข็งแกร่งที่สุดประเทศหนึ่งของโลก
จีน ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง! ที่ชี้บอกว่า พื้นฐานการเมืองไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจเท่าใดนัก จีนเปิดโลกสังคมนิยมรับการค้าเสรีด้วยนโยบายสี่ทันสมัย พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นที่เซินเจิ้น จากนั้นก็พัฒนาตัวเองภายใต้ข้อตกลงกับอเมริกาในฐานะ ‘โรงงานของโลก’ ที่พัฒนาอุตสาหกรรมและผลิตทุกอย่างตามแนวทางที่เป็นตัวของตัวเองแบบสังคมนิยม บนฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมที่พึ่งพาเทคโนโลยีและก้าวสู่โลกยุคอุตสาหกรรม 4.0

ด้วยเวลากว่า 4 ทศวรรษ จีนปรับตัวเองจากผู้ตาม – ผู้ถูกกำหนด ขึ้นเป็นผู้นำที่มีศักยภาพสูงในกระแสภูมิรัฐศาสตร์โลกในศตวรรษที่ 21 โดยเป็นผู้ริเริ่มเส้นทางการค้าใหม่ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ ร่วมมือกับมิตรประเทศอย่างหลากหลาย เช่น รัสเซีย และกลุ่มประเทศที่อยู่ตามรายทาง Belt & Road Initiative
จีนล้มระบบอำนาจเดียวของโลกลง ผงาดขึ้นสร้างดุลและคานอำนาจกับอเมริกาซึ่่งกำลังเผชิญหน้ากันใน “สงครามการค้า” จีนขยายความร่วมมือทางการค้า – การทหารกับหลายประเทศ ครอบคลุมภาคพื้นยูเรเซีย กลุ่มยุโรปหลายประเทศ กลุ่มแอฟริกา รวมถึงภูมิภาคอาเซียนด้วย
พื้นที่เศรษฐกิจจีนยุคใหม่ขยายตัวไปทุกทิศทุกทางด้วย One Belt One Road ที่เชื่อมเศรษฐกิจจีนเข้ากับโลก และปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโลกจากลัทธิเศรษฐกิจแองโกลแซกซอนสู่เศรษฐกิจพันธมิตร! ในยุคที่เทคโนโลยีทำให้เศรษฐกิจฐานแรงงานและฐานทรัพยากรเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ เศรษฐกิจฐานความรู้ ขับเคลื่อนเข้าสู่เทคโนโลยี ยุคอุตสาหกรรม 4.0 อย่างมีนัยสำคัญ

สร้างอนาคตตัวเอง
ประเทศไทย ก็ต้องการการปรับตัวเพื่อเปลี่ยนแปลงเช่นกัน แม้มูลเหตุการปรับตัวของไทยไม่ได้เกิดจากความย่อยยับของสงคราม ไม่ใช่ความทะเยอทะยานที่จะสร้างฐานเศรษฐกิจยุค 4.0 แต่เกิดจากความขัดแย้งแตกแยกทางการเมืองและสังคมอย่างรุนแรง จนไม่อาจนำพาประเทศเคลื่อนไปข้างหน้ามากว่า 2 ทศวรรษก็ตาม!
การปรับตัวที่มีมูลเหตุจากการดิ้นรนหนีความตกต่ำแตกแยกขัดแย้งและความอับจนทางเศรษฐกิจ ผลักดันให้ไทยต้องปรับตัวให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกเพื่อความอยู่รอดและสร้างความก้าวหน้าใหม่ในขณะเดียวกัน จึงมุ่งดำเนินนโยบายประเทศไทย 4.0 และเปิดพื้นที่การลงทุนเพื่อเร่งพัฒนาศักยภาพ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในเขต EEC

พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นพื้นที่เป้าหมายที่จะยกระดับ สร้างความเจริญก้าวหน้าให้ไทยปรับตัวได้ทันโลก EEC จึงมีสถานะเป็นพลังใหม่ทางเศรษฐกิจ – สังคม – ความก้าวหน้า – การปรับสร้างพื้นฐานยกระดับเทคโนโลยีที่เชื่อมประเทศกับโลกยุคอุตสาหกรรม 4.0 การพัฒนา EEC ในช่วงสงครามการค้าจึงเป็นที่หลบภัยของประเทศนักลงทุน ซึ่งเป็นผลดีกับไทย แต่ก็พึงระวังความก้าวร้าวของอเมริกาที่ไม่ต้องการให้ไทยพัฒนาเร็วเกินไป และยังใกล้ชิดกับจีนมากขึ้นทุกขณะ กระแสต่อต้านที่อเมริกาและโลกตะวันตกถนัดจึงส่งผลให้มีความเคลื่อนไหวหลากหลายมิติ ทั้งในรูปของการประท้วงต่อต้านหลายรูปแบบ ทั้งกลุ่มการเมือง เอ็นจีโอ ความเคลื่อนไหวด้านข่าวสาร รวมทั้งที่ส่งผ่านงาน เรียกว่า “ช่วยสนับสนุนการพัฒนา” ซึี่งมีเป้าหมายซ่อนเร้นอยู่ชัดเจนหลายกลุ่ม!
นัยสำคัญนี้ เพื่อร่วมก้าวไปข้างหน้าสร้างผลประโยชน์ต่อส่วนรวม ยกระดับความก้าวหน้าให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ การพัฒนาโครงการ EEC ที่ดำเนินอยู่ท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างอเมริกากับจีน จึงต้องช่วยกันจับตาและระแวดระวังความเคลื่อนไหวที่มุ่งสร้างผลกระทบด้านลบต่อ EEC และความก้าวหน้าของประเทศ

เรื่อง : Apichartology
บทความอื่นๆ เกี่ยวกับการส่งเสริมความก้าวหน้าและการพัฒนาในด้านต่างๆ
ไกด์ไลน์ 10 โซลูชันส์ ที่ ‘ภาคการศึกษา’ ต้องทำเพื่อพลิกโฉมการเรียนรู้
กระทรวงป้ายแดง ‘การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม’ พลิกการศึกษาไทยได้จริงหรือ?











