ปัญหาขยะ เป็นหนึ่งในความวิกฤตของหลายพื้นที่ซึ่งก่อให้เกิดขยะสะสมจนกลายเป็นมลพิษ ดังที่มีรายงานสถานการณ์ขยะมูลฝอยชุมชนของประเทศไทยปี 2559 พบว่า มีปริมาณการเกิดขยะรวมกันทั้งประเทศ 27.06 ล้านตันต่อปี เทียบเท่าตึกใบหยก 2 จำนวน 140 ตึก คิดเป็นประมาณ 74,130 ตันต่อวัน เฉลี่ยเป็นปริมาณขยะ 1.14 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ยังไม่รวมขยะตกค้างสะสมที่เพิ่มขึ้นทุกปีไม่ต่ำกว่าปีละ 10 ล้านตัน

เห็นตัวเลขแล้วต้องบอกว่าน่าตกใจจริงๆ

อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าว คงต้องยกเว้นสำหรับจังหวัดระยอง ที่ได้รับการยอมรับว่ามีระบบการกำจัดขยะได้อย่างดีเยี่ยมจนกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบด้านการจัดการขยะครบวงจรของประเทศซึ่งต้องยกนิ้วให้กับวิสัยทัศน์ของ ปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและทีมงาน ที่กระโดดลงมารับเป็นเจ้าภาพงานนี้แบบเต็มตัว


แผนกำจัดขยะวันละ 1,000 ตัน

นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและทีมงานเล่าถึงวิธีการกำจัดขยะชุมชนในจังหวัดว่า เมื่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองได้รับมอบหมายจากจังหวัดระยองให้เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานการจัดการขยะในเขตพื้นที่จังหวัดระยอง ก็ดำเนินการจัดตั้งศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจรจังหวัดระยองเพื่อรองรับและกำจัดขยะชุมชนอย่างถูกหลักวิชาการ โดยได้รับความร่วมมือจากกลุ่มบริษัท ปตท. ซึ่งมองว่าจังหวัดระยองเหมือนกับบ้านของ ปตท. เพราะฉะนั้นอะไรที่จะพัฒนาระยองให้ดีขึ้น กลุ่ม ปตท.พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

สำหรับวิธีการกำจัดขยะคือ ขยะมูลฝอยจากทุกชุมชนทั่วจังหวัดระยองจะถูกขนเข้ามาที่ศูนย์วันละประมาณ 1,000 ตัน แยกเป็น 3 ส่วนคือ

  • ส่วนที่หนึ่งขยะที่ขายได้เลย เช่น ขวดน้ำพลาสติก ใครอยากได้ก็มาซื้อไปได้เลย
  • ส่วนที่สอง ขยะที่สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตพลังงาน หรือ Refuse Derived Fuel ที่เรียกกันจนติดปากว่า ขยะอาร์ดีเอฟ หรือ ขยะเชื้อเพลิง นั่นเอง ขยะกลุ่มนี้นำไปใช้อย่างอื่นไม่ได้ นอกจากนำไปทำเชื้อเพลิง และสุดท้ายคือ
  • สุดท้ายคือ ขยะจากสารอินทรีย์ต่างๆ เช่น ผัก เศษอาหาร ใบไม้ เปลือกผลไม้ทุกชนิด ซึ่งจะมีกระบวนการหมักเป็นแก๊สแล้วเอากากของการหมักเป็นแก๊สมาทำเป็นปุ๋ย ก่อนนำปุ๋ยที่ได้ไปแจกพี่น้องเกษตรกร ถือเป็นการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่อย่างคุ้มค่าสูงสุด

ตั้งโรงไฟฟ้าขยะอาร์ดีเอฟ

เนื่องจากศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจรจังหวัดระยองได้พันธมิตรที่ดีอย่าง ปตท. ระบบการบริหารจัดการที่ยากจึงกลายเป็นเรื่องง่าย โดย ปตท.ลงทุนจัดตั้งโรงไฟฟ้าจากขยะ นำขยะอาร์ดีเอฟไปเป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าเพื่อผลิตไฟฟ้าขายให้รัฐบาล เป็นการกำจัดขยะแบบครบวงจรที่ถูกวิธีประหยัดต้นทุน ทำให้ขยะจากจังหวัดระยองทั้งหมดที่เข้ามายังศูนย์ฯ หมดไป


ตั้งศูนย์ย่อยลดภาระโลจิสติกส์

แม้ขยะส่วนใหญ่จะถูกขนเข้ามาสู่ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจรในจังหวัดระยอง แต่ก็ยังมีบางพื้นที่อยู่ไกลจากศูนย์หลายสิบกิโลเมตรทำให้การขนส่งมีปัญหา ต้นทุนเพิ่ม จึงมีสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยชุมชนศูนย์อำเภอแกลง ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยยาง อำเภอแกลง เพื่อรวบรวมขยะมูลฝอยชุมชนจากอำเภอแกลง อำเภอวังจันทร์ และอำเภอเขาชะเมา ที่อยู่ไกลออกไปอีก 60 กิโลเมตร ลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการนำมากำจัดในศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจรจังหวัดระยอง


จัดการแบบมาตรฐานเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

แม้ขยะส่วนใหญ่จะถูกกำจัดด้วยวิธีการต่างๆ แต่ยังคงมีขยะบางส่วนที่หลงเหลืออาทิขยะอันตรายขยะติดเชื้อจากสถานพยาบาลในภาคตะวันออกที่ศูนย์ฯ ให้บริการกำจัดวันละ 3.6 ตัน ขยะเหล่านี้จะมีทั้งการกำจัดด้วยการเผาในเตาเผาขยะมูลฝอยติดเชื้อ และขยะที่ถูกนำไปฝังกลบ ซึ่งขยะในส่วนฝังกลบนี้จะพยายามเหลือให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยได้จัดทำบ่อฝังกลบตามหลักสุขาภิบาล และจัดวางระบบบำบัดน้ำเสียแบบบ่อผึ่ง พื้นที่รวม 30 ไร่ มีห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพน้ำที่ได้มาตรฐาน มีระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ ทั้งในการกำจัดขยะเชื้อเพลิงอาร์ดีเอฟและการกำจัดในเตาเผาขยะมูลฝอยติดเชื้อ


3 หลักการกำจัดขยะสิ้นซาก

เมื่อถามว่าทำไมระยองจึงสามารถบริหารจัดการขยะจนได้รับการยอมรับมีหน่วยงานจากทั่วประเทศเดินทางมาดูงานแทบทุกวันนายก อบจ.และทีมงานกล่าวว่า หลักการที่ทำให้ระยองกำจัดขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพคือ

  • 1. อบจ.รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพบริหารจัดการครบวงจรเพราะขยะเป็นเรื่องที่ใครก็ไม่อยากทำ แทบทุกพื้นที่จึงไม่มีเจ้าภาพชัดเจน แต่ละชุมชน แต่ละตำบล แต่ละอำเภอจัดการกันเอง บางจุดบริหารจัดการดี บางจุดบริหารจัดการไม่ดี ปัญหาขยะจึงไม่ได้รับการบูรณาการอย่างเป็นระบบ
  • 2. การมีพันธมิตรที่ดี ซึ่งต้องยอมรับว่า อบจ.ระยองได้พันธมิตรที่ดีอย่างกลุ่ม ปตท.เข้ามาร่วมบริหารจัดการ ช่วยจัดการปัญหาต่างๆอย่างเข้มแข็ง สามารถฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคต่างๆ จนสำเร็จ
  • 3. การบริหารจัดการแบบเอกชน ดำเนินการและแก้ปัญหาได้แบบฉับพลัน

ปัญหาที่ยังต้องแก้ไข

แม้ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจรจังหวัดระยองจะประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการขยะจนเป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่นๆ นำไปประยุกต์ใช้แต่ก็ใช่ว่าจะไร้ซึ่งปัญหาโดยหนึ่งในปัญหาหลักคือการรณรงค์ให้ชุมชนร่วมใจคัดแยกขยะเพื่อลดเวลาการบริหารจัดการซึ่งเรื่องนี้ทางจังหวัดก็พยายามประชาสัมพันธ์ให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดตั้งถังขยะตามประเภทและหวังว่าในที่สุดจะปรับมายด์เซ็ทชุมชนให้ตระหนักในความสำคัญของการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบก่อนทิ้งลงสู่ถัง


การพัฒนาเมืองรองรับอีอีซี

นายก อบจ.และทีมงานรู้ดีว่าภายใต้แผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี จะสร้างความเจริญและมีประชากรเพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น จนทำให้ขยะเพิ่มปริมาณมากขึ้นอย่างแน่นอน หนึ่งในแผนรองรับคือ อาจมีการสร้างโรงไฟฟ้าขยะแห่งที่ 2 เพื่อจัดการขยะอย่างเพียงพอ ในขณะเดียวกันก็มีการปลูกต้นไม้เพิ่มสภาพที่ดีให้แก่เมืองระยอง ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ รองรับการขยายตัวของจังหวัดระยองในอนาคต ตามนโยบายมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบด้านการจัดการขยะครบวงจรของประเทศ เพื่อนาคตของประเทศไทยไร้ขยะอย่างยั่งยืน

อยากชมกระบวนการผลิตของศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจรจังหวัดระยองเชิญคลิกเข้าไปชมได้เลย