รัฐต่างๆ ในโลกปัจจุบันนี้ ดูเหมือนจะโฆษณาชวนเชื่อยากขึ้น หากไม่ตรวจสอบติดตามข้อมูลของรัฐตัวเองจากดัชนีชี้วัดระดับโลก ยกตัวอย่างเรื่องความมั่นคงของรัฐ แม้ว่าไทยจะพอใจในความมั่นคงที่ตนนิยามและอ้างเป็นความชอบธรรม แต่เมื่อใช้ตัวชี้วัดระดับโลกในด้าน ‘เสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง’ ก็จะเห็นความแตกต่าง 


ในแต่ละปี หน่วยสันติภาพสหรัฐอเมริกา จัดอันดับรัฐโลกตามระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมือง และยิ่งตัวเลขยิ่งต่ำเท่าไหร่ก็ยิ่งถือว่าประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้นเท่านั้น

เกณฑ์สำหรับการประเมินประเทศ ประกอบด้วย

  • ระดับอำนาจของชนชั้นสูงและการควบคุมโครงสร้างอำนาจ
  • ความสามารถของรัฐในการรับมือกับอาชญากรรม
  • ระดับความไม่เท่าเทียมทางสังคม
  • สถานการณ์ทางประชากรอัตราส่วนของผู้อพยพเข้าและออก
  • การคุ้มครองทางสังคม
  • การกดดันจากประเทศเพื่อนบ้านและอีกมากมาย

เห็นผลงานตรงนี้แล้ว ไม่ต้องเถียงกันมากว่าอยู่ตรงไหน อย่างไร เพราะเขาไม่ได้ดูแค่การประท้วงหรือเดินขบวนของฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง อย่างที่ชนชั้นนำรัฐอุกกาบาต เช่น ไทย เข้าใจเพียงอย่างเดียว นับว่าน่าเป็นห่วงอย่างมากสำหรับอันดับดังกล่าว 

อันดับ 10 ลักเซมเบิร์ก คือรัฐยุโรปขนาดเล็กที่มีจำนวนประชากรไม่ถึง 600,000 คน มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากกาตาร์ที่ร่ำรวยที่สุดในแง่ของค่าเฉลี่ยจีดีพีต่อคน คือมากกว่า 105,000 ดอลลาร์! 

ประเทศนี้เป็นหนี้ทรัพย์สินของธนาคารเอกชนจำนวนมาก แต่ลักเซมเบิร์กเป็นสวรรค์สำหรับการจ่ายภาษีที่แท้จริง เพราะสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของนักการเงินท้องถิ่น ลดจำนวนเงินที่ต้องชำระภาษีได้เนื่องจากมีอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษ

อันดับ 9 สวีเดน เป็นหนึ่งในประเทศที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในโลกมาหลายปี และยังคงรักษาตำแหน่งนี้ในเวทีระหว่างประเทศไว้ได้ ควบคู่ไปกับความมุ่งมั่นเพื่อสิทธิมนุษยชนและความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ รวมถึงกิจการระหว่างประเทศที่ช่วยเพิ่มชื่อเสียงของสวีเดนอีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งที่รัฐสวีเดนจัดสรรให้ภาคบริการสังคมสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกมาก เพราะเพิ่มการเก็บอัตราภาษีแบบก้าวหน้า ทำให้โครงสร้างพื้นฐาน เครือข่ายการขนส่งได้รับการพัฒนาเป็นอย่างดี รวมถึงการดูแลสุขภาพฟรี การศึกษาระดับมัธยมที่ให้ศึกษาพิเศษ นี่แหละเหตุผลที่ว่า ทำไมสวีเดนจึงอยู่ในอันดับต้นๆ ของประเทศที่มีประชากรอายุยืนที่สุดในโลก (82.2 ปี) 

อันดับ 6 ไอซ์แลนด์ อยู่ในอันดับที่มีความหลากหลายมากที่สุดใน 10 อันดับแรก ตั้งแต่ด้านสภาพแวดล้อมของประเทศไปจนถึงการเป็นประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลก เพราะอาชญากรรมในประเทศเกือบหมดไป 

ไอซ์แลนด์ไม่มีกองทัพ แต่ให้การศึกษาฟรีและความเท่าเทียมทางเพศก็อยู่ในระดับสูง ฟังดูเหมือนสวรรค์บนดิน น่าทึ่งที่เกาะเล็กๆ แห่งนี้มีประชากรเพียง 340,000 คน แต่ประสบความสำเร็จในหลากหลายด้าน

อันดับ 5 ออสเตรเลีย เศรษฐกิจของประเทศมาจาก 2 เสาหลัก คือ ภาคบริการที่ได้รับการพัฒนาและการส่งออกสินค้า ส่วนนโยบายด้านประชากรของทางการออสเตรเลียคือ การดึงดูดผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณภาพสูงจากทั่วทุกมุมโลกเข้าประเทศ ดังนั้น ออสเตรเลียจึงเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดในโลก และการใช้ชีวิตในประเทศนี้ก็ดีมากจนประชากรหญิงและชายคาดหวังว่า คุณภาพชีวิตที่ดีน่าจะทำให้ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่ประชากรมีอายุขัยมากที่สุดในโลก

อันดับ 4 เดนมาร์ก ทำหน้าที่เป็นประตูเชื่อมระหว่างคาบสมุทรสแกนดิเนเวียกับส่วนที่เหลือของยุโรป ส่วนเมืองหลวง โคเปนเฮเกน ก็มีสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในสแกนดิเนเวีย รวมถึงมีสะพานที่มีชื่อเสียงซึ่งเชื่อมระหว่างเมืองกับสวีเดน เหล่านี้เป็นจุดเด่นของประเทศ

มาดูหนึ่งในตัวชี้วัดด้านความมั่นคงของรัฐ คือ ระบบการเมืองที่ไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเดนมาร์กเป็นตัวบ่งชี้ในเรื่องนี้อย่างชัดเจน เพราะหนึ่งศตวรรษมาแล้วที่มีพระมหากษัตริย์และราชินีปกครองประเทศ โดยเก็บมีระดับภาษีในอัตราก้าวหน้า เกิดเป็นบริการด้านการรักษาพยาบาลในประเทศและการศึกษาที่จัดให้เรียนฟรี นอกจากนี้ยังมีข้อดีอีกอย่างคือ สามารถเปลี่ยนหรือเลื่อนขั้นสถานะทางสังคมได้อย่างรวดเร็ว กล่าวคือ นายเอ สามารถเลื่อนสถานะทางสังคมเป็นใครก็ได้ 

อันดับ 3 สวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศที่รักษาความเป็นกลางด้านการทหารไว้ได้นานหลายศตวรรษ ตอนนี้มีอัตราการว่างงานต่ำมาก เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของประเทศนั้นมาจากภาคบริการที่ได้รับการพัฒนามาอย่างดีเยี่ยม ชาวสวิสจึงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและสงบสุข

อันดับ 2 นอร์เวย์ ความคิดริเริ่มของภาคเอกชนกำลังเฟื่องฟู หากพิจารณาจีดีพีต่อหัวประชากร คือ 72,000 ดอลลาร์ ในขณะเดียวกัน ประชากรก็มีรูปแบบของผลประโยชน์ทางสังคมที่รัฐมอบให้ ซึ่งประโยชน์ทั้งหมดนี้ได้มาจากน้ำมันที่พบในทศวรรษ 1960 ซึ่งกระตุ้นเศรษฐกิจของนอร์เวย์ได้ค่อนข้างดี

นอกจากนั้น ชาวนอร์เวย์ยังชอบอ่านหนังสือ โดยเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้านจำนวนหนังสือที่ตีพิมพ์ต่อหัว ทั้งยังเป็นประเทศที่มีความยุติธรรมและมีความมั่นคงมาก 

อันดับ 1 ฟินแลนด์ ในด้านการศึกษา ถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีค่าใช้จ่ายถูกที่สุดในโลก และตามรายงานความสุขโลก ฟินแลนด์ปฏิบัติตามสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด จึงเป็นประเทศแรกที่เปิดโอกาสให้สตรีได้ลงคะแนนเสียง 

เศรษฐกิจของฟินแลนด์เป็นระบบทุนนิยม แต่เป็นส่วนสำคัญของงบประมาณที่ใช้ในการคุ้มครองทางสังคมและบริการสาธารณะ อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยหนึ่งในสามของจีดีพีก็ตกอยู่กับการค้าระหว่างประเทศ เช่นเดียวกับในประเทศที่พัฒนาแล้ว ฟินแลนด์ก็ประสบปัญหาจำนวนประชากรที่ขาดแคลนอย่างรุนแรงเนื่องจากอัตราการเกิดลดลง จึงเป็นเรื่องยากที่จะรักษาระดับความเป็นอยู่แบบที่คุ้นเคยมาก่อนเอาไว้

เห็นตรงนี้แล้ว ไทยน่าจะมีโจทย์เพียบที่ต้องทำ แต่ปัญหาคือ จะก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วอย่างไร เพื่อยึดครองอันดับที่ 30 ของโลก ท่ามกลางสภาวะประเทศที่ขาดแรงงานที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ผลตอบแทนในการลงทุนและสัดส่วนรายได้ของรัฐวิสาหกิจที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว


ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย

รศ.ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย


อ่านเพิ่มเกี่ยวกับดัชนีชี้วัดอื่นๆ 

ประเทศที่สะอาดที่สุดในโลก จัดการด้าน ‘สิ่งแวดล้อม’ กันอย่างไร

ประเทศที่เจริญรุ่งเรืองในระดับโลก มีประเทศใดบ้าง ใช้เกณฑ์อะไรวัด?

‘ดัชนีคุณภาพชีวิต’ ในเยอรมนี – ไอซ์แลนด์ – ออสเตรีย ของจริง…ไม่มโน

World Happiness Report 2019 : ผลประโยชน์ของชาติคือ ความสุขของประชาชน