“เบนจามิน” ลาเฒ่า ผู้ที่มิได้เออออห่อหมกไปกับแรงบันดาลใจของการปฏิวัติ เพราะเชื่อในความคิดของตนเองว่า ไม่ว่าใครจะมาปกครอง ชีวิตก็ยากลำบากเหมือนเดิม


สัตว์การเมือง (ตอนที่ 2)

เพราะ เบนจามิน” เป็นสัตว์ตัวเดียวใน Animal Farm ที่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทุกครั้ง แต่ไม่คิดจะทำอะไร

Animal Farm “จอร์จ ออร์เวลล์” ผลงานที่โดดเด่นที่สุด และสร้างชื่อเสียงให้กับเขามากที่สุด เป็นวรรณกรรมที่ตีพิมพ์ออกวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 1945 ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ ราว 70 ภาษาในหลากหลายประเทศทั่วทุกมุมโลก

ลาเฒ่า “เบนจามิน” เป็นตัวละครสำคัญตัวหนึ่งใน Animal Farm แม้บทบาทของ “เบนจามิน” จะไม่โดดเด่น พูดอีกแบบก็คือ เป็นตัวประกอบอดทน

ทว่า “จอร์จ ออร์เวลล์” จะหยอดบทของ “เบนจามิน” เอาไว้ในที่ต่างๆ ของแต่ละตอน อย่างน้อยตอนละหนึ่งครั้ง เพื่อตอกย้ำถึงลักษณะนิสัยที่ไม่ยินดียินร้ายใดๆ ของ “เบนจามิน”

ความที่เขาเป็นผู้ผ่านชีวิตอย่างโชกโชน แม้ “เบนจามิน” จะอยู่ร่วมเหตุการณ์ปฏิวัติใน  “แมนเนอร์ฟาร์ม” ทว่า เขาดูจะไม่สนใจอะไรมากนัก ด้วยเพราะเชื่อในประสบการณ์ และความคิดของตนเองว่า ไม่ว่าใครจะมาปกครอง ชีวิตของ “เบนจามิน” และ “ประชาชน” ก็ยากลำบากเหมือนเดิม

“…ลาชื่อ “เบนจามิน” ซึ่งแก่ที่สุดในฟาร์ม และอารมณ์บูดเป็นประจำ มันไม่ค่อยพูด แต่เมื่อพูด ก็มักพูดขวางๆ เช่นพูดว่า พระเจ้าประทานหางให้มันเพื่อปัดแมลง แต่อีกไม่นาน แกจะไม่มีหาง และจะไม่มีแมลง มันเป็นสัตว์ตัวเดียวในฟาร์มที่ไม่เคยหัวเราะ ถ้ามีใครถาม มันจะตอบว่า ไม่รู้จะหัวเราะหาพระแสงอะไร…” (หน้า 4)

การเมืองของสัตว์, วิเชียร อติชาตการ, 2561, สำนักพิมพ์โรนิน, พิมพ์ครั้งที่ 2, แปลจาก Animal Farm, George Orwell, 1945


“…สโนว์บอลเริ่มเปิดฉากโจมตีระลอกสอง มิวเรล เบนจามิน และแกะทั้งหมด โดยมีสโนว์บอลนำหน้าทีมบุกขวิดมนุษย์รอบด้าน ขณะเดียวกัน เบนจามินอ้อมไปข้างหลังและเตะด้วยกีบเท้าขนาดเล็กของมัน แต่พวกมนุษย์มีไม้และรองเท้าบู๊ตติดตะปูจึงแข็งแกร่งและเหนือกว่าพวกสัตว์ และแล้วสโนว์บอลร้องเสียงแหลมซึ่งเป็นสัญญาณการล่าถอย สัตว์ทั้งหมดหันหลังและเผ่นกลับบ้านผ่านประตูเข้าไปในสวน…”  (หน้า 24)

“…ขณะนั้นเฟรดเดอริคกับพวกมาหยุดลงบริเวณโรงกังหันลม พวกสัตว์จ้องดู และเริ่มพึมพำด้วยความท้อใจ ชายสองคนหยิบชะแลงและค้อนขนาดใหญ่ขึ้นมา พวกมันกำลังจะทุบโรงกังหันลมให้พังลงมา “เป็นไปไม่ได้” นโปเลียนร้อง “เราสร้างกำแพงหนาเผื่อไว้มาก ทุบทั้งอาทิตย์ก็ไม่พังลงมา สู้ๆ สหาย!” แต่เบนจามินจ้องดูการกระทำของพวกมันอย่างจดจ่อ ชายสองคนกำลังใช้ค้อนและชะแลงเจาะรูใกล้ฐานโรงกังหันลม เบนจามินพยักหน้าและอดขำไม่ได้ “กำแพงมันก็ควรจะต้านอยู่” แกว่า “แต่พวกเอ็งยังไม่เห็นเลยหรือว่าพวกมันกำลังทำอะไร อีกสักครู่พวกมันจะฝังดินระเบิดลงในรูนั้น”  (หน้า 57)

“จอร์จ ออร์เวลล์” วางตัวละคร “เบนจามิน” เป็นประชาชนคนเดินดินกินข้าวแกงหาเช้ากินค่ำตำข้าวสารกรอกหม้อ “เบนจามิน” คือประชาชนภายใต้ระบบการเมืองทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเผด็จการทหารฟาสซิสต์ สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ หรือประชาธิปไตยโลกเสรี

“เบนจามิน” เป็นผู้ถูกกระทำจากทุกระบอบการปกครอง ที่ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ถืออำนาจรัฐในห้วงเวลาใดก็ตาม “ไม่ว่าใครจะมาปกครอง ชีวิตก็ยากลำบากเหมือนเดิม” “เบนจามิน” กล่าว และว่า “ไม่ว่าใครจะขึ้นมามีอำนาจ ชีวิตก็จะดำเนินไปเหมือนอย่างที่เคย คือแสนลำเค็ญ”

“…ลาเฒ่า “เบนจามิน” ดูเหมือนจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลยตั้งแต่การปฏิวัติ แกทำงานอย่างเฉื่อยแฉะตามอำเภอใจ เช่นที่เคยทำในสมัยนายโจนส์ ไม่เคยเลี่ยงงาน แต่ก็ไม่เคยสมัครใจทำงานเกินเช่นกัน แกไม่แสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวกับการปฏิวัติ และผลกระทบของมัน เมื่อใครถามแกว่า ไม่มีความสุขเลยหรือตั้งแต่นายโจนส์ไม่อยู่ แกจะตอบเพียงว่า “ลามีอายุยืน พวกเจ้าไม่เคยมีใครเห็นลาตาย” แล้วสัตว์อื่นๆ ก็จำต้องจนใจกับคำตอบกวนๆ แบบนี้… (หน้า 18)

ด้วยความเป็น “ลาเฒ่า” นั่นย่อมหมายถึง “เบนจามิน” ได้ผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน ด้วยวัยวุฒิ ประสบการณ์ และคุณวุฒิ ความคิด ความเชื่อของ “เบนจามิน” ที่ล่วงกาลผ่านเวลามาอย่างยาวนาน ทำให้เขาเชื่อมั่นในหลักการของตนเองว่า ไม่ว่าใครจะมาปกครอง ชีวิตของ “เบนจามิน” และ “ประชาชน” ก็ยากลำบากเหมือนเดิม

…พวกสัตว์ไปมุงกันรอบรถบรรทุก “ลาก่อน บ็อกเซอร์” พวกมันร้องพร้อมกัน “ลาก่อน”บัดซบ! บัดซบ!” เบนจามินร้องตะโกน กระโดดโลดเต้นไปรอบพวกมันและกระทืบพื้นดินด้วยกีบเล็ก “บัดซบ! พวกเอ็งไม่เห็นอะไรที่เขียนอยู่ข้างรถบรรทุกหรอกหรือ” พวกสัตว์หยุดชะงัก เงียบกริบ มิวเรลเริ่มสะกดคำ แต่เบนจามินผลักมันไปข้างๆ และอ่านท่ามกลางความเงียบอันน่าสะพรึงกลัว “อัลเฟรด ซิมมอนส์ คนฆ่าม้าและต้มกาว วิลลิงตัน ขายหนังและกระดูกสัตว์ รับจัดหาลูกหมา พวกเอ็งยังไม่เข้าใจ ว่านี่หมายความอย่างไรอีกหรือ พวกมันกำลังจะเอาบ็อกเซอร์ไปชำแหละ!” 

หลายปีผ่านไป ฤดูกาลหมุนเวียนเปลี่ยนไป สัตว์อายุสั้นๆ ค่อยๆ ล้มหายตายจากไปจนกระทั่งถึงเวลาซึ่งไม่มีใครจำเรื่องราวเก่าๆ ก่อนการปฏิวัติได้ ยกเว้น โคลเวอร์ เบนจามิน อีกาโมเสส และหมูบางตัว

ในตอนหน้า เราจะมาว่ากันถึง “บ็อกเซอร์” สหายรักของ “เบนจามิน” ผู้ที่ “จอร์จ ออร์เวลล์” กำหนดบทบาทแทน “ชนชั้นกรรมาชีพ” กันครับ

“… “เบนจามิน” สนิทกับ “บ็อกเซอร์” มาก แต่ไม่แสดงออกอย่างเปิดเผย ทั้งสองมักจะพักผ่อนด้วยกันในวันอาทิตย์ที่ทุ่งหญ้าหลังสวน ต่างเล็มหญ้าโดยไม่พูดกันเลย…” 


บทความตอนแรกที่ผู้เขียนเริ่มกระเทาะเปลือกตัวละครใน Animal Farm ให้ผู้อ่านขบคิด และตอนที่ 3 ที่ควรอ่านต่อ

ไม่ว่าใครจะมาปกครอง ชีวิตของ “เบนจามิน” และ “ประชาชน” ก็ยากลำบากเหมือนเดิม

สัตว์การเมือง (ตอนที่ 3) : “สหายนโปเลียนทำอะไรก็ถูกหมด” คติพจน์ของ “บ็อกเซอร์” ชนชั้นกรรมาชีพผู้ซื่อสัตย์