สัตว์การเมือง (ตอนที่ 4)

อำนาจแบบที่ 1 “นโปเลียน”

“… “นโปเลียน” หมูผู้สถาปนาตนเองเป็นผู้นำสูงสุดของ Animal Farm ภายหลังการปฏิวัติลุกฮือของสัตว์ทั้งหมด และยึด Manner Farm จาก “นายโจนส์” …”

“… “นโปเลียน” ได้แอบเอาลูกหมาไปฝึกให้มีนิสัยดุร้าย เพื่อมาเป็นกองกำลังส่วนตัว และใช้ในการค้ำจุนอำนาจ หลังจากใช้สังหาร “สโนว์บอล” ที่เสนอแผนการสร้างโรงไฟฟ้ากังหันลมเพื่อช่วงชิงความนิยมในหมู่สัตว์กับเขา และก็ใช้ฝูงสุนัขนี้ ข่มขู่สัตว์อื่นๆ ให้หวาดกลัว หลังจากนั้น ก็รวบอำนาจเบ็ดเสร็จมาอยู่ในมือ บริหารฟาร์มด้วยอำนาจเผด็จการโหดร้าย…” 

“…ความเจ้าเล่ห์คดโกงและเป็นนักฉวยโอกาสของ “นโปเลียน” ตั้งแต่เริ่มต้น ถือได้ว่าเป็นการทรยศต่อสัตว์ทั้งปวง “นโปเลียน” ไม่ได้ช่วยร่าง “ลัทธิสัตว์” ไม่มีส่วนร่วมในการลุกฮือปฏิวัติ ไม่เคยต่อสู้แบบเสี่ยงตาย ไม่สนใจทำ Animal Farm ให้เจริญรุ่งเรือง สนใจเพียงแต่การมีอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ และใช้ชีวิตอย่างสุขสบายใน Animal Farm…” 

การเมืองของสัตว์, วิเชียร อติชาตการ, 2561, สำนักพิมพ์โรนิน, พิมพ์ครั้งที่ 2, แปลจาก Animal Farm, George Orwell, 1945

เราสามารถพบเห็น “นโปเลียน” ได้ในลักษณะนิสัยของ “ผู้นำ” ทุกประเทศบนโลกใบนี้ ไม่ว่าชาติเหล่านั้น จะปกครองด้วยระบอบเผด็จการทหารฟาสซิสต์ สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ หรือประชาธิปไตยโลกเสรี

“… “นโปเลียน” เปรียบได้กับ “โจเซฟ สตาลิน” หรือ นักการเมืองทรราช ซึ่งโผล่มาให้เห็นเนืองๆ ในศตวรรษที่ 20…”

ผมคิดว่า “ผู้นำแบบนโปเลียน” มีแต่ตั้งแต่ยุคโบราณ ก่อนศตวรรษที่ 20 และในศตวรรษที่ 21 หรือในอนาคตข้างหน้าหลังจากนี้ ก็ยังจะมี “ผู้นำแบบนโปเลียน” และ “อำนาจแบบนโปเลียน” ซึ่งผมหมายถึง “อำนาจแบบที่ 1” ดังได้กล่าวไป เกิดขึ้นอย่างไม่มีวันจบสิ้น

ตราบใดที่ “ประชาชน” วางเฉยกับ “อำนาจแบบนโปเลียน”

animal farm


อำนาจแบบที่ 2 “สโนว์บอล”

“…“สโนว์บอล” หมูผู้มีอุดมการณ์ ผู้ทำให้ Animal Farm เจริญรุ่งเรือง ทำให้สัตว์ทั้งหลายมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย “สโนว์บอล” เฉลียวฉลาด พูดจาคล่องแคล่ว มีวาทศิลป์ รับหน้าที่สอนหนังสือ รวบรวมคำสอนและปรัชญาของหมูเฒ่า “เมเจอร์” มาแปลเป็น “ลัทธิสัตว์” ให้สัตว์ต่างๆ ในฟาร์มเข้าใจได้ง่ายๆ …”

“… “สโนว์บอล” ต้องช่วงชิงอำนาจการปกครองกับ “นโปเลียน” หลังจากการปฏิวัติ แต่พ่ายแพ้ และต้องถูกกองกำลัง “เกเปอู” หรือ “ตำรวจลับ” สุนัขทั้ง 9 ของ “นโปเลียน” สังหารไปในที่สุด หลังจากนั้น “สโนว์บอล” ได้กลายเป็นแพะรับบาปตลอดทุกครั้งที่มีความเสียหายต่างๆ เกิดขึ้น เช่น การพังทลายของโรงกังหันลม…”

“สโนว์บอล” เปรียบได้กับ “ผู้นำในอุดมคติ” ของ “ประชาชน” ไม่ว่าจะในประเทศใดๆ ก็ตาม และไม่ว่าชาติใดๆ ก็ตาม ไม่ว่าชาติหรือประเทศเหล่านั้นจะปกครองด้วยระบอบเผด็จการทหารฟาสซิสต์ สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ หรือประชาธิปไตยโลกเสรี

“… “จอร์จ ออร์เวลล์” สมมุติให้ “สโนว์บอล” เป็น “ลีออง ทรอตสกี้” ในท้องเรื่อง Animal Farm…”

เราสามารถพบเห็นคนอย่าง “ลีออง ทรอตสกี้” หรือ “สโนว์บอล” ได้เสมอ ไม่ว่าจะในศตวรรษที่ 19 ศตวรรษที่ 20 ศตวรรษที่ 21 หรือศตวรรษที่ 22 ครับ


อำนาจแบบที่ 3 “สควีลเลอร์”

“… “สควีลเลอร์” หมูผู้ปลิ้นปล้อน จอมกะล่อน แบบสาลิกาลิ้นทอง มักพูดโฆษณาชวนเชื่อให้สัตว์ในฟาร์มหันมาสนับสนุนการปกครองของ “นโปเลียน” ใช้ศัพท์แสง และตัวเลขสถิติยากๆ มาทำให้สัตว์ต่างๆ เกิดความสับสน ใช้ตรรกะมั่วๆ มาอธิบายว่า หมูต้องใช้สมองบริหารฟาร์ม จึงต้องเอานม แอปเปิ้ล และผลผลิตอื่นๆ ไปกินเพื่อบำรุงสมองและร่างกาย แถมยังบิดเบือน “ลัทธิสัตว์” จากขาวเป็นดำ จากดำเป็นขาว ใส่สีตีไข่ ครึ่งต่อครึ่ง เพื่อใช้อธิบายทุกครั้งที่พวกหมูอ้างสิทธิพิเศษในฟาร์ม เช่น

  • สัตว์ต้องไม่นอนบนเตียง เปลี่ยนเป็น สัตว์ต้องไม่นอนบนเตียง (ที่มีผ้าปูที่นอน)
  • สัตว์ต้องไม่ดื่มเหล้า เปลี่ยนเป็น สัตว์ต้องไม่ดื่มเหล้า (จนเมามาย)
  • สัตว์ต้องไม่ฆ่ากันเอง เปลี่ยนเป็น สัตว์ต้องไม่ฆ่ากันเอง (โดยไร้เหตุผล)
  • สัตว์ทั้งหมดเสมอภาคกัน เปลี่ยนเป็น สัตว์ทั้งหมดเสมอภาคกัน (แต่มีบางตัวเสมอภาคมากกว่าตัวอื่น) …”

“…แม้กระทั่งตอนจบเรื่อง ที่หมูเริ่มเดินด้วยสองขาหลังเหมือนมนุษย์ที่สัตว์ในฟาร์มเคยรังเกียจ และปฏิวัติยึดอำนาจมา แถมในช่วงหลัง หมูยังค้าขายกับมนุษย์ จนสัตว์เริ่มงง และสับสน จะสั่งพวกแกะ “สควีลเลอร์” จะสั่งพวกแกะให้ตะโกนสโลแกนมั่วๆ จากสี่ขาดี สองขาเลว เปลี่ยนเป็น สี่ขาดี สองขาดีกว่า …”

“… “จอร์จ ออร์เวลล์” หยิบเอา “สควีลเลอร์” มาเทียบกับวิธีการที่ผู้มีอำนาจทั้งหลายมักใช้โวหารและตัวเลขโคมลอย มาใช้โกหกบิดเบือนความจริงทุกอย่าง เพื่อหลอกให้สัตว์เชื่อ ทำให้ปกครองง่าย “สควีลเลอร์” มีอยู่ในทุกสังคม ทุกยุค ทุกสมัย ในประวัติศาสตร์ชาติไทย ก็ปรากฏให้เห็นเนืองๆ โดยเฉพาะในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา มีการใช้โวหารตีฝีปากสร้างวาทกรรมบิดเบือนข้อมูลคำโตบ่อยๆ เพื่อหลอกผู้ที่อยู่ไกลข้อมูลข่าวสารให้หลงเชื่อ และปกครองง่าย…”

“จอร์จ ออร์เวลล์” บอกว่า “สควีลเลอร์” เปรียบเสมือนสื่อมวลชน ผู้โฆษณาชวนเชื่อของ “พรรคคอมมิวนิสต์” ครับ


อยากรู้เรื่องราวและตัวละครใน Animal Farm มากกว่านี้ อ่านบทความย้อนหลังตั้งแต่ตอนแรกถึงตอนที่ 3

สัตว์การเมือง (ตอนที่ 3) : “สหายนโปเลียนทำอะไรก็ถูกหมด” คติพจน์ของ “บ็อกเซอร์” ชนชั้นกรรมาชีพผู้ซื่อสัตย์

สัตว์การเมือง (ตอนที่ 2) : แล้วชีวิตก็จะดำเนินไปเหมือนอย่างที่เคย คือแสนลำเค็ญ “เบนจามิน” ได้กล่าวไว้

สัตว์การเมือง (ตอนแรก) : ไม่ว่าใครจะมาปกครอง ชีวิตของ “เบนจามิน” และ “ประชาชน” ก็ยากลำบากเหมือนเดิม