หลายคนคงเคยได้ยินข่าวมหาวิทยาลัยทั่วโลกปิดตัวเพราะมีผู้เรียนน้อยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้นำการศึกษาของโลก มีมหาวิทยาลัยระดับท็อปของโลกมากมาย ก็มีนักศึกษาหายไปจากระบบเกือบล้านคน ในช่วงเวลาเพียง 3 ปี มีมหาวิทยาลัยปิดตัวไปกว่า 500 แห่ง ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ คาดการณ์กันว่าภายใน 5-10 ปี ครึ่งหนึ่งของมหาวิทยาลัยในอเมริกาที่มีอยู่ประมาณ 4,000 แห่ง จะถูกเทคโนโลยีทำลายล้างจนต้องปิดตัวลง


มหาลัยเอกชนยอดหาย 50-70%

ขณะที่มหาวิทยาลัยในเมืองไทยก็เจอสถานการณ์ไม่ต่างกัน โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเอกชนหลายแห่งต้องยอมขายกิจการให้กับนักลงทุนต่างชาติหรือเลย์ออฟอาจารย์ออกจำนวนมาก มหาวิทยาลัยเอกชนขนาดใหญ่ นักศึกษาลดลง 20-30% ขณะที่มหาวิทยาลัยเอกชนขนาดเล็ก ลดลงจำนวนมากถึง 50-70% สาเหตุเพราะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เปลี่ยนแปลงไปมาก โดยการเรียนและการทำงานจะเป็นสิ่งเดียวกัน สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลาไม่มีกำแพงระหว่างคณะ เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตซึ่งเน้นสมรรถนะและทักษะมากกว่าความรู้ ทำให้สถาบันการศึกษาต้องปรับตัวเองให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน สร้างองค์ความรู้ใหม่ที่ต่อยอดเป็นนวัตกรรมและตอบโจทย์อนาคต


ยูทูปดิสรัปต์การศึกษาโลก

ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) กล่าวถึงการศึกษายุคใหม่ว่า เราต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าสถาบันการศึกษาถูกดิสรัปต์ชั่นโดยเทคโนโลยีสมัยใหม่ โครงสร้างใหม่ คือตอนนี้ไม่ได้ต่อสู้ว่าสถาบันไหนเก่งกว่าสถาบันไหน แต่ต่อสู้กันระหว่างสถาบันการศึกษากับยูทูป รวมถึงแพลตฟอร์มการศึกษาออนไลน์ที่เกิดขึ้นนับไม่ถ้วน ซึ่งเป็นแหล่งการเรียนรู้ใหม่ที่เปิดกว้างและมีชุดความรู้แทบทุกแขนงอยู่ในนั้น ที่สำคัญคือไม่มีค่าใช้จ่ายหรือถ้ามีก็ถือว่าราคาถูกมาก ถ้าเทียบกับความรู้ที่คุณจะได้รับกลับมา

สถาบันกับทัศนคติมโนทัศน์ใหม่ของเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่ต้องการใบปริญญา แต่ต้องการเรียนรู้ทักษะที่จะสามารถทำให้พวกเขาเหล่านั้นนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง พร้อมสร้างรายได้กลับมาให้แก่ตนเอง

“เคสของคนที่ประสบความสำเร็จจากการเป็น YouTuber หรือ Content Creator นั้น มีให้เราเห็นมากมายทั้งในเมืองไทยและระดับโลก ยกตัวอย่างเด็กคนหนึ่งทำระบบสีดิจิทัล (Color Grading Professionals) ให้กับหนังภาพยนตร์และโฆษณา ค่าตัววันละ 7 หมื่น เรื่องหนึ่งทำ 7 วัน รายได้มากขนาดไหน ถามว่าจบอะไรมา จบ ม.6 แต่เรียนรู้ด้วยประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญในวงการบ้าง จากยูทูปบ้าง นี่คือโลกที่เปลี่ยนแปลง แต่เรายังเคยชินกับระบบเก่า โลกเปลี่ยนไปแต่เรายังอยู่กับความคิดเดิมๆ กฎเกณฑ์กติกาเดิมๆ ก็ขับเคลื่อนลำบาก” 


การศึกษายุคใหม่ต้องปรับมายด์เซ็ท

ดร.อภิชาต กล่าวอีกว่า เราจำเป็นต้องมีการพัฒนาเสริมสร้างการเรียนรู้แบบใหม่ เปลี่ยนมายด์เซ็ทใหม่ สร้างโหมดการทำงานแบบใหม่ ซึ่งโครงสร้างการดำเนินงานของ EEC HDC คือการศึกษาและวิจัยความต้องการของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือ 10 S curve ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก คือ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา หรือ EEC จากนั้นจึงประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ผลิตบุคลากรป้อนให้ตามความต้องการนั้นๆ

เราต้องการการทรานสฟอร์มการศึกษาใหม่ในพื้นที่ EEC นำอุตสาหกรรมเข้ามาร่วมกับการเรียนการสอน เช่นปีนี้มีเด็ก 50 คน ให้แต่ละอุตสาหกรรมมาคัดเด็กก่อนว่าอุตสาหกรรมไหนต้องการเด็กกี่คน ออกทุนให้เรียนจนจบ จัดทำหลักสูตรภาคทฤษฎีและปฏิบัติอย่างเหมาะสม เพื่อให้จบออกมามีฝีมือตามที่อุตสาหกรรมต้องการ ขณะที่วิชาการไม่ถูกตัดออกจากภาคปฏิบัติ สถาบันก็ได้เรียนรู้เทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนไปในตัว เราทำเรื่องเหล่านี้มาตลอด เพื่อให้การทรานสฟอร์มสมบูรณ์มากที่สุด ทุกฝ่ายได้ประโยชน์มากที่สุด สถาบันการศึกษาอยู่รอด อุตสาหกรรมได้บุคลากรมีคุณภาพ

นอกจากการทรานสฟอร์มการศึกษา พัฒนานักศึกษาที่เรียนจบมาให้มีงานทำทุกระดับชั้นแล้ว EEC HDC ยังทำข้อตกลงกับกระทรวงศึกษาธิการ พัฒนาโรงเรียนระดับประถมในพื้นที่ EEC จำนวน 350 โรงเรียน เพื่อวางรากฐาน 3 เรื่องคือ

1. การสื่อสาร ให้เรียนภาษาอังกฤษและจีนตั้งแต่เล็กๆ เพื่อในอนาคตเรียนจบช่าง สื่อสารภาษาได้ จะได้ค่าตัวเพิ่มมากขึ้น

2. สะเต็มศึกษา (STEM) จัดแนวทางการศึกษาแบบบูรณาการทั้งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์

3. สนับสนุนด้านเทคโนโลยี เมื่อก้าวขึ้นมาสู่การเรียนระดับอาชีวะและอุดมศึกษา จะทำให้มีความรู้แน่นทั้งภาควิชาการและภาคปฏิบัติ


เปิดเครดิตแบงก์ทำงานกับเรียนเรื่องเดียวกัน

ดร.อภิชาตยังยกตัวอย่างมหาวิทยาลัยในสิงคโปร์ที่เปิดให้คนเรียนจบแล้วมาลงทะเบียนเรียนหลักสูตรระยะสั้นเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเปิดระบบเครดิตแบงก์ จะเรียน 8 ปี 9 ปี จบเรื่องของผู้เรียน เนื่องจากส่วนใหญ่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ถ้ามีงานมากก็หยุดเรียนไปก่อน 1-2 ปี แล้วค่อยกลับมาเรียน ซึ่งโมเดลนี้จะถูกหยิบยกมาใช้ในพื้นที่ EEC เช่นเด็กเรียนจบอาชีวะด้วยทุนของบริษัทแห่งหนึ่ง ทำงาน 1 ปีอยากเรียนต่อ ปวส. ถ้าเป็นระบบเก่าต้องลาออกไปเรียน เพราะสถาบันไม่มีระบบเครดิตแบงก์ บริษัทที่จ่ายทุนให้ก็เสียหาย เพราะจ่ายค่าเรียน 2 ปี แต่ทำงานปีเดียวแล้วไป แต่ระบบเครดิตแบงก์เปิดโอกาสให้เรียนได้


EEC HDC การศึกษายุคใหม่

จับตา! ค่าจ้าง ปวช.-ปวส.แซง ป.ตรี

แนวโน้มแรงงานภาคอุตสาหกรรมเปลี่ยนไปหลังผลสำรวจชี้ว่า จบปริญญาตรีเสี่ยงตกงาน สวนทาง ปวช.ปวส.ที่อนาคตสดใส ค่าแรงพุ่งสูงขึ้น เหตุนายจ้างเน้นทักษะความสามารถมากกว่าใบปริญญา

ผลสำรวจค่าจ้างและสวัสดิการปี 2558/2559 จากจำนวนสถานประกอบการทั้งหมด 110 แห่งใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรม พบว่าอัตราการจ่ายค่าจ้างขั้นต้นโดยเฉลี่ยตามวุฒิ

  • ปวช. 10,120 บาท
  • ปวส. 11,383 บาท
  • .ตรี 15,491 บาท
  • .โท  21,047 บาท
  • .เอก 35,985 บาท

หากเปรียบเทียบอัตราค่าจ้างขั้นต้น สำหรับผู้ไม่มีประสบการณ์ระหว่างปี 2558 กับปี 2557 จะพบว่า วุฒิ ป.ตรีมีการเปลี่ยนแปลงค่าจ้างเฉลี่ยเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 9.49% แต่ถ้าเปรียบเทียบค่าจ้างเฉลี่ยในระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา (.. 2552 – 2558) พบว่าวุฒิ ปวช.มีการเปลี่ยนแปลงค่าจ้างเพิ่มขึ้นสูงสุด 57.85%

จากตัวเลขดังกล่าว แสดงถึงแนวโน้มในอนาคตที่ค่าจ้างในวุฒิ ปวช.และ ปวส.จะอยู่ในระดับที่สูงกว่าวุฒิปริญญาตรี เนื่องจากทิศทางของตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนไป ทำให้ความต้องการแรงงานที่มีทักษะและประสบการณ์ในตลาดแรงงานมีสูงกว่า ซึ่งผู้ประกอบการจะเน้นรับคนเข้าทำงานโดยดูจากทักษะและความสามารถมากกว่าที่จะดูเพียงแค่ใบปริญญาหรือระดับการศึกษา ทำให้ในอนาคตแรงงานที่จบการศึกษาปริญญาตรีอาจประสบปัญหาตกงานได้


‘การศึกษายุคใหม่’ ยังมีอีกหลายประเด็นที่น่าสนใจ

หนึ่งในราชภัฏเตรียมเชื่อม ‘คอร์สออนไลน์’ พาเด็กไทยในต่างจังหวัด เข้าถึงการศึกษาระดับโลก

‘KidBright’ บอร์ดส่งเสริมการเรียนรู้ Coding สัญชาติไทย ติดอาวุธ ‘ทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21’ ให้เด็กไทย

เปิดโมเดล ‘เพาะพันธุ์ปัญญา’ ขบวนการปฏิวัติ ‘ครูไทย’ สร้างบรรยากาศห้องเรียนใหม่ ด้วยกระบวนการวิจัยและพัฒนา

‘หลักสูตรเอไอ’ ทางเลือกการศึกษามาแรง ของคนวัยดิจิทัล ไมโครซอฟท์ ย้ำ ไทย ตลาดลงทุนใหญ่ ต้องการกำลังคนดิจิทัลอีกมหาศาล