ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา ชีวิตของพวกเราทุกคนง่ายและสะดวกสบายขึ้นมาก ด้วยวิธีการจ่ายเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีหลากหลายรูปแบบให้เลือก ไม่ว่าจะทำธุรกรรมทางการเงินผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร หรือจะจ่ายเงินด้วยวิธีที่ทางภาครัฐสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดขึ้นอย่าง พร้อมเพย์ รวมถึงการจับจ่ายผ่านการสแกน QR code ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งบ่งบอกว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ สังคมไร้เงินสด Cashless Society กันแบบเต็มตัวแล้ว


รายงานแบงค์ชาติ ยืนยัน 2559-2561 คนไทยจับจ่ายคล่องมือ เพราะนวัตกรรมการจ่ายเงินยุค สังคมไร้เงินสด Cashless Society

หากอ้างอิงตามรายงานฉบับล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงค์ชาติ จะเห็นว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ สังคมไร้เงินสด เต็มตัว เพราะภาพรวมของรูปแบบการชำระเงินในบ้านเราช่วงที่ผ่านมา พบว่าเปลี่ยนแปลงเข้าสู่การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์หรือ Digital payment อย่างเห็นได้ชัด

โดยตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปี 2561 พบว่าการใช้ Digital payment ของไทยมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีการใช้บริการชำระเงิน-โอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถืออย่างแพร่หลาย ข้อมูลเชิงสถิติชี้ให้เห็นชัดเจนว่า อัตราการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เติบโตเฉลี่ยถึงร้อยละ 116 ต่อปี ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญ มาจากการขับเคลื่อนของหลายภาคส่วน ภายใต้แผน National e-payment Master plan

ข้อมูลสถิติจากรายงานฉบับเดียวกันนี้ยังยืนยันว่า การใช้ e-Payment ต่อประชากร ในปี 2559 มีการใช้งานจำนวน 49 รายการ/คน/ปี มาในปี 2560 พบมีการใช้งานเพิ่มเป็น 63 รายการ/คน/ ปี และในปีที่ผ่านมามีจำนวนการใช้งานเพิ่มเป็น 89 รายการ/คน/ปี

โดยปริมาณการใช้ Digital payment ที่สูงขึ้นส่วนใหญ่เติบโตต่อเนื่องถึง 83 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ยังพบว่าในปี 2559 มีการใช้งาน Digital payment จำนวน 3,205 ล้านรายการ ต่อมาในปี 2560 มีการใช้งานเพิ่มขึ้นเพิ่มเป็น 4,171 ล้านรายการ และในปี 2561 ที่ผ่านมา มีปริมาณการใช้งานเพิ่มสูงขึ้นเป็น 5,868 ล้านรายการ ส่งผลให้ตัวเลข Mobile Internet Banking เติบโตสูงถึง 263 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาอีกด้วย


จับจ่ายง่ายขึ้นอีกด้วย ไบโอเมทริกซ์ เพย์เมนต์ Biometric Payment นวัตกรรมการจ่ายเงินใหม่แห่งยุค

มาในวันนี้ สังคมไร้เงินสด Cashless Society จะสะดวกสบายไปอีกขึ้น ด้วยนวัตกรรมการจ่ายเงินใหม่ล่าสุด ที่ นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด ผู้นำการให้บริการเป็นที่ปรึกษาแก่ลูกค้าในการสร้างนวัตกรรมทางดิจิทัล ได้มาอัปเดตให้ฟังถึงฟังก์ชันการใช้งานสุดล้ำ ที่แม้เดินตัวเปล่า ก็จ่ายเงินได้

นายพชร อารยะการกุล // www.newsplus.co.th

“ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่ยุคสังคมไร้เงินสดเต็มรูปแบบในอีก 5 ปี แต่ซึ่งที่จะตามมาหลังจากนั้นคือนวัตกรรมการจ่ายเงินที่ง่ายยิ่งกว่า คือการจ่ายเงินแบบไม่ต้องใช้เงินสด ไม่ต้องใช้บัตร ไม่ต้องใช้มือถือ นั้นก็คือ Biometric Payment ซึ่งเป็นการจ่ายเงินโดยใช้อัตลักษณ์ของผู้จ่ายเป็นสิ่งยืนยันตัวตน เช่น หน้าตา ลายนิ้วมือ เสียง ม่านตา เส้นเลือด เป็นต้น”

ซีอีโอ บลูบิค กรุ๊ป ยังได้อธิบายเพิ่มเติมถึงความเจ๋งของนวัตกรรมใน สังคมไร้เงินสด Cashless Society ใหม่ล่าสุดนี้เพิ่มเติมว่า ประโยชน์หลักของการใช้จ่ายเงินแบบ Bio-payment คือ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องจำรหัสลับ ไม่ต้องพกบัตร อุปกรณ์อื่นๆ อย่างมือถือ แท็บเล็ต เพื่อใช้จ่ายเงินอีกต่อไป ทำให้เกิดความสะดวกสบายในการจับจ่ายได้มากขึ้น และยังส่งผลให้การจ่ายเงินสามารถทำได้รวดเร็วและง่ายมากยิ่งขึ้นด้วย นับเป็นการให้ประสบการณ์ในการจ่ายเงินที่ดีกว่ารูปแบบที่เคยมีอยู่เดิมให้กับลูกค้าและผู้ใช้งาน

แต่อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ที่ลูกค้าหรือผู้ใช้งานจะได้รับจะแตกต่างกันไปตามโหมดของการใช้งาน เช่น การใช้ลายนิ้วมือ ซึ่งเป็นโหมดที่เป็นทางเลือกในการจ่ายเงิน ทว่า ทุกวันนี้ ก็ต้องยอมรับว่ายังคงมีผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งซึ่งมากถึง 15% มีปัญหากับการใช้ลายนิ้วมือในการจ่ายเงิน และพวกเขายังคงไม่ไว้วางใจการใช้งานโหมดดังกล่าว


พัฒนาเรื่อง ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล อีกนิด ไบโอ เพย์เมนต์ ก็จะครองใจผู้บริโภคได้

ดังนั้น คุณพชร จึงวิเคราะห์เพิ่มเติมว่า การนำ Bio-payment มาใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม ยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่จะใช้นวัตกรรมนี้ เพราะต้องยอมรับว่าอัตลักษณ์ของแต่ละคนนั้นไม่ใช่ความลับ และอาจจะมีการพยายามทำเลียนแบบเพื่อโจรกรรมขโมยการใช้จ่ายจากเจ้าของตัวจริง

ด้วยเหตุนี้การพิสูจน์ตัวตน เพื่อยืนยันว่าข้อมูลอัตลักษณ์นั้นเป็นของเจ้าตัวจริงๆ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก ความถูกต้องและการได้มาของข้อมูลไบโอเมตริกซ์รวมถึงองค์ประกอบทางเทคโนโลยีและการรักษาความลับของระบบข้อมูล จึงเป็นสิ่งสำคัญมากในการทำระบบ Bio-payment เนื่องจากข้อมูลการจ่ายแบบ Bio-payment เป็นข้อมูลไม่เป็นความลับ แต่เป็นข้อมูลที่แสดงรูปพรรณสัณฐานของบุคคลและต้องได้รับการปกป้องตามกฎหมายที่เกี่ยวกับความเป็นส่วนบุคคล

ที่ผ่านมา สหภาพยุโรป หรือ EU ได้ให้แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไว้เมื่อปี 2555 โดยแนะนำว่า ข้อมูลไบโอเมตริกซ์ควรได้รับการดูแลในรูปแบบของข้อมูลที่มีความ sensitive มากกว่าเป็นเพียงแค่ข้อมูลส่วนตัว

“กลุ่มธุรกิจธนาคารจำเป็นต้องมีการลงทุนหรือหาพันธมิตรด้าน Biometric authentication เพื่อสร้างบริการ Payment ที่มีประสิทธิภาพด้านการใช้งาน สามารถใช้งานเทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดและเกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งมีความปลอดภัยสูงสุด ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Payment ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์สำคัญที่ช่วยดึงฐานลูกค้าเข้าสู่ธนาคาร จึงควรเร่งสร้างและเสริมแกร่งด้าน Customer biometric authentication รวมทั้งยังควรลงทุนอบรมภายใน จับมือกับพันธมิตร เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ทาง Digital business ecosystem ของธนาคาร”

นอกจากนี้ ยังควรขยายการลงทุนด้านกระบวนการทำงานด้านเอกสารและการพิสูจน์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อให้ทุกหน่วยงานในธนาคารพร้อมปรับเปลี่ยนและให้บริการลูกค้าด้วยนวัตกรรมใหม่นี้เมื่อถึงเวลา ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมค้าปลีก ควรเริ่มศึกษาการนำ Bio-payment มาใช้ด้วย

เพราะในอนาคต เมื่อมีการใช้งานแพร่หลายมากขึ้น การเตรียมพร้อมออกแบบกระบวนการการจ่ายเงินให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของลูกค้าแบบราบรื่น ไร้รอยต่อจะกลายเป็นแต้มต่อทางธุรกิจ ช่วยสร้างความแตกต่างในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เพิ่มความรวดเร็ว ลดระยะเวลาในการจ่ายเงิน ลดต้นทุนพนักงานลงได้ในที่สุด ซีอีโอ บลูบิค กรุ๊ป กล่าวแนะนำในที่สุด


ที่มา : รายงานข่าวเรื่อง “Bio-payment มิติใหม่ของการจ่ายเงินยุคสังคมไร้เงินสด” เผยแพร่ในเว็บไซต์ Newsplus (5 มิถุนายน 2562)


อัปเดต นวัตกรรมโดนใจแห่งยุค Cashless Society กันต่อ

ยินดีต้อนรับสู่ ‘สังคม Subscription’ ทำชีวิตให้ง่ายขึ้นได้อีก ด้วยกล่องสินค้าตามสั่งออนไลน์ ส่งถึงหน้าบ้านในเวลาที่ต้องการ

เจาะพฤติกรรมคนไทย ‘ช็อปออนไลน์’ ไม่แพ้ชาติใดในโลก ดันธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยโตเป็นอันดับ 3 ของโลก

5 กลยุทธ์การตลาดโดนใจ ‘คนขายของออนไลน์’ อยากให้เงินเข้ากระเป๋าตลอดหยุดยาว ลูกค้าไม่หาย ฟังทางนี้!