เป็นที่รู้กันว่า การดื่มนมเป็นประจำมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะในนมมีแคลเซียมสร้างเสริมสุขภาพกระดูกให้แข็งแกร่ง แต่จะดีแค่ไหน ถ้านมธรรมดาๆ ที่เราดื่มกันอยู่มีคุณค่าเพิ่ม ช่วยลดปัญหาสุขภาพในช่องปาก อย่างฟันผุได้ เพราะปัญหานี้คุกคามชีวิตเด็กไทยมานาน โดยเฉพาะเด็กที่ชอบรับประทานขนมหวานและแปรงฟันไม่สะอาดเพียงพอ ดังนั้น จึงขอถือโอกาส ‘วันดื่มนมโลก’ ซึ่งตรงกับวันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปี พาไปทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจากมันสมองของนักวิจัยที่ร่วมมือกับผู้ประกอบการ สร้างนวัตกรรมอาหาร ‘นมป้องกันฟันผุ’ ออกสู่ตลาด ด้วยความตั้งใจดีที่อยากเห็นเด็กไทยมีสุขภาพฟันที่ดีกว่าเดิม


วันดื่มนมโลก ชวนตระหนักถึงคุณค่าของนม ซูเปอร์ฟู้ดของคนทั้งโลก

ก่อนจะไปทำความรู้จัก นวัตกรรมอาหารล่าสุด ‘นมป้องกันฟันผุ’ อย่างที่เกริ่นข้างต้นว่า 1 มิถุนายน ของทุกปีคือ วันดื่มนมโลก (World Milk Day) ซึ่งก่อตั้งโดย องค์การอาหารแห่งสหประชาชาติ (The Food and Agriculture Organization : FAO) ด้วยความต้องการให้วันนี้เป็นวันที่คนทั่วโลกหันมาเห็นถึงคุณค่าของนม ซูเปอร์ฟู้ดที่สร้างเสริมสุขภาพให้คนทั้งโลก และยังจัดกิจกรรมรณรงค์และกระตุ้นให้เห็นความสำคัญของการบริโภคนม ด้วยการให้ความรู้และบอกคุณประโยชน์ของนมให้ประชาชนรับรู้

ในปีนี้ มูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติ (International Osteoporosis Foundation : IOF) ได้ให้ความรู้เรื่องประโยชน์ที่แท้จริงของการดื่มนมว่า นมและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ทำมาจากนมเป็นอาหารที่มีคุณค่า มีแคลเซียมสูง เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง อีกทั้งร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดีที่สุด รวมไปถึงเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เช่น ฟอสฟอรัส โปรแตสเซียม แมกนีเซียม คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และวิตามินต่างๆ

ส่วนประเด็นที่มีหลายคนเชื่อกันว่าการดื่มนมทำให้อ้วน ความจริงแล้ว นมสด นมพร่องไขมัน และนมไม่มีไขมัน มีปริมาณไขมันเพียง 3.9% 1.7% และ 0.3% ตามลำดับ ซึ่งน้อยมากที่จะทำให้เกิดโทษต่อร่างกายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

นอกจากนี้ “นม” ยังเป็นเครื่องดื่มที่มอบความสดชื่นไม่แตกต่างจากน้ำดื่ม การดื่มนม 1-2 แก้ว จะช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นและยังทำให้ได้รับคุณค่าสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ดังนี้

  • แคลเซียม สร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน
  • วิตามินบี 12 ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง
  • คาร์โบไฮเดรต ให้พลังงานแก่ร่างกาย
  • แมกนีเซียม สร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ
  • ฟอสฟอรัส สร้างพลังงานให้เซลล์ในร่างกายและทำให้กระดูกแข็งแรง
  • โปรแตสเซียม ช่วยรักษาระดับความดันเลือดให้เป็นปกติ
  • โปรตีน สร้างเสริมการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
  • วิตามินบี 2 ทำให้ผิวหนังมีสุขภาพดี ช่วยระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

เปิดมิติใหม่นวัตกรรมนม กับคุณค่าที่เพิ่มขึ้นของ ‘นมป้องกันฟันผุ’

นวัตกรรม นมป้องกันฟันผุ เกิดจากความร่วมมือของ บริษัท แดรี่โฮม จำกัด และคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA

รศ.ดร.รวี เถียรไพศาล // psu.ac.th

โดยทางแดรี่โฮมได้หยิบเอาผลงานวิจัยของ รศ.ดร.รวี เถียรไพศาล ผู้อํานวยการสถาบันวิจัยโรคที่พบบ่อยในช่องปากและวิทยาการระบาด คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มาขยายผลสู่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในเชิงพาณิชย์

แนวคิดต้นทางที่ทำให้เกิดงานวิจัยนี้ขึ้น เพราะนักวิจัยมีความสนใจศึกษาความชุกของโรคฟันผุของเด็ก ในอําเภอเทพา จังหวัดสงขลา ซึ่งพบว่ามีเด็กประมาณร้อยละ 15 ที่ฟันไม่ผุ แม้ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน ด้วยแหตุนี้ รศ.ดร.รวี จึงต้องการหาคำตอบว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้เด็กกลุ่มนี้ฟันไม่ผุ และเมื่อแยกเชื้อในปากของเด็กกลุ่มดังกล่าว ก็พบว่ามีแบคทีเรียกลุ่มโพรไบโอติก ซึ่งมีฤทธิ์ในการควบคุมจำนวนแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการฟันผุอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อค้นพบนี้เองที่ดึงดูดความสนใจของแดรี่โฮม แบรนด์ผลิตภัณฑ์โคนมชื่อคุ้นหูของไทย โดยเข้าไปติดต่อเพื่อขอรับการถ่ายทอดแนวคิดและเทคโนโลยีการผลิตจากการทำงานวิจัยชิ้นนี้ แล้วนำมาพัฒนาเป็น ผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตพร้อมดื่มที่มีโพรไบโอติก ช่วยยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคฟันผุ และกำหนดจุดขายของผลิตภัณฑ์นี้ให้เป็น “แดรี่โฮม” เครื่องดื่มทางเลือก (Functional Drink) จากโพรไบโอติกสายพันธุ์คัดพิเศษ

ด้าน นายพฤฒิ เกิดชูชื่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท แดรี่โฮม จำกัด เปิดเผยถึงความตั้งใจในการนำเสนอสินค้าใหม่ที่มีนวัตกรรมและตอบโจทย์กระแสรักสุขภาพในตอนนี้อย่างชัดเจนว่า

นายพฤฒิ เกิดชูชื่น

“ทางบริษัทฯ ไม่ได้มุ่งหวังจะพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ในเชิงการค้าเท่านั้น แต่ยังตั้งใจพัฒนาให้ผลิตภัณฑ์นี้กลายเป็นโครงการเพื่อสังคม สามารถกระจายเข้าสู่ชุมชนและกลุ่มเด็กผู้ด้อยโอกาส โดยตั้งเป้าว่าโครงการนี้จะต้องเกิดขึ้นจริงและมีความยั่งยืน เนื่องจากทางบริษัทฯมีพื้นฐานในการประกอบธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์นม ไม่ว่าจะเป็นนมพร้อมดื่มหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ซึ่งในปัจจุบันมีอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างสูง”

“ผมมองว่าผลิตภัณฑ์ที่ร่วมพัฒนาขึ้นนี้ เป็นมิติใหม่ในอุตสาหกรรมนมที่ใช้นวัตกรรม และเป็นต้นแบบผลงานวิจัยระดับเวิลด์คลาสที่มาช่วยแก้ปัญหาฟันผุหรือสุขภาพช่องปากของเด็กไทยและทั่วโลกได้ เพราะปัญหานี้เป็นปัญหาคุกคามสุขอนามัยเด็กไทยและเด็กทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ผลิตภัณฑ์นี้จึงมาเพิ่มคุณค่าจากการดื่มนม สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะกระแสรักสุขภาพที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องด้วย”


ผลิตภัณฑ์จากงานวิจัย ก้าวสู่การทำตลาดในไทยและโกอินเตอร์

สำหรับจุดยืนของแบรนด์นี้ ซีอีโอ แดรี่โฮม วางไว้ชัดเจนว่า จะเป็นผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตพร้อมดื่ม หรือนมเปรี้ยวที่เหมาะสำหรับผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่ฟันแท้กำลังเริ่มขึ้น (ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา – มัธยมศึกษาตอนต้น) โดยนอกจากจะให้ประโยชน์และคุณค่าในการเสริมแคลเซียมและป้องกันโรคในช่องปากแล้ว ยังมีคุณสมบัติในเรื่องของการรักษารากฟันตั้งแต่ยังเป็นฟันน้ำนม ช่วยในด้านระบบย่อยและการทำงานของลำไส้อีกด้วย

นอกจากนั้น ผู้บริโภคผลิตภัณฑ์นี้เป็นประจำยังไม่ต้องเสี่ยงหรือกังวลกับภาวะโรคอ้วน เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของแดรี่โฮมจะใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลอย่าง “มอลติทอล” ที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับ “ไซลิทอล” สารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในสินค้าจำพวกน้ำยาบ้วนปาก หมากฝรั่ง เม็ดอมลดกลิ่นปาก ฯลฯ ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้เลยว่าปลอดภัยและให้สุขภาพที่ดีอย่างแน่นอน

ในมุมของผู้ประกอบการ คุณพฤฒิ ยังมองว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตพร้อมดื่มเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึงนัก เนื่องจากจะต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เย็นเพื่อรักษาคุณภาพและยืดอายุของผลิตภัณฑ์ให้มีความสดใหม่และมีรสชาติที่ดีตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้บริโภค ดังนั้น แดรี่โฮมจึงได้ต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ประเภท “นมอัดเม็ด” เพื่อให้เกิดความสะดวกทั้งในการขนส่ง จัดเก็บ และอายุของสินค้าที่ยาวนานขึ้นกว่าเดิม นอกจากจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับน้ำนมดิบแล้ว ยังช่วยทำให้เด็กไทยและผู้บริโภคหลายๆ วัยตระหนักถึงความสำคัญของการดื่มนมเพิ่มขึ้นด้วย

สำหรับ ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวในฐานะหน่วยงานของรัฐผู้สนับสนุนโปรเจกต์นี้ว่า

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์

“ผลิตภัณฑ์แบรนด์ใหม่ของแดรี่โฮมนี้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ต้นแบบนวัตกรรมเพื่อสังคม ที่เราคาดหวังว่าจะช่วยแก้ปัญหาสุขอนามัยทางช่องปากของเด็กไทยและชาวไทยทุกวัยได้จริง รวมทั้งเรามุ่งหวังให้ทั้งกลุ่มคนในเมืองและระดับภูมิภาคให้สามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพอย่างสะดวกสบายและมีความเท่าเทียมมากขึ้น”

โดยในปี 2562 จะเป็นอีกหนึ่งปีที่ NIA มุ่งมั่นพัฒนาให้เกิดการนำนวัตกรรมที่เข้าไปช่วยเหลือ ตอบโจทย์ประเด็นทางสังคมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะในกลุ่มครอบครัวที่มีฐานะยากจน อยู่ในพื้นที่ทุรกันดารอย่างเต็มที่ โดยจะมุ่งให้การสนับสนุนที่ครอบคลุมทั้งการสร้างธุรกิจนวัตกรรม การสร้างเครือข่ายนวัตกรรมเชิงสังคม เงินทุนสนับสนุน การบ่มเพาะตั้งแต่ระดับเริ่มต้น เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จริงหรือสาธิตการนำร่องทำผลิตภัณฑ์จริง

ขณะเดียวกัน ทาง NIA ยังโฟกัสไปที่กระบวนการเพิ่มมูลค่าในนวัตกรรมเชิงสังคม 9 ด้าน ได้แก่ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ความเชื่อมโยงระหว่าง อาหาร น้ำ และพลังงาน ภาครัฐและการศึกษา การเงิน การจ้างงาน และสวัสดิการสังคม เกษตรกรรมยั่งยืน ความเป็นเมือง สุขภาพ การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม และการจัดการภัยพิบัติ


ที่มา :


ยังมีนวัตกรรมอาหารน่าสนใจ เกิดจากมันสมองของนักวิจัยไทย และได้รับการต่อยอดจากผู้ประกอบการผลิตออกสู่ตลาด ให้ได้อัปเดตเพิ่ม

‘เกลือสมุนไพรโซเดียมต่ำ’ งานวิจัยลงจากหิ้งสู่ห้าง ทางเลือกเพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์เทรนด์อาหารอนาคต

บุกบางบ่อดู ‘ปลานิล’ กับการใช้ ‘นาโนวัคซีน’ ป้องกันโรค คนเลี้ยงอุ่นใจ คนกินปลอดภัยขึ้นอีกขั้น

‘งานวิจัยข้าวไร่ไทย’ พัฒนาข้าวไร่จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ หวังดึงลูกหลานอิสานคืนถิ่น สืบสานภูมิปัญญาชาวนาไทย