‘WeWork’ ธุรกิจโคเวิร์กกิง สเปซ ที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นในนิวยอร์ก เรียกตัวเองว่าเป็น ‘แพลตฟอร์มสำหรับนักสร้างสรรค์ที่ให้บริการด้านพื้นที่ ชุมชน บริการด้านกายภาพและโลกเสมือนจริง’ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วเกือบ 10 ปี ธุรกิจเติบโตและขยายไปยังเมืองต่างๆ ทั่วโลกรวมแล้วกว่า 485 แห่ง


WeWork
เช่นเดียวกับโคเวิร์กกิง สเปซอื่นๆ ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ชา กาแฟ มีห้องคุยโทรศัพท์ ห้องประชุม เครื่องถ่ายเอกสาร แต่ที่ WeWorksมีมากกว่านั้นคือ มีเบียร์ให้สมาชิกดื่มในช่วงค่ำ ตามวัฒนธรรมตะวันตก

ที่มาและเมืองที่มี WeWorks

จากความต้องการของลูกค้าทั้งที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ วิสาหกิจขนาดย่อมและขนาดกลาง ไปจนถึงผู้ประกอบการรายย่อย เอสเอ็มอีขนาดเล็ก ซึ่งต้องการเข้าร่วมคอมมูนิตี้สตาร์ทอัพ อดัม นิวแมนน์ (Adam Neumann) และ มิเกล แมคเคลวีย์ (Miguel McKelvey) จึงสร้างแพลตฟอร์ม WeWork ขึ้นมาให้บริการตั้งแต่ปี 2010 (พ.ศ. 2553)

  • นับรวมทุกสาขาทั่วโลก ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 466,000 คน (ณ เดือนพฤษภาคม 2019) อาทิ เมืองชิคาโก บอสตัน มิลาน มอสโคว โตเกียว โอซาก้า ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ สิงคโปร์ โฮจิมินห์ซิตี้ มะนิลา จาการ์ตา กัวลาลัมเปอร์ มุมไบ
  • สมาชิกสามารถใช้บริการใน 28 ประเทศ รวมแล้วมากกว่า 100 เมืองทั่วโลก (ต้องจองล่วงหน้า)
  • แผนการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายใน 1 ปีที่ผ่านมา ทำให้ WeWork ในภูมิภาคนี้มีพื้นที่รวม 19 แห่ง และมีสมาชิกกว่า 13,000 คน (รวมถึงการเปิดตัวในกรุงเทพฯ)
WeWork
ทูโรฮาส “ที” ฟูวาด กรรมการผู้จัดการใหญ่ WeWorksSoutheast Asia

Wework

ในขณะที่แพลตฟอร์มโคเวิร์กกิง สเปซแห่งนี้ขยายธุรกิจออกไปอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้มองเห็นโอกาสและศักยภาพมหาศาลที่จะบริษัทสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยนวัตกรรมได้ จึงสร้าง WeWork Labs แพลตฟอร์มด้านนวัตกรรมขึ้น เพื่อรองรับและเสริมทั้งสตาร์ทอัพและภาคธุรกิจให้ดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงยังสามารถมองหาพันธมิตรมาช่วยขับเคลื่อนให้ธุรกิจสตาร์ทอัพก้าวไปสู่ความสำเร็จได้รวดเร็วขึ้น เพราะมีทั้ง Accelerators, Incubators, VCs รวมถึงองค์กรขนาดใหญ่มาในคอมมูนิตีเดียวกัน


WeWork Opening Ceremony t-one

สาทร & ทองหล่อ สองโลเคชันแรกในไทย

สาทร เป็นย่านธุรกิจสำคัญในกรุงเทพฯ เมื่อ WeWork ได้พื้นที่ใน อาคารเอเชียเซ็นเตอร์ จึงปักหมุดเป็นโลเคชันแรก มีพื้นที่ทั้งหมด 5 ชั้น รองรับสมาชิกได้ 1,200 คน ตามมาด้วย อาคารทีวัน ทองหล่อ ย่านที่ทันสมัยและสร้างสรรค์อีกแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยมีพื้นที่ 7 ชั้น สำหรับสมาชิก 1,700 คน 

ทูโรฮาส “ที” ฟูวาด กรรมการผู้จัดการใหญ่ WeWorksSoutheast Asia เดินทางมางานแถลงข่าวเปิดตัว WeWork ในประเทศไทย กล่าวว่า 

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การพัฒนาเศรษฐกิจในเฟสใหม่ที่อยู่บนรากฐานของการเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้เทคโนโลยี WeWork มีความมุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรกับประเทศไทยเพื่อการบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจ ‘ประเทศไทย 4.0’ ด้วยจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนโฉมตลาดระดับกลาง ให้หันมาปรับใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น” 

ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) กล่าวถึงสตาร์ทอัพและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรมว่า

“เราพบว่าสตาร์ทอัพในเมืองไทยต้องการโอกาสใหม่ๆ ทั้งในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และระดับโลก เพื่อดึงดูดการลงทุน เปิดตลาดใหม่ และด้วยความเชี่ยวชาญของ WeWork Labs ในการพัฒนาขีดความสามารถ เร่งการเติบโตของสตาร์ทอัพและธุรกิจด้านนวัตกรรม เราจึงมั่นใจว่าการเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดระหว่าง NIA และ WeWork จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ระบบนิเวศนวัตกรรมในประเทศไทยได้” 

WeWork Opening Ceremony
WeWork Thailand Opening Ceremony

คุยกันหน่อย ในฐานะสมาชิก WeWorks

ตามความมุ่งมั่นของ WeWorksในการเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันเป็นคอมมูนิตี้ ทั้งโลเคชันอาคารเอเชียเซ็นเตอร์และอาคารทีวันจึงรองรับสมาชิกที่เป็นบริษัทระดับโลก วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สตาร์ทอัพ และฟรีแลนซ์ โดยที่เอเชียเซ็นเตอร์เป็นออฟฟิศของสมาชิกที่มีความหลากหลาย เช่น มีจีเนียส (MeGenius) ผู้พัฒนา AIYA (AI-Your Assistance) แชตบอตและระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM Chatbot) ขณะที่อาคารทีวันมี วงใน (Wongnai) บริษัทผู้พัฒนาแพลตฟอร์มยอดนิยมด้านอาหารและไลฟ์สไตล์ เป็นสมาชิก มาร่วมพูดคุยในวันเดียวกัน

WeWork Thailand
ยอด ชินสุภัคกุล (คนกลาง) อัจฉริยะ ดาโรจน์ (คนขวา)

อัจฉริยะ ดาโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง มีจีเนียส กล่าวในฐานะสมาชิกของโคเวิร์กกิง สเปซ ณ อาคารเอเชียเซ็นเตอร์ ว่า

“การเชื่อมโยงเข้ากับระบบนิเวศสตาร์ทอัพ สำคัญต่อการเข้าสู่ตลาดอย่างรวดเร็วและมีผลต่อความสำเร็จในระยะยาวของธุรกิจ การที่เราเลือกมาอยู่ที่ WeWork เนื่องจากกำลังมองหาโอกาสในการเข้าถึงศูนย์กลางของระบบนิเวศที่เข้มแข็ง กลุ่มคนเก่ง และเรายังได้ติดต่อสื่อสารกับผู้ที่สนใจลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจอีกด้วย” 

ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งวงใน สมาชิกที่เลือกออฟฟิศ ณ อาคารทีวัน โดยเหมา 2 ชั้น ให้เหตุผลว่า

“ขณะที่ทำให้ธุรกิจเติบโต เราก็มองการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แอปพลิเคชันของเราและมองหาพื้นที่ที่มีความคล่องตัว มีระบบนิเวศของผู้ประกอบการที่เข้มแข็งพอที่จะทำให้เราสร้างนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง และทีมงานของวงในก็เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่มีพลวัต จึงเห็นความสำคัญของพื้นที่ที่จะเข้าไปทำงานว่า ‘ต้องเอื้อต่อการสร้างความร่วมมือในการทำงานที่ดีขึ้น’ ซึ่งการได้เชื่อมต่อกับเครือข่ายทั่วโลกของ WeWork ย่อมช่วยให้เข้าถึงโอกาสมากขึ้น เติบโตสู่เป้าหมายได้เร็วขึ้น”


กรุงเทพฯ สำคัญในสายตาต่างชาติ

WeWork Adrian Tan
เอเดรียน ทาน บอกด้วยว่า WeWorksLabs ในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่อาคารเอเชียเซ็นเตอร์ มุ่งเน้นสนับสนุนสตาร์ทอัพที่อยู่ในระยะเริ่มต้น (Pre Series A, Series A, Post) ร่วมกับการช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมของภาคเอกชนให้สำเร็จได้เร็วขึ้น

ที่อาคารเอเชียเซ็นเตอร์ นอกจากมีบริการหลากหลายให้แก่สตาร์ทอัพที่อยู่ในระยะก่อตั้ง ยังมี WeWorksLabs ซึ่งเปิดให้ใช้ทรัพยากรต่างๆ ในพื้นที่ ตั้งแต่การเสวนาโต๊ะกลม การบรรยาย การประชุมแบบตัวต่อตัว ฯลฯ เพื่อความเข้าใจเรื่องการบัญชี การตลาด การจ้างงาน และการนำเสนอให้แก่ผู้ลงทุนในอนาคต 

เอเดรียน ทาน ผู้อำนวยการ WeWorksLabs Southeast Asia กล่าวถึงภูมิภาคนี้ว่า 

“การที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน กรุงเทพฯ จึงเป็นโลเคชันที่สองของ WeWorkiLabs ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิ่งนี้แสดงถึงสถานะของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสำหรับนักธุรกิจในประเทศและทั่วโลก ที่สามารถสร้างศักยภาพและโอกาสให้แก่ภูมิภาคท่ามกลางประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่มีความสำคัญมากขึ้นได้ นอกจากนี้ WeWork Labs ยังช่วยส่งเสริมและปลดล็อคศักยภาพของสตาร์ทอัพในระยะเริ่มต้นด้วยการจัดหาทรัพยากรในเชิงกลยุทธ์ เพื่อนำพาธุรกิจและความคิดสร้างสรรค์นั้นๆ ไปสู่ระดับโลก” 

regional growth highlights

WeWork ได้รับการสนับสนุนจาก VCs หลายราย อาทิ SoftBank, Benchmark, T. Rowe Price, Fidelity, Goldman Sachs 

ในเดือนธันวาคม 2561 WeWorksบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในการสร้างความร่วมมือกับ Ngee Ann Polytechnic สิงคโปร์ ณ อาคารเอเชียเซ็นเตอร์ โดยได้รับการสนับสนุนจาก โครงการฝึกงานด้านการประกอบการระดับโลกของสิงคโปร์ (Global Entrepreneurial Internship Program – GEIP) 

co-working space

co-working space


Co-working space/Workspace เร่งเศรษฐกิจ เร็วกว่าที่คิด

ล่าสุด WeWorksยังเปิดตัว Global Impact Report รายงานเพื่อวัดผลทางเศรษฐกิจของคอมมูนิตีนี้ใน 75 เมืองทั่วโลก พบว่า

  • 70% ของสมาชิกเป็นสมาชิกใหม่ของคอมมูนิตีในแต่ละโลเคชัน โดยมี 1 ใน 10 คน ที่ย้ายเข้ามาพักอาศัยใกล้ที่ตั้งของ WeWorkiนับตั้งแต่เข้าร่วมเป็นสมาชิก
  • การเติบโตทางธุรกิจสามารถสนับสนุน GDP ทั่วโลกเป็นมูลค่ากว่า 1.223 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.9 ล้านล้านบาท) เทียบเท่าขนาดเศรษฐกิจของเมืองแวนคูเวอร์ ดับลิน
  • WeWorkiยังเป็นตัวทวีคูณของเศรษฐกิจโลก โดยเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 1.7 เท่า ซึ่งเพิ่มการใช้จ่ายและภาษีอีกหลายล้านดอลลาร์ จึงเป็นประโยชน์ต่อส่วนท้องถิ่นและในระดับรัฐ

wework co-working space GDP

สรุปรวมข้อมูลด้านการระดมทุนของบริษัท โดยครั้งล่าสุดคือ Series G ในเดือนพฤษภาคม 2019 ด้วยมูลค่า 575 ล้านดอลลาร์ ส่วน VCs ที่ร่วมสนับสนุน ได้แก่ Amazon, Fidelity Management and Research Company, Greenoaks Capital และ T. Rowe Price | Source : https://craft.co/wework/funding-rounds

ด้วยขนาดธุรกิจ Workspace ที่มีมูลค่าสูงและมีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก ถาม ทูโรฮาส “ที” ฟูวาด ว่า มีมุมมองหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับธุรกิจ Co-working space และคู่แข่งในประเทศไทยอย่างไร คำตอบที่ได้คือ 

“ผมคิดว่าสถานที่ทำงานแบบยืดหยุ่นและสร้างรายได้อย่าง Co-working space น่าจะมีเพียง 2-3% ในประเทศไทย แต่เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจเกี่ยวกับกรุงเทพฯ คือ การทำ Co-working space ในพื้นที่อสังหาริมทรัพย์เมืองไทยยังไม่ค่อยเติบโตนัก คาดว่าสัก 3-4% เนื่องจากมีน้อยอาคารที่เปิดให้บริหารจัดการพื้นที่ภายในได้ แต่เราหาทำเลที่ดีได้ 2 อาคาร และหลังจากนี้ก็จะเพิ่มจำนวนอีก

Turochas T Fuad WeWork

“ส่วนเรื่องคู่แข่ง ผมมองว่าไม่มีผู้เล่นในประเทศไทยที่เป็นคู่แข่ง เพราะเราไม่ได้นำเสนอพื้นที่ทำงาน แต่นำเสนอระบบนิเวศ นำเสนอคอมมูนิตี้ เพราะเราให้ความสำคัญเรื่องคนและการเสริมความแข็งแกร่งให้สมาชิกเติบโตต่อได้ ไม่ใช่แค่ในกรุงเทพฯ ในไทย หรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น แต่ไปถึงระดับโลกได้

และการที่ธุรกิจของเรามีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก มีเอกลักษณ์เฉพาะ จึงเป็นจุดที่แตกต่างจากผู้เล่นในประเทศไทยซึ่งส่วนใหญ่จะนำเสนอ ‘พื้นที่ทำงาน’ แต่เรามองว่า ‘พื้นที่ทำงาน’ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการให้บริการและเปิดโอกาสให้เราช่วยผลักดันธุรกิจของสมาชิกเติบโตไปถึงระดับโลก” 


แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม


หากสนใจเรื่องสตาร์ทอัพ คุณอาจชอบบทความเหล่านี้

ทำไมสตาร์ทอัพไทยยังไปไม่ถึง ‘ยูนิคอร์น’ คำตอบที่อาจแทงใจดำ จาก ‘กระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล’

อยากสร้าง สตาร์ทอัพ ต้องฟัง! ทำไม สตาร์ทอัพไทย ส่วนใหญ่ถึงล้มเหลว

ผลสำรวจชี้ บทเรียนจาก “ธุรกิจเดิม” ยังทรงคุณค่า ส่งต่อสู่ สตาร์ทอัพ ใหม่ได้ไม่สิ้นสุด

SMART CITY D-BOOST CAMP เอกชนร่วมด้วย ช่วยปั้น สตาร์ทอัพ ในพื้นที่อีอีซี