โลกที่กำลังเปลี่ยนในปัจจุบันนั้น หลายประเทศโดยเฉพาะ รัสเซีย – จีน – สหรัฐอเมริกา ขยับตัวบนเวทีเศรษฐกิจ การเมือง การทหาร ทุกวัน เพื่อคุ้มครองป้องกันผลประโยชน์ของตนเอง


แต่พอเข้าสู่ยุคใหม่ ปัญหาความต้องการเป็น ผู้นำโลกเพียงรายเดียว ของสหรัฐอเมริกา
เพื่อตัดสินทุกเรื่องในโลกนี้ว่าเป็นความถูกต้อง โดยให้ถือว่าเป็นสิทธิ์ขาดและไม่สามารถอุทธรณ์ได้อีกต่อไป

รัสเซียและจีนย่อมไม่ยอมต่อหลักการแบบนี้

เพราะถือว่าแต่ประเทศต่างมีอธิปไตยของตนเอง ทำให้เกิดการเผชิญหน้ากันทุกๆ ด้าน ส่งผลต่อการเปลี่ยนภูมิรัฐศาสตร์ของโลกในปัจจุบัน โดยทั้งรัสเซียและจีนนั้นต้องสร้างภูมิคุ้มกันตนเองในทุกด้าน ท่ามกลางสถานการณ์แบบนี้

ตามหลักของการสู้รบในสมรภูมิเศรษฐกิจ การเมือง การทหาร ในระดับโลก เฮนรี่ คิสซิงเจอร์ (Henry Kissinger) อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาและนักการทูตอเมริกันเชื้อสายเยอรมัน ให้คำแนะนำในการต่อสู้ไว้ว่า ต้องไม่ให้จีนใกล้ชิดกับรัสเซีย เพราะถ้าใกล้ชิดกัน เมื่อนั้นสหรัฐอเมริกาก็สามารถที่จะกินรวบได้

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภายใต้ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน และ สี จิ้นผิง ผู้นำของจีน สร้างสายสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง จนใกล้ชิดกันชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบ 70 ปี กลายเป็นแนวโน้มและจุดเด่นทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของศตวรรษที่ 21

หากพิจารณาความมุ่งมั่นบางอย่างในการดิ้นรนเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ จีนกำลังกลายเป็นมหาอำนาจระดับโลก แต่จำนวนประชากรของจีนที่มีอยู่มหาศาล ทำให้ขาดสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ทรัพยากรธรรมชาติ

ขณะที่เศรษฐกิจของรัสเซียนั้น กำลังอ่อนแอลง ประชากรของประเทศก็ลดน้อยลง
แต่อย่างไรก็ตาม รัสเซียก็ยังมีแหล่งทรัพยากรขนาดใหญ่ เช่น ป่า น้ำ แร่ธาตุ ทองคำ น้ำมัน แก๊สธรรมชาติ

ด้านอาณาเขตระหว่างรัสเซียและจีน มีพรมแดนร่วมที่ยาว ส่งเสริมความร่วมมือทางการทหารกันอย่างใกล้ชิด และเป็นปึกแผ่นเพราะความเกลียดชังที่มีต่อสหรัฐ

นั่นเป็นปัญหาปัจจุบันที่สหรัฐไม่สามารถยับยั้งความสัมพันธ์ระหว่างรัฐทั้งสองได้ โดยเฉพาะปัญหาด้านการทหารและเศรษฐกิจ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาการแข่งขันด้านความได้เปรียบที่มีผลต่อการยึดครองภูมิรัฐศาสตร์โลก

สหรัฐจึงต้องใช้แนวทางของ ‘หลักเศรษฐศาสตร์ชาตินิยม’ (รักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก) โดยการคว่ำบาตร ขึ้นภาษีการนำเข้า และห้ามจำหน่ายเทคโนโลยีของคู่แข่งด้วยวิธีการต่างๆ

อันที่จริง โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้คำนึงถึงกฎฟิสิกส์ว่า หากมีแรงดันจำนวนหนึ่งในช่องระบายอากาศที่ถูกปิดกั้นอยู่ แรงดันนั้นจะพาไปพบวาล์วตัวใหม่

แรงกดดันนี้ได้จากความช่วยเหลือในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งนำไปสู่ความจริงที่ว่า จีนกำลังปรับโครงสร้างการติดต่อทางการค้าไปยังฝั่งยุโรปและรัสเซีย

วิธีนี้มีสิ่งเดียวที่ได้รับการพิสูจน์ นั่นคือ ความปรารถนาของคู่ค้าทั้งสองที่ลดการใช้บัญชีการค้าร่วมกันในการทำธุรกรรมผ่านสกุลเงินดอลลาร์ โดยเปลี่ยนเป็นเงินสกุลของตนเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของทั้งสองประเทศ

จากการทำธุรกรรม/สัญญามากถึง 90% ระหว่างรัสเซียและจีนที่ชำระเป็นดอลลาร์สหรัฐ มีเพียง 2% ที่เป็นสกุลเงินหยวน ทั้งรัสเซียและจีนจึงพยายามเปลี่ยนสัดส่วนเหล่านี้ไปในทิศทางการเพิ่มส่วนแบ่งของสกุลเงินในประเทศ โดยชำระเป็นบัตรเครดิตระหว่างประเทศที่อยู่นอกเหนือโซนดอลลาร์ และออกแบบกลไกการชำระเงินร่วมกันใหม่ผ่านธนาคารพาณิชย์ที่เน้นไปยังสินค้าหลักที่ตนเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่และมีสัดส่วนการนำเข้าที่ชัดเจน

การเร่งการขยายตัวทางการค้าร่วมกันของสองสหายมีปริมาณมากยิ่งขึ้น และยังไปทำลายแผนของทรัมป์เรื่องของการผูกขาดตลาดแก๊สในอนาคต เพราะบริษัทพลังงานของจีนกำลังลงทุนมหาศาลในบริษัทแก๊สและน้ำมันของรัสเซีย อาทิ Novatek, Gazprom

ปักกิ่งสนใจที่จะซื้อแก๊ส LNG ของรัสเซีย และมุ่งสร้างภูมิคุ้มกันตนเองในตลาดเนื้อสัตว์ ถั่วเหลือง โดยลงทุนปลูกถั่วเหลืองร่วมกันและการนำเข้าเนื้อสัตว์จากรัสเซียกับเอเชียกลาง โดยการขนส่งทางบกเพื่อให้เกิดอธิปไตยของรัฐมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยลดความไม่แน่นอนของผู้ส่งมอบสินค้าจากละตินอเมริกาได้หากถูกเพนตากอนกดดัน ขณะเดียวกัน ตลาดสินค้าเกษตรของสหรัฐก็เกิดความปั่นป่วน

ยุคใหม่ของระบบเศรษฐกิจไม่ใช่เสรีนิยม แต่เป็นเศรษฐกิจที่ร่วมมือกันเพื่อรักษาอธิปไตยของตนเอง โดยกลไกที่ใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ไปด้วยกันคือ การลดสัดส่วนพึ่งพาทางการค้าที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์

การลงทุนร่วมกันในโครงการที่ทั้งสองประเทศได้ประโยชน์ ไม่ได้ส่งผลแค่ตัวเลขทางการค้าของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นการลงทุนที่ทำให้เกิดกำลังซื้อที่เป็นอิสระและปลอดภัยจากมาตรการเศรษฐกิจชาตินิยมของสหรัฐ

การร่วมมือกันทางเศรษฐกิจ จริงๆ แล้วคือ การจัดสรรผลประโยชน์ของชาติไปในทิศทางที่ไม่ใช่การลดความสูญเสีย แต่เป็นการตัดสินใจแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจที่ถูกกดดันจากภายนอก โดยมีภายนอกเป็นตัวกำหนด

แผนงานด้านยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่อาศัยความร่วมมือกับหุ้นส่วน เพื่อทำให้คู่แข่งอ่อนแอลง จำเป็นที่จะต้องเจรจาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกันอย่างยิ่ง ดูอย่างทีมงานด้านเศรษฐกิจของรัฐรัฐหนึ่งในรอบ 5 ปีที่ผ่านมานั้น ใช้แนว เสรีนิยม ผสม รัฐราชการ จึงค่อนข้างไม่ประสบความสำเร็จในการช่วงชิงและต่อรองผลประโยชน์กับชาติคู่ค้า เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่เป็นคู่แข่งทางภูมิรัฐศาสตร์

นี่เป็นสาเหตุอย่างหนึ่งที่ส่งผลให้กำลังซื้อของพลเมืองลดลง ในขณะที่ทีมงานเสรีนิยมของลุงยังไม่พบช่องระบายอากาศที่เป็นวาล์วตัวใหม่ เพราะยังยึดข้อความที่รายงานว่า “กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”


ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย

 

 

เรื่อง : รศ.ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย