ตามที่หลายฝ่ายวิเคราะห์มาก่อนหน้านี้ว่าแม้สงครามการค้าจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมการส่งออกของไทยในสินค้าบางรายการที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของจีนที่ถูกสหรัฐขึ้นอัตราภาษีนำเข้าจาก 10% เป็น 25% เมื่อจีนไม่สามารถส่งสินค้าเข้าสหรัฐได้เหมือนเดิม ยอดการสั่งซื้อวัตถุดิบจากไทยจึงน้อยลงตามไปด้วย

ในขณะเดียวกันเมื่อตลาดสหรัฐมีปัญหา จีนต้องพยายามหาตลาดอื่นมาทดแทน จึงอาจกระทบต่อยอดขายของสินค้าไทยในตลาดนั้นๆ ภาคการส่งออกปีนี้จึงอยู่ในอาการที่ต้องบอกว่าวิกฤตเป็นอย่างยิ่ง อาจทำให้มูลค่าการส่งออกไทยหายไป 5,600-5,700 ล้านเหรียญสหรัฐ 

เมื่อการส่งออกมีปัญหา เครื่องยนต์ที่จะถูกนำมาขับเคลื่อนทดแทนคือการลงทุน รัฐบาลจึงเน้นดึงนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาเพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะนักลงทุนที่ต้องการย้ายฐานการผลิตจากจีนหนีสงครามการค้า คาดว่านักลงทุนจากจีนและญี่ปุ่นจะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ย้ายฐานการผลิตจากจีนมายังประเทศไทย


สั่งบีโอไอจัดทีมล็อบบี้

แม้ประเทศไทยจะมีศักยภาพด้านทำเลการลงทุน แต่ต้องยอมรับว่าในระยะหลายปีหลังเวียดนามได้กลายเป็นดาวรุ่งที่ดึงดูดนักลงทุนเข้าไปจำนวนมาก นั่นคือหนึ่งในเหตุผลที่รัฐบาลต้องผุดโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซีให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนแห่งใหม่ของภูมิภาค

โดยก่อนหน้านี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงภาวะสงครามการค้าที่เกิดขึ้นว่าไม่ใช่มีแต่ด้านวิกฤต เพราะท่ามกลางความวิกฤตยังมีโอกาสซ่อนอยู่ เนื่องจากบริษัทต่างประเทศที่อยู่ในจีนเริ่มมองหาพื้นที่ลงทุนแห่งใหม่หนีผลกระทบจากสงครามการค้า โดยให้น้ำหนักกับ 2 ประเทศในภูมิภาคอาเซียนคือไทยและเวียดนาม โดยพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี จึงได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้จัดตั้งทีมพิเศษที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดึงนักลงทุนขึ้นมา 2 ทีม เข้าไปเจรจากับนักลงทุน 2 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มนักลงทุนจีนและนักลงทุนญี่ปุ่นที่ต้องการย้ายฐานออกจากจีน หาวิธีเชิญบริษัทเหล่านี้ให้มาลงทุนในไทยให้ได้


100 ซีอีโอเมืองกวางตุ้งส่องลู่ทางอีอีซี

ในระหว่างวันที่ 8-11 มิ.นี้ นายลี้ ชี เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และผู้ว่าการมณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้นำนักธุรกิจชั้นนำจากมณฑลกวางตุ้งกว่า 100 คน มาเยือนประเทศไทยเพื่อหาความร่วมมือทางเศรษฐกิจร่วมกันระหว่างไทยและกวางตุ้ง โดยเฉพาะการลงทุนในพื้นที่อีอีซี โดยนักธุรกิจกลุ่มนี้มีกำหนดการเดินทางไปดูความเป็นไปได้ในการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ในวันที่ 10 มิ.. และในวันที่ 11 มิ..จะมีการจัดสัมมนาร่วมกันกับหน่วยงานของไทย การเดินทางมาเยือนประเทศไทยของคณะนักธุรกิจจากมณฑลกวางตุ้งในครั้งนี้ ทำให้เห็นความเชื่อมโยงและความร่วมมือที่มีต่อเนื่องทางเศรษฐกิจระหว่างพื้นที่อีอีซีของไทยกับศูนย์กลางทางการเงินและธุรกิจแห่งใหม่ของจีน หรือ เกรตเตอร์เบย์ แอเรีย (Greater Bay Area) ที่ประกอบไปด้วยเขตเศรษฐกิจฮ่องกง มาเก๊า และ 9 เมืองในมณฑลกวางตุ้ง โดยมณฑลกวางตุ้งถือว่าเป็นหัวใจของเกรตเตอร์เบย์ แอเรีย เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการผลิตอุตสาหกรรมไฮเทค อุตสาหกรรมสมัยใหม่ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของจีน มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่ภาคการผลิตของจีนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า มีแนวโน้มย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย


5 เดือนเปิดขยายโรงงานในอีอีซียอดพุ่ง

นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวถึงยอดการขอตั้งโรงงานใหม่และขยายโรงงานในเขตอีอีซีในรอบ 5 เดือนแรกของปี 2562 (..-..) ครอบคลุม 3 จังหวัดคือ ชลบุรี ระยองและฉะเชิงเทรา มียอดการขอประกอบและขยายกิจการโรงงานสูงถึง 209 โครงการ มีเงินลงทุน 63,651 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีเงินลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 320% และสูงกว่าในปี 2560 ที่มีเงินลงทุน 2.3 หมื่นล้านบาท คาดว่าในปี 2562 อีอีซีจะมียอดการจัดตั้งและขยายโรงงานสูงกว่า 1 แสนล้านบาท เป็นการลงทุนตั้งกิจการใหม่ 80% และขยายโรงงาน 20% ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ทำให้มีการจัดตั้งและขยายกิจการโรงงานเนื่องจากมีการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งต้องการซัพพลายเออร์และพันธมิตรทางธุรกิจจำนวนมาก


คต.จับตาป้องกันการสวมสิทธิ์

แม้การเปิดและขยายโรงงานในอีอีซีจะแสดงให้เห็นถึงมิติการลงทุนที่มีอนาคตสดใส แต่ดังคำโบราณว่าไว้ในดีมีเสีย ในเสียมีดีการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนจากต่างประเทศ แม้จะช่วยสร้างเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็อาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีบางโรงงานแอบแฝงมาใช้ฐานประเทศไทยเปิดโรงงานเพื่อนำสินค้าจีนมาแอบอ้างถิ่นกำเนิดเป็นสินค้าไทยส่งออกไปสหรัฐ หลีกเลี่ยงการถูกขึ้นภาษีนำเข้า โดยนายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า กรมฯ ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบสถานประกอบการสินค้าอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของถิ่นกำเนิดสินค้าที่ส่งออกไปสหรัฐ และหากพบว่าสินค้าส่งออกไปสหรัฐไม่ได้ถิ่นกำเนิดไทย ก็จะประสานกับศุลกากรสหรัฐ และดำเนินการกับผู้ประกอบการที่กระทำไม่ถูกต้อง เพราะต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สินค้าไทยที่ส่งออกไปสหรัฐ และป้องกันผลกระทบกับผู้ประกอบการไทยที่ผลิตสินค้าถูกต้องตามกฎถิ่นกำเนิดสินค้าที่จะไม่ถูกสหรัฐขยายมาตรการทางการค้าและสามารถส่งสินค้าไปเจาะตลาดสหรัฐแทนสินค้าจากจีนที่ถูกใช้มาตรการทางการค้าได้เพิ่มมากขึ้น


เรื่องโดย : ประกายดิน