ไม่ว่าเสพสื่อผ่านช่องทางออนไลน์หรือออฟไลน์ จะพบว่ามีข่าว EEC อยู่ในข่าวกระแสหลักบ่อยขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น ผม – พิพัฒน์​ ก็ยังเชื่อว่ามีผู้คนอีกมากที่ไม่รู้หรือขาดความเข้าใจว่า เมกะโปรเจ็กต์ EEC ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา คือแผนที่จะสร้างความเจริญก้าวหน้าให้ประเทศอย่างยิ่งยวด


ด้วยหน้าที่การงานทำให้ผมมีโอกาสได้พบปะและสัมภาษณ์ อภิชาต ทองอยู่ ประธาน EEC HDC หนึ่งในแกนหลักที่ผลักดันแนวทางการศึกษาแบบ Demand Driven เพื่อให้ผู้ที่เรียนจบออกมานั้นมีงานทำเพราะตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมต่างๆ และเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน รวมถึงอุดช่องโหว่ที่จะทำให้คนไทยว่างงาน/ตกงานอย่างที่แล้วๆ มา

Q : อาจารย์คาดการณ์ว่า นับจากปีนี้ การลงทุนในพื้นที่อีอีซีจะมีผลต่อจีดีพีและความต้องการแรงงานของประเทศอย่างไร

A : ภายใน 5 ปีนับจากปี 2562 การขยายตัวทางเศรษฐกิจจะขึ้นไปถึงระดับการลงทุนที่1.5 ล้านล้านบาท โดยจะผลักดันให้จีดีพี ไทยโตกว่าร้อยละ 5ซึ่งในปัจจุบันมีนักลงทุนยื่นเสนอการลงทุนมาราว 7 แสนล้านบาทแล้ว นั่นหมายถึง ความต้องการคนทำงานใน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายเพิ่มขึ้น เช่น หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมการบิน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร 

EEC Model 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย 12 S-curve

Q : อยากทราบถึงความพร้อม ปริมาณ และคุณภาพของแรงงานในพื้นที่อีอีซี ณ ปัจจุบัน

A : ขาดทั้งปริมาณและคุณภาพ ในด้านปริมาณ เราต้องการบุคลากรกว่า 4.7 แสนคน ในอีก 5ปีข้างหน้า เพื่อทำงานในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยต้องเร่งการผลิต พร้อมกับลดความสูญเสียจากรูปแบบการเรียนการสอนเดิมๆ ที่ไม่ตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมลงให้ได้ แล้วต้องยกระดับมาตรฐานการพัฒนาคนอย่างรวดเร็ว ซึ่งกรณีหลังนี่ต้องใช้มาตรฐานต่างๆ ในแต่ละสาขาการผลิตมาช่วยกำหนดให้เหมาะและทันต่อความเปลี่ยนแปลง รวมถึงให้สถาบันและผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเสริม เป็นการทำงานคู่กับหน่วยงานที่พัฒนามาตรฐานการศึกษาในไทย และยังต้องเร่งยกระดับบุคลากรสาขาต่างๆ ให้สูงขึ้นได้มาตรฐานสากลในทุกสาขาวิชาชีพด้วย

Q : อีอีซีมีแผนงานหรือโครงสร้างการบริหารและพัฒนาคนเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตอย่างไร

A : เราศึกษาและสำรวจความต้องการตามอุตสาหกรรมเป้าหมายก่อน เพื่อคาดการณ์กำลังคนที่ต้องการในแต่ละสาขาอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับมูลค่าการลงทุนในแต่ละด้าน จากนั้นดำเนินการจัดปรับการศึกษาให้เป็นแบบ Demand Drivenที่ต้องมีอุตสาหกรรมมารองรับ ร่วมจัดการศึกษา และให้ทุนผู้เรียน โดยทางอุตสาหกรรมจะได้ Incentive จากภาครัฐในกรณีที่มีการสนับสนุนการศึกษา ซึ่ง อีอีซี โมเดล (EEC Model) นั้น เราพัฒนามาจาก สัตหีบโมเดลขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำยุทธศาตร์และแผนปฏิบัติการรวม เพื่อกระจายความร่วมมือไปยังสถานศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษา โดยมีคณะประสานงานในทุกระดับร่วมขับเคลื่อน 

Q : คืบหน้าไปถึงไหน อย่างไร เป็นไปตามแผนหรือมีอุปสรรคไหมครับ

A : ปัจจุบันเรานำตัวเลขความต้องการทั้งหมดเสนอรัฐบาลแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงจัดปรับกระบวนท่าของการจัดการศึกษาให้ตรงตามความต้องการในเชิงกระบวนระบบและการพัฒนา ซึ่งเรื่อง ดิจิทัล สมารท์อิเล็กทรอนิกส์ และโรโบติกส์ ไปได้ดี มีความร่วมมือชัดเจนระหว่างกระทรวงดิจิทัล โดย DIPAซึ่งเป็นองค์กรที่กระทรวงดิจิทัลแนะให้ร่วมขับเคลื่อนกับส่วนมหาวิทยาลัยเครือข่ายในEEC HDC ส่วน พาณิชยนาวี นั้นไปได้ตามสภาพ ด้าน การบินกำลังประสานงานกับทุกองค์กรอยู่ ขณะเดียวกัน ระบบรางเพื่อขนส่งคนและของเราประสานกับองค์กรและสถาบันอยู่ หากกล่าวแบบสรุปก็คือ เรากำลังจัดให้สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งร่วมจัดการศึกษากับแต่ละอุตสาหกรรม แมตช์กันให้ครบทั้ง 12อุตสาหกรรมเป้าหมาย

EEC Model
หมายเหตุ : อยู่ระหว่างการวางแผนและดำเนินงาน

Q : ยกตัวอย่างความร่วมมือที่เกิดขึ้นแล้วได้ไหมครับ รวมถึงจุดเด่นของมหาวิทยาลัย และข้อตกลงที่ทำร่วมกับอุตสาหกรรม/ภาคเอกชน

A : มีมหาวิทยาลัยบูรพาที่เราให้เป็นศูนย์พัฒนาและบริการฝึกอบรม โดยมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวและระบบอัตโนมัติ (Automation) มหาวิทยาลัยเกษตรให้เป็นผู้นำเรื่อง พาณิชยนาวี มหาวิทยาลัยราชมงคลดึงจุดเด่นด้านโลจิสติกส์ นอกจากนี้ก็มีระบบเจ้าภาพร่วม ได้แก่ ม.ศรีปทุม – ม.บูรพาร่วมดูแลด้านดิจิทัล/ จุฬาลงกรณ์ฯ – พระจอมเกล้าฯระยอง รองรับด้านยานยนต์สมัยใหม่ม.บูรพา -วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี – ราชมงคล ธัญบุรีผนึกกำลังดูแลระบบราง / ม.เกษตร –ราชมงคล ร่วมมือกันด้านการบิน / ม.บูรพา – ม.เกษตร – ราชมงคลรับเรื่องแปรรูปอาหาร / จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย – ม.บูรพา – ม.ธรรมศาสตร์ พัทยาร่วมกันขับเคลื่อนการแพทย์ครบวงจร / สถาบันฟีโบ้ (FIBO)เป็นหัวหอกด้านหุ่นยนต์ ส่วน ม.บูรพา -มศว ประสานมิตรให้เป็นผู้นำด้านพัฒนาการศึกษา / ม.เกษตร – กองทัพดูแลด้านความมั่นคง

Q : ทราบว่ามีการสร้างเครือข่ายกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศด้วย

A : ครับด้านการประสานกับต่างประเทศ เราเชื่อมความร่วมมือผ่าน 2ทางคือ สถาบันเชื่อมกับอุตสาหกรรมต่างๆที่อยากผลิตบุคลากรตามความต้องการ กับ EEC HDC จัดเชื่อมกับ 6ประเทศเครือข่ายได้แก่ สวิสเซอร์แลนด์ เยอรมนี ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ จีน และญี่ปุ่น รวมทั้งการประสานผ่านสถาบันการศึกษาสำคัญในสหรัฐอเมริกา อย่าง สถาบันเอ็มไอที(Massachusetts Institute of Technology), มหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน (Carnegie Mellon University)


EEC Model


Q : งานลำดับถัดไปกับเป้าหมายที่ต้องการให้บรรลุผลของอาจารย์คือ?

A : จัดปรับการศึกษาในสถาบันเครือข่ายให้ร่วมกับอุตสาหกรรมทั้ง 12 กลุ่มเป้าหมาย เพื่อเชื่อมความร่วมมือสู่การกำหนดเป้าหมายและระบบการรับเด็กเข้าเรียน การจัดการเรียนการสอนที่ตอบสนองการศึกษายุค 4.0 และตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรม ทั้งในแง่คุณภาพ มาตรฐาน และการสื่อสาร เพื่อยกระดับคุณภาพคนและงาน ตลอดจนรายได้ของผู้เรียนในอนาคต

อีกส่วนหนึ่งคือ สร้างการฝึกอบรมระยะสั้น 3แบบ ได้แก่ New Skill, Up skill, Re skill ให้ทุกคนในวัยเรียนและวัยทำงานมีหลักสูตรทางเลือกที่จะช่วยยกระดับ ปรับทักษะการทำงานให้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็จัดปรับระบบการศึกษาเป็น ระบบ Credit Bank คือ ให้ผู้เรียนได้ทำงานและเรียนไปด้วย จึงไม่เสียโอกาสในการทำงานและรายได้ รวมถึงช่วยสถาบันการศึกษาปรับระบบให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ที่เป็นจริงด้วย

EEC Model

Q : สุดท้าย EEC HDC ที่อาจารย์กำลังเดินหน้าสุดกำลัง จะสร้างประโยชน์ให้แก่เยาวชนและคนไทยอย่างไร

A : ขอตอบเป็นข้อๆ นะครับ 1) ได้ปรับฐานการศึกษาในอีอีซีทั้งระบบ ให้มีการพัฒนาบุคลากรตรงตามความต้องการของงาน/อุตสาหกรรมที่ต้องการ ดังนั้น การตกงาน ว่างงาน จะหายไปจากบริบทหลังสำเร็จการศึกษา

2) ยกระดับคุณภาพการศึกษาสู่มาตรฐานสากล เพื่อพัฒนาคุณภาพและทักษะฝีมือ ตลอดจนพัฒนาการสื่อสาร เพื่อการมีงานทำในกลุ่มบุคลากรที่มีรายได้สูงขึ้น

3) สร้างบุคลากรทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพได้พอเพียง ตอบโจทย์การลงทุนเพื่อยกระดับเศรษฐกิจประเทศให้เป็นไปตามการพัฒนาที่วางไว้

4) มุ่งพัฒนาระบบการศึกษาทั้งแนวตั้งและแนวราบ หมายถึง การพัฒนาการศึกษาทุกระดับให้สอดรับกันตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงมหาวิทยาลัย พร้อมเน้นอาชีวศึกษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมและการพัฒนาประเทศ รวมถึงด้านพัฒนาประสิทธิภาพให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี 4.0 และโครงสร้างเศรษฐกิจยุคใหม่

5) เยาวชนทุกคนในระบบการศึกษาแบบอีอีซี โมเดล จะมีความรู้ตามมาตรฐานการเรียนการสอนที่ตรงตามความต้องการของตลาดงานและมีพัฒนาการต่อเนื่อง ตลอดจนการได้รับการอุดหนุนทางการศึกษาจากกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ และที่สำคัญ มีหลักประกันในด้านการมีงานทำกับรายได้ที่ดีหลังสำเร็จการศึกษา 

6) ช่วยลดความสูญเสีย –สูญเปล่าด้านการศึกษาในภาพรวมของประเทศได้ ทั้งยังช่วยให้ระบบการศึกษาได้รับการพัฒนา ปรับตัวไปในทิศทางที่สอดคล้องกับความรู้และเทคโนโลยีที่พัฒนาก้าวหน้าไปโดยไม่หยุดยั้ง รวมทั้งสร้างโอกาสให้สถาบันการศึกษาก้าวพ้นจากวิกฤตและการถูกดิสรัปชัน นอกเหนือจากนี้ การเชื่อมสถาบันการศึกษาเข้ากับอุตสาหกรรมและสถาบันที่อยู่แถวหน้าของโลก จะเสริมสร้างโอกาสการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยทั้งระบบได้อีกด้วย


ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่อง EEC Model และ EEC HDC แนะนำให้ย้อนอ่านบทความเหล่านี้

EEC HDC Wokshop ร่วมกับบุคลากรภาคการศึกษาในพื้นที่ ชี้ ‘หลักการ Demand Driven’ ช่วยการศึกษาไทยรอด

EEC HDC กับภารกิจปั้นบุคลากร 500,000 ตำแหน่ง ‘ดิจิทัล หุ่นยนต์ สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์’ มาแรง!!!

Analog vs Digital ยุคของความพลิกผันที่กระทบ ‘การงาน – การศึกษา’ นำมาสู่แผนพัฒนาโดย EEC HDC

EEC HDC…จบปุ๊บ ทำงานปั๊บ ไม่ต้องเตะฝุ่นเพราะถูก ‘หุ่นยนต์’ แย่งงาน!!!