จากที่ผู้นำประเทศแนะนำหนังสือเกี่ยวกับช่วงสงครามเย็นให้อ่าน นั่นคือเรื่อง Animal Farm น่าสนใจมากว่าปริศนาที่กล่าวในเรื่อง เกิดขึ้นในช่วงของการจัดตั้งรัฐบาล แต่มีการวิจารณ์คู่แข่งทางการเมืองว่า ชักศึกเข้าบ้าน และเป็นเรื่องที่ฉีกแนวจากเดิมที่ก่อนหน้านี้ ผู้นำแนะนำให้อ่าน จินดามณี ซึ่งนักภูมิรัฐศาสตร์ก็ไม่สามารถถอดปริศนาดังกล่าวได้จนถึงทุกวันนี้


แต่สำหรับ Animal Farm ปริศนาที่น่าสนใจอยู่ในทางภูมิรัฐศาสตร์ เหมือนกับว่าท่ามกลางการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยอิสระนั้น จะไม่สามารถเกิดอิสระได้จริงๆ สุดท้ายก็จะมีผู้นำเหนือคนอื่นๆ ซึ่งเป็นเสียงที่ดังที่สุดและมีน้ำหนักมากในที่สุดอยู่ดี

ตรงนี้น่าจะหมายถึง เสียงสภาบนที่ให้การสนับสนุนและอิสรภาพดังกล่าวนั้น อยู่ภายใต้เกมของการต่อรองผลประโยชน์ที่ไม่สามารถส่งต่อให้สังคมได้ ภายใต้การต่อสู้กับเผด็จการครั้งนี้ คงจะต้องอยู่กับระบบดังกล่าวไปอีกนาน

แต่ Animal Farm นั้นมีหลายช่วงเวลา แม้ว่าจอร์จ ออร์เวลล์ วิพากษ์วิจารณ์ โจเซฟ สตาลิน จอมเผด็จการของอดีตสหภาพโซเวียตว่า เป็นปีศาจซาตานต่อเสรีภาพของพลเมืองและเจ้าของฟาร์ม อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันกลับกลายเป็นสิ่งที่อยู่ตรงกันข้าม จากความคิดเห็นของประชาชนส่วนใหญ่และนักวิชาการต่างให้การยอมรับว่า ในยุคสตาลินนั้นเป็นยุคที่ชาวโซเวียตประสบความสำเร็จในชีวิตมากที่สุด โดยสามารถลดราคาอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค ลดอัตราการตายของเด็กในปี 1950 ลงมากกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับปี 1940 ขณที่จำนวนแพทย์เพิ่มขึ้น 1.5 เท่า จำนวนสถาบันวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น 40% มีสินค้าอุตสาหกรรมกับอาหารเกิดขึ้นมากมาย และไม่ได้ขาดแคลนสินค้าอย่างที่ชาติอื่นๆ เข้าใจกัน

ณ ตอนนั้น ชาวโซเวียตมีทางเลือกภายในร้านขายของชำมากกว่าในซูเปอร์มาร์เก็ตสมัยใหม่ในตอนนี้ คือมีผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพและมีความหลากหลายของสินค้าอุปโภคบริโภค มีหลักประกันการจ้างงาน มีที่อยู่อาศัยฟรี เพราะรัฐสวัสดิการ และไม่มีนักค้ากำไร ชาวรัสเซียส่วนใหญ่จึงให้คะแนนความเป็นอยู่ว่าดีที่สุดเท่าที่เคยมีผู้นำมา

ไม่รู้ว่าปริศนาที่ท่านผู้นำต้องการสื่อคือตรงนี้หรือไม่ ประเด็นว่า การเลือกตั้งนั้นไม่มีความสำคัญ แต่ความสำคัญอยู่ตรงที่ว่า จะนับเสียงของใคร ซึ่งสตาลินก็กล่าวเรื่องนี้บ่อยครั้งในช่วงของการประชุมสมัชชาพรรคบอลเชวิค หากดูตามปรากฏการณ์นี้ก็เห็นภาพตั้งแต่การนับคะแนนจนถึงการจัดตั้งรัฐบาลที่สอดคล้องกันดังที่กล่าวมา

หากเป็นเช่นที่ว่ามานั้น ท่านผู้นำที่นิยมอ่าน Animal Farm ก็กำลังพูดถึงความน่าจะเป็นที่สำคัญของภูมิรัฐศาสตร์ประเทศ เกี่ยวกับเสาหลักที่ 5 คือ ต้องพยายามไม่ให้ต่างชาติเข้ามาเรียกร้องหรือกดดันเรื่องสิทธิมนุษยชนและการต่อสู้กับฝ่ายตรงกันข้ามทางการเมือง เพราะจะนำมาซึ่งความอ่อนแอแก่รัฐ และหากแนวร่วมเสรีนิยมเกิดขึ้นในประเทศจำนวนมาก การปฎิรูปทางการเมืองก็อาจจะได้ตัวแทนของรัฐแบบ มิคาอิล กอร์บาชอฟ ซึ่งเป็นผู้นิยมตะวันตกคือ เสรีประชาธิปไตย ทั้งนี้ กอร์บาชอฟให้ความสำคัญในการลดขีปนาวุธเพื่อลดรายจ่ายด้านการทหาร โดยมุ่งจะยุติสงครามเย็นต่อกัน ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายทางภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศ และในที่สุดก็กลายเป็นผู้ทรยศต่อชาติ เกิดความล่มสลายของจักรวรรดิโซเวียต

ฉะนั้น รัฐจึงต้องค่อยๆ เปิดและค่อยๆ ปิดรับไปในเวลาเดียวกัน แต่ Animal Farm ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ น่าจะประสบปัญหาด้านการเพิ่มราคาสินค้า การลดจำนวนสถานประกอบการที่ดำเนินธุรกิจแปรรูป ซึ่งแตกต่างจากสตาลินและการเผชิญคู่แข่งทางภูมิรัฐศาสตร์ เพราะโซเวียตมีทรัพยากรและความได้เปรียบด้านระบบมากกว่าในเวทีสงครามการค้า 

ต้องดูกันต่อไปว่าแนวโน้มทางภูมิรัฐศาสตร์นั้นจะเป็นไปตามที่แนะนำใน Animal Farm หรือไม่ แต่ที่รู้คือ เวลาและพื้นที่ในหนังสือกับเรื่องจริงนั้น มีการจัดตั้งระบบกลไกการทำงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง


ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย

 

 

เรื่อง : ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย