เมื่อปลายปีที่ผ่านมางาน HUAWEI CONNECT 2018 การประชุมสุดยอดสมาร์ทซิตี้ในธีมใช้งานปัญญาประดิษฐ์เพื่อสร้างสมาร์ทซิตี้ที่ดีกว่า’ ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้บริหารหัวเว่ยได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในภาคอุตสาหกรรมและผู้ที่ทำงานด้านสมาร์ทซิตี้เกี่ยวกับวิธีสร้างสมาร์ทซิตี้แห่งใหม่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) แสดงให้เห็นแนวทางพัฒนานวัตกรรมของหัวเว่ยในการผนวกเทคโนโลยี ‘AI+สมาร์ทซิตี้


เทียนจินปินไห่ต้นแบบ AI+สมาร์ทซิตี้

ก่อนหน้านี้ หัวเว่ยช่วยเขตเทียนจินปินไห่สร้าง “Happy TEDA” ด้วยศูนย์ดำเนินการอัจฉริยะ (IOC) และแพลตฟอร์ม AI จำนวน 4 แพลตฟอร์ม ต้นแบบสำหรับ AI+สมาร์ทซิตี้

โดยหัวเว่ยช่วยเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเทียนจิน (TEDA) ออกแบบโซลูชัน “1+4+N” ด้วย AI ซึ่งได้แก่ IOC และแพลตฟอร์ม AI ทั้งสี่ รวมถึงแอปพลิเคชันล้ำสมัยมากมาย

IOC ที่พัฒนาโดยหัวเว่ยทำหน้าที่เหมือนสมองของเมืองซึ่งผสานและประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับรัฐบาล องค์กร ผู้อยู่อาศัย อินเทอร์เน็ต และ IoT โดยนำมาวิเคราะห์เชิงลึกผ่านการประยุกต์ใช้ AI IOC ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม AI ทั้งสี่แพลตฟอร์มอย่างใกล้ชิด เพื่อรองรับบริการที่ล้ำสมัยอย่าง Resident Voices, Sensing the City, Resident Care และ Enterprise Services

นอกจากนี้ TEDA ยังใช้งานแอปพลิเคชันที่ล้ำสมัยพัฒนาระบบดัชนีความสุข (ปลอดภัย สวยงาม สะดวก กลมกลืน ศิวิไลซ์) ทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้นอีกทางหนึ่ง


หนุนเกษตรอัจฉริยะ พัฒนาข้าวทนเค็มสู่ข้าวทะเลทราย

หัวเว่ยยังสนับสนุนนวัตกรรมข้าวของเมืองชิงเต่าผ่านการแปลงพื้นที่เป็นข้อมูลดิจิทัล ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการประมวลผลบนคลาวด์และอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things – IoT) กระทั่งศูนย์วิจัยและพัฒนาข้าวทนความเค็มด่างของชิงเต่าพัฒนาข้าวที่ทนต่อความเค็มด่าง หรือที่รู้จักกันในนาม ข้าวทนเค็ม ภายใต้การนำของนักวิชาการ Yuan Longping โดยมีการทดลองปลูกข้าวสายพันธุ์นี้ได้ผลผลิตสูงสุด 9.3 ตันต่อเฮกตาร์ และยังมีการทดลองปลูกในทะเลทรายของเมืองดูไบ ให้ผลผลิต 7.5 ตันต่อเฮกตาร์

นอกเหนือจากการเพาะปลูกข้าวสายพันธุ์ใหม่แล้ว การแปลงดินเป็นข้อมูลดิจิทัลด้วยระบบ IoT ของหัวเว่ยยังมีส่วนสำคัญต่อการสร้างปาฏิหาริย์ให้ข้าวที่ทนความเค็มด่างนี้ โดยเซ็นเซอร์บนดินและใต้ดินจะรวบรวมข้อมูล เช่น แสงสว่าง อุณหภูมิ ความเค็ม แล้วส่งข้อมูลต่อไปยังศูนย์ Big Data ระบบคลาวด์ของหัวเว่ยผ่านเครือข่าย eLTE จากนั้นระบบ AI ที่ผนวกรวมกับการวินิจฉัยของผู้เชี่ยวชาญจะให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสารกำจัดศัตรูพืช วิธีการใส่ปุ๋ย การควบคุมศัตรูและโรคของพืช ซึ่งช่วยพัฒนาพื้นที่เค็มด่างและเพิ่มผลผลิตได้

หากพื้นที่เค็มด่าง 6.6 ล้านเฮกตาร์ได้รับการดูแล ก็จะสามารถปลูกข้าวได้ถึง 3 หมื่นล้านตัน เพื่อเลี้ยงคนได้มากขึ้น 80 ล้านคน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งสำหรับทุกชีวิต


ปั้นเมืองดืสบวร์คให้ชาญฉลาดและน่าหลงใหล

เมืองดืสบวร์ค รัฐนอร์ทไรน์เว็สท์ฟาเลิน ประเทศเยอรมนี ตั้งเป้าจะใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบบดิจิทัล นำเทคโนโลยี ICT ใหม่มาใช้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ชีวิตในเมือง ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและดึงดูดผู้อยู่อาศัย องค์กร และนักลงทุนมากขึ้น

โดยเมืองดืสบวร์คเลือกที่จะร่วมงานกับหัวเว่ย เนื่องจากความสามารถทางนวัตกรรมด้านเทคนิคของหัวเว่ยในด้านการประมวลผลบนคลาวด์, Big Data, IoT และ AI รวมถึงประสบการณ์และจุดแข็งเกี่ยวกับการช่วยเหลือเมืองกำหนดทิศทางการพัฒนาในอนาคตได้ ซึ่งในชั้นโครงสร้างพื้นฐานของการประมวลผลบน Rhine Cloud เป็นแพลตฟอร์มพื้นฐานสำหรับกลยุทธ์ระบบคลาวด์ของเมืองดืสบวร์ค ซึ่งเป็นคลาวด์ที่สนับสนุนโดยเทคโนโลยีของหัวเว่ยนั่นเอง

อีกทั้งยังมีการส่งเสริมนวัตกรรมด้านเทคนิคและการนำ e-Government, การคมนาคม, IoT และการสื่อสารแบบครบวงจรมาใช้ในเมืองดืสบวร์ค รวมถึงทำให้การสร้างสมาร์ทดืสบวร์ค 1.0 บนรากฐานอัจฉริยะ เสร็จสมบูรณ์ในชั้น IoT

เมืองดืสบวร์คจะใช้เทคโนโลยี 5G, Wi-Fi, และ WLAN ของหัวเว่ยร่วมกับแพลตฟอร์ม IoT เพื่อตรวจจับส่วนต่างๆ ของเมืองแบบเรียลไทม์

เครือข่ายระบบประสาท ของสมาร์ทซิตี้แห่งนี้ จะสร้างขึ้นเพื่อพัฒนาการคมนาคม โลจิสติกส์ และการผลิตในภาคอุตสาหกรรม โดยช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกขึ้นด้วยระบบอัจฉริยะ มีการขับขี่แบบอัตโนมัติ ทำให้สมาร์ทซิตี้ขับเคลื่อนไปได้อย่างสมบูรณ์ และช่วยให้วิสัยทัศน์ สมาร์ทดืสบวร์ค 2.0 เป็นจริงได้เร็วขึ้น


ปักธง! ผู้นำสมาร์ทซิตี้

หัวเว่ยตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำการสร้างสมาร์ทซิตี้แห่งใหม่ด้วย AI โซลูชันสมาร์ทซิตี้ ที่นำไปใช้งานของรัฐบาล ทั้งด้านการศึกษา การคมนาคม การดูแลสุขภาพ และอุตสาหกรรมพลังงาน

นอกจากนี้ หัวเว่ยยังมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมอันหลากหลายที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน และความสามารถในการนำไปใช้งานในท้องถิ่นมากกว่า 160 เมือง ในกว่า 40 ประเทศ

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้หัวเว่ยได้เข้าร่วมในโครงการสมาร์ทซิตี้ของจีน 48 โครงการ ครอบคลุมปักกิ่ง เซินเจิ้น เทียนจินปินไห่ หลานโจว ตุนหวง กุ้ยหลิน ซานย่า เหวยฟาง อี้หยาง เกาชิง ฯลฯ ทั้งยังมีบริษัท 211 บริษัทจาก Fortune Global 500 (รวมถึง 48 บริษัทจาก Fortune Global 100) ที่ให้การยอมรับและเลือกหัวเว่ยเป็นพันธมิตรด้านการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิทัล


ที่มา : www.huawei.com


มีความเปลี่ยนแปลงอีกมากเกี่ยวกับหัวเว่ย

เผยบิ๊กโพรเจกต์ของ ‘หัวเว่ย’ กับเบื้องหลังการส่งออก Safe City Compact Solution

หัวเว่ย…เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ? แถลงปมร้อนที่คนทั้งโลกจับตา โดย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน

ทุบ “หัวเว่ย” จุดชนวน American First ปะทะ Made in China 2025