สาลิกาคาบข่าว Vol.161/62

118

สมคิดชี้!

ผู้ว่ามณฑลกวางตุ้งเยือนไทย

เชื่อมการลงทุนระดับโลก

www.thaigov.go.th

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ระบุหลังเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และผู้ว่าการมณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมนักธุรกิจจากมณฑลกวางตุ้งกว่า 100 คนเข้าหารือพล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีซึ่งการนำคณะมาเยือนไทยครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของไทยในสายตาของจีน และส่วนตัวมองว่าประเทศไทยอยู่ในจุดที่ดีมาก โดยเฉพาะเรื่องการลงทุนกับต่างประเทศ โดยมณฑลกวางตุ้งในตอนนี้ถือว่ามีระดับการพัฒนาสูงที่สุดของจีน มีผู้ประกอบการระดับดาวรุ่งของโลก การที่เขาพาคณะมาในเมืองไทย สื่อให้เห็นถึงความสำคัญของไทยกับทางมณฑลกวางตุ้ง ทั้งนี้จีนกำลังผลักดันให้โครงการ Greater Bay Area (จีบีเอ) ซึ่งประกอบด้วย กวางตุ้ง ฮ่องกง มาเก๊า เป็นหัวหอกเชื่อมโยงอาเซียน และเชื่อมโยงกับโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (One Belt, One Road) ซึ่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ได้เรียนกับนายกฯว่า ให้ความสำคัญกับเมืองไทยมาก และอยากกระชับความสัมพันธ์ ทั้งทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์และการลงทุน รวมถึงการท่องเที่ยว ซึ่งเมืองไทยอยู่ในจุดที่ดีมาก เรามีสัมพันธ์ที่ดีกับจีนและทุกประเทศ อยากให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี คนไทยจะได้รับประโยชน์

EEC HDC ผนึก สถาบัน

เพิ่มผลผลิตแห่งชาติแชร์ข้อมูล

ร่วมพัฒนาบุคลากร

วันนี้ (10 มิ..) ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างนายพานิช เหล่าศิริรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ กับ นายอภิชาต ทองอยู่ ประธาน EEC HDC โดยได้หารือถึงการสร้างความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรให้ทันกับความต้องการและมีประสิทธิภาพสูงสุด ตามนโยบายของภาครัฐ โดยทาง EEC HDC ได้เสนอให้สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติให้ข้อมูลในส่วนที่ได้ดำเนินการเพิ่มผลิตให้กับหน่วยงานต่างๆมาเชื่อมกับกระทรวงแรงงาน และส่วนที่ EC HDC ได้มอบให้คณะภูมิศาสตร์สารสนเทศ มหาวิทยาลัยบูรพา จัดทำระบบบิ๊กดาต้าเพื่อใช้ในการวางแผนพัฒนาบุคลากรและติดตามความต้องการแรงงานของ 10 S Curve ใน EEC  ขณะเดียวกันจะนำข้อมูลที่สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติดำเนินการร่วมกับธนาคารโลก เรื่องดัชนีเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตของประเทศ นำมาปรับใช้ในการพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ แม่นยำ และสัมฤทธิ์ผลตามต้องการ นอกจากนี้ทั้งสองหน่วยงานยังได้จัดทำความร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และคณะกรรมการประสานงานการศึกษาอาชีวะและอุดมศึกษา เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกันอย่างเป็นระบบ  รวมถึงมอบหมายให้สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ช่วยจัดฝึกอบรมเรื่องการเพิ่มผลผลิตในระบบการศึกษาให้อาจารย์ในสถาบันในพื้นที่ เพื่อเพิ่มผลผลิตบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายต่อไป

สรรพากรคงแวต 7%

ไม่ปรับเพิ่มหรือลด

หวั่นสูญรายได้ 7 หมื่นล้าน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยในงานประชุมผู้บริหารสรรพากรพื้นที่ทั่วประเทศ กลางปีงบประมาณ 2562 ในส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือแวต ยังไม่มีแนวคิดที่จะปรับอัตราขึ้นหรือลงจากปัจจุบันจัดเก็บอยู่ที่ร้อยละ 7 เนื่องจากเศรษฐกิจขณะนี้อยู่ในภาวะชะลอตัว ดังนั้น หากมีการปรับลดแวตลงร้อยละ 1 จะทำให้สูญเสียรายได้กว่า 70,000 ล้านบาท อาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี โดยกรมคาดการณ์ว่าปีนี้จะสามารถจัดเก็บภาษีได้เป้าหมายที่ตั้งไว้ 2 ล้านล้านบาท หลังจาก 8 เดือนแรกของปีงบประมาณจัดเก็บรายได้ 1.2 ล้านล้านบาท เกินเป้าแล้วกว่า 38,000 ล้านบาท ถือเป็นการเกินเป้าครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนกระบวนการดิจิทัลและการจัดเก็บข้อมูล ทำให้จัดเก็บรายได้สูงขึ้น โดยเฉพาะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล แม้ว่าในช่วงครึ่งปีหลังอาจจะมีการจัดเก็บรายได้ภาษีลดลงไปบ้างก็ตาม ขณะเดียวกันยังได้เข้มงวดกับการโกงหรือหลบเลี่ยงภาษีจากการวิเคราะห์ข้อมูลใหม่ของกรมด้วย

คน.เรียกเคลียร์!

บริษัทยางรถยนต์ขายแพงลิ่ว

สวนทางราคายางดิบ

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้กรมกำลังติดตามการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการ ซึ่งใช้วัตถุดิบการเกษตรในการผลิต โดยดูถึงความสมเหตุสมผลของต้นทุนราคาวัตถุดิบกับราคาจำหน่ายสินค้าสำเร็จรูป เบื้องต้นผลิตภัณฑ์หลายรายการมีการเคลื่อนไหวด้านราคาไม่สมเหตุสมผล อาทิ ล้อยางรถยนต์ ซึ่งได้รับการร้องเรียนจากประชาชนถึงราคาจำหน่ายล้อยางรถยนต์มีการปรับราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง บางยี่ห้อสูงถึงเส้นละ 8 พันบาท ขณะที่ราคายางพาราไม่ได้สูงขึ้น และที่ผ่านมาราคาต่ำกว่า 50 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้น จึงได้สั่งการให้เชิญผู้ผลิตและจำหน่ายยางรถยนต์มาชี้แจงต้นทุนและสถานการณ์การค้า รวมถึงขอความร่วมมือในการตั้งราคาที่สอดคล้องกับต้นทุนผลิตที่แท้จริง โดยปัจจุบันจะมีผู้ผลิตและจำหน่ายยางรถยนต์รายใหญ่ไม่ถึง 10 ราย จึงเชื่อว่าจะได้รับความร่วมมืออย่างดี

ซานฟรานซิสโก’ ห้ามนำเข้า

ภาชนะเคลือบสาร PFAS หวั่นมะเร็ง

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า นายกเทศมนตรีเมืองซานฟรานซิสโก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้แก้ไขกฎหมาย Environment Code – Single-Use Food Ware Plastics, Toxics, and Litter Reduction โดยสาระสำคัญของกฎหมายฉบับแก้ไขใหม่ที่ 201-18 ไม่อนุญาตให้ใช้สาร Perfluoroalkyl and Polyfluoroalkyl Substances (PFAS) ในผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานครั้งเดียว เช่น ชาม ภาชนะบรรจุ ส้อม มีด ฝาปิดภาชนะ ผ้าเช็ดปาก จาน ช้อน หลอด ถาด อุปกรณ์เสริมสำหรับภาชนะบรรจุอาหารแบบใช้ครั้งเดียว แต่ไม่รวมวัสดุที่ทำจากอะลูมิเนียมทั้งหมดหรือเครื่องทำโพลีสไตรีนโฟมแบบเย็นและตู้แช่น้ำแข็ง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป สำหรับสาร PFAS เป็นสารเคมีที่ใช้กันอย่างกว้างขวางในหลายผลิตภัณฑ์ เช่น ที่เคลือบกระทะป้องกันอาหารติดกระทะ ถุงสำหรับไมโครเวฟ และบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ครั้งเดียว เป็นต้น

คิงเพาเวอร์คว้าดิวตี้ฟรี

3 สนามบินภูมิภาค

ชนะคู่แข่งขาดลอย

หลังคว้าชัยชนะในการประมูลพื้นที่จำหน่ายสินค้าปลอดอากร หรือ ดิวตีฟรี ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปแล้วก่อนหน้านี้ ล่าสุด บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ก็สามารถชนะประมูลโครงการบริหารพื้นที่ปลอดอากร 3 สนามบินภูมิภาค (ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่โดยผลการพิจารณาพบว่าผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดอันดับ 1 บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ได้คะแนนรวม 96 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อันดับ 2 คือ บริษัทโรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้คะแนน 86 คะแนน และอันดับ 3 บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้คะแนน 84 คะแนน โดยขั้นตอนดำเนินงานหลังจากนี้ ทอท. จะสรุปผลการพิจารณาทั้งหมด เสนอคณะกรรมการพิจารณารายได้ ทอท. ในวันที่ 12 มิ..นี้ ก่อนเสนอบอร์ด ทอท. เห็นชอบวันที่ 19 มิ..ที่จะถึงนี้

ฮ่องกงเมินม็อบ

เดินหน้ากฎหมาย

ส่งผู้ร้ายข้ามแดนเข้าสภาฯ

เมื่อวัน 10 มิถุนายน สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นางแคร์รี แลม ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประกาศเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติฮ่องกงในวันพุธที่ 12 มิถุนายนนี้ แม้จะเผชิญการต่อต้านครั้งใหญ่จากกลุ่มผู้ประท้วงชาวฮ่องกงนับล้านที่พากันออกมาแสดงการต่อต้านร่างกฎหมายฉบับนี้ที่ถูกมองว่าจะเป็นการเปิดทางให้มีการส่งตัวผู้ต้องสงสัยไปดำเนินคดีในประเทศจีนได้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้เมินเฉยต่อปฏิกิริยาต่อต้านของประชาชน หากแต่ได้ยอมโอนอ่อนให้อย่างเต็มที่แล้ว เพื่อเป็นการรับรองว่าเสรีภาพของฮ่องกงจะได้รับการคุ้มครองและการปกป้องสิทธิมนุษยชนจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมถึงยังยืนยันว่าไม่ได้รับคำสั่งใดๆจากรัฐบาลปักกิ่งให้จัดทำร่างกฎหมายฉบับนี้