ในอนาคตอันใกล้นี้ สังคมไทยไม่เพียงแต่จะต้องเตรียมการณ์รับมือกับ สังคมสูงอายุ หรือ Aging Society อย่างสมบูรณ์ เพราะการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง กอปรกับจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดน้อยลงอย่างน่าใจหายเท่านั้น ทว่า ตามโครงสร้างประชากรของไทยล่าสุด ยังแสดงให้เห็นชัดเจนว่ากลุ่มผู้บริโภค GEN Z หรือผู้ที่เกิดหลังปี ค.ศ.1995 ก็เป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่น่าจับตามองไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในแง่ที่คนกลุ่มนี้จะกลายเป็นเหล่า ‘นักช้อป GEN Z’

ซึ่งคนกลุ่มนี้เองที่กำลังเข้าสู่วัยแรงงาน มีกำลังทรัพย์เพื่อใช้ในการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการ ดังนั้น นี่จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่จะปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อครองใจส่วนแบ่งทางการตลาดหรือเค้กก้อนใหญ่ชิ้นนี้ให้ได้

เพื่อเป็นแนวทางให้กับเหล่าผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ ได้นำไปปรับใช้ในการวางกลยุทธ์การตลาดครองใจ นักช้อป GEN Z ซึ่งมีไลฟ์สไตล์และความชอบที่แตกต่าง เราจึงได้รวบรวมเอาพฤติกรรมของคน GEN Z ที่ผู้ประกอบการควรรู้มาฝาก ดังนี้


อย่าคิดว่า นักช้อป GEN Z จะเชื่อโฆษณาง่ายๆ ต้องรีวิวจนมั่นใจ จึงจะตัดสินใจซื้อ

แม้ว่าคนกลุ่ม GEN Z จะเกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายไม่ว่าจะเป็น ทั้งการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตและข้อมูลต่างๆ ในระดับที่สูงมาก รวมทั้งพวกเขายังใช้เวลาอยู่บนโลกออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ทั้งทวิตเตอร์ เฟสบุ๊ก ยูทูป ไลน์ หรืออินสตาแกรม จึงส่งผลให้คนกลุ่มนี้เติบโตมาพร้อมความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลจำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว

ไม่ใช่แค่นั้น ผู้ประกอบการควรต้องศึกษาพฤติกรรมเฉพาะตัวของคนเหล่านี้ให้ชัดเจน โดยเฉพาะในไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกับคนเจนอื่น มีความเป็นตัวของตัวเองและมีความครีเอทีฟสูง ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ โดยเฉพาะโฆษณาชวนเชื่อ

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาวิจัย หัวข้อ “ใครไม่ SEE GEN Z” ของนักศึกษา วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ก็ได้ชี้แนะแนวทางการเข้าถึงใจกลุ่ม นักช้อป GEN Z ว่า

“พฤติกรรมที่ค่อนข้างเด่นชัดของ Gen Z ก่อนการใช้จ่ายแต่ละครั้งจะพบว่า พวกเขามักจะสืบค้นข้อมูลหรือดูรีวิวต่างๆ จากสื่อออนไลน์ก่อนเสมอ ทั้งการหาข้อมูลร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว สินค้าค้าต่างๆ ส่วนจะหาข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย หรือ Search Engine ไหน ก็จะแปรผันไปตามประเภทของการใช้จ่ายแต่ละประเภท”

“เช่น การดูรีวิว เพื่อดูสถานที่ หรือเมนูของร้านอาหารต่างๆ การหาข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย หรืออ่าน Blogger ก่อนซื้อเครื่องสำอาง เป็นต้น ดังนั้น การจะเข้าถึงการเปิดรับของคนกลุ่มนี้จึงต้องศึกษาการสื่อสารในสื่อที่คนเจน Z นี้เปิดรับ ย่อมดีที่สุด”


สินค้าและบริการต้องตอบโจทย์ คอนเซป Work Life Balance

ไม่ใช่แค่การเป็นตัวของตัวเองเท่านั้น แต่ คนเจน Z ยังมีความสามารถในการเข้าถึงและรับรู้ รวมทั้งเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ ได้มาก ทำให้มุมมองของ Gen Z ที่มีต่อเรื่องของความสุขและความสำเร็จมีสัดส่วนใกล้เคียงกันอยู่ที่ 54 : 46 และยังให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตแบบยึดคอนเซป Work Life Balance เลือกทำงานที่มีความสุขและพยายามสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตควบคู่กันไป ดังนั้น ถ้าแบรนด์ไหนจับความต้องการตรงนี้ได้ย่อมครองใจผู้บริโภคกลุ่มนี้ไปแล้วกว่าครึ่ง

จากรายงานผลการวิจัยของ CMMU นี้ ยังได้เปิดเผยถึงผลสำรวจในประเด็นที่ว่า ชาว GEN Z กว่า 54 เปอร์เซ็นต์ ให้ความสำคัญกับ ความสุข มาเป็นอันดับต้นๆ และมองว่า ความสุขเป็นปลายทางของชีวิต ดังนั้น ความสุข จึงมักถูกใช้เป็นตัวตัดสิน ว่าจะทำหรือไม่ทำอะไรของคนเจนนี้ หากทำแล้วเล็งเห็นว่าจะไม่มีความสุข พวกเขาก็พร้อมที่จะไม่ทำ

ส่วนอีก 46% จะโฟกัสกับความสำเร็จมากกว่า โดยมีมุมมองว่า ถ้าประสบความสำเร็จแล้วจะทำให้มีความสุขเป็นสองเท่า และบางครั้งก็เชื่อว่าความสุขก็สามารถซื้อได้ด้วยเงิน ดังนั้น เราต้องประสบความสำเร็จก่อนเพื่อให้มีเงินนำไปใช้ซื้อความสุขต่างๆ ได้

ขณะที่ต้นแบบที่เหล่า GEN Z จะยึดเป็นแนวทางเพื่อทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จเช่นกันนั้น อันดับ 1 คือ คนในครอบครัว (28%) ตามมาด้วย ศิลปินเกาหลี (20%) ซึ่งกลุ่มที่ตอบว่ามีไอดอลเป็นศิลปินเกาหลีนี้ มองว่าศิลปินในดวงใจเป็นตัวแทนของคนที่มีความอดทนและความพยายาม ผลักดันตนเองไปสู่ความสำเร็จได้อย่างน่าชื่นชม และอันดับสาม คือ นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ (16%)

ส่วนรูปแบบของการสร้างความมั่นคงในชีวิตสไตล์คน GEN Z พวกเขาจะให้ความสำคัญกับการออมและการลงทุน แม้รายได้ส่วนใหญ่จะใช้จ่ายมากกว่าการออม แต่จากผลสำรวจพบว่า คนเจนนี้ก็ยังแบ่งรายได้ 1 ใน 3 เพื่อออมและลงทุนในรูปแบบต่างๆ กว่า 62% เลือกวิธีฝากธนาคาร 9% นำเงินไปซื้อสลากออมสิน และอีก 8% เลือกซื้อประกันชีวิต โดยวัตถุประสงค์ในการออมมีความชัดเจนว่า เป็นไปเพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต 41% เพื่อนำเงินไปซื้อของที่อยากได้ หรือท่องเที่ยว 40% และเพื่อเก็บไว้ลงทุน 19%


หาข้อมูลการซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ แต่จะซื้อในแบบออฟไลน์ สบายใจกว่า

เพราะสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลเป็นจำนวนมาก ทำให้ก่อนการตัดสินใจซื้อสินค้าต่างๆ GEN Z จะศึกษาและหาข้อมูลสิ่งที่ต้องการจากอินเทอร์เน็ตก่อน จนมั่นใจว่าสินค้าและบริการที่ตัดสินใจซื้อนั้นดีจริง และจากข้อมูลพบว่า GEN Z นิยมซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นเครื่องแต่งกาย จากช่องทางออฟไลน์ถึง 52% และอีก 42% ที่เหลือจะซื้อผ่านทางออนไลน์ รวมทั้งในกลุ่มสินค้าเครื่องสำอางที่ส่วนใหญ่ถึง 70% ที่มีการซื้อผ่านออฟไลน์ และ 30% นิยมซื้อผ่านออนไลน์ หรือแม้แต่สินค้าไอทีแก็ตเจ็ท ก็นิยมซื้อผ่านออฟไลน์ถึง 63% และผ่านช่องทางออนไลน์ 37% เป็นต้น

ห้างสรรพสินค้า ร้านของแบรนด์ต่างเอง ไปจนถึงตลาดนัดทั่วไป ยังเป็นแหล่งช้อปที่ นักช้อป GEN Z ไว้วางใจและไปจับจ่าย ส่วนช่องทางออนไลน์ที่นิยมซื้อสินค้า ส่วนใหญ่จะซื้อผ่านโซเชียลมีเดีย ทั้ง Instagram, Facebook page เว็บมาร์เก็ตเพลสต่างๆ เช่น Shopee, Lazada หรือเว็บไซต์ของแต่ละแบรนด์เอง

ที่ผลการสำรวจออกมาเป็นเช่นนี้ เพราะพฤติกรรมการซื้อสินค้าของคน GEN Z ไม่ได้ฉาบฉวยอย่างที่หลายคนคิด พวกเขายังต้องการได้เห็น หรือทดลองสินค้าก่อน เพราะอาจจะมีปัญหาเรื่องแบบ ไซส์ และสี ที่อาจจะไม่ตรงกับรูป อีกทั้งซื้อหน้าร้านกับออนไลน์ราคาไม่แตกต่างกันมาก ส่วนเหตุผลที่ชอบซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ เพราะมักจะมีโปรโมชั่น หรือโค้ดลดราคาบ่อยๆ

ดังนั้น หากพิจารณา Customer Journey ของ GEN Z จะเห้นได้ว่าไม่มีหลักเกณฑ์ตายตัว ปรับเปลี่ยน หรือ Seamless ไม่ได้ยึดช่องทางใดช่องทางหนึ่งเพื่อใช้ในการซื้อสินค้าและบริการ แต่จะผสมผสานทุกช่องทางในการซื้อสินค้า ทำให้แบรนด์ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเรื่อง O2O (Online to Offline) หรือ Omni-channel เพื่อตอบโจทย์ Shopping Experience ของลูกค้าได้ครบในทุกมิติ


สุขนิยม ชอบอยู่กับตัวเอง และสมาร์ทโฟนต้องมาก่อนทุกสรรพสิ่ง

GEN Z ยังมีพฤติกรรมที่เป็นชาวสุขนิยม ชอบหาความสุข Entertain ตัวเอง โดยกิจกรรมที่นิยมทำมากที่สุด คือ การดูหนัง ภาพยนตร์ ละคร หรือ ซีรีย์ 81% ฟังเพลง 76% และอ่านหนังสือ 66% ซึ่งส่วนใหญ่คนกลุ่มนี้จะชอบทำกิจกรรมที่กล่าวมานี้คนเดียวสูงถึง 62%

สาเหตุที่ GEN Z ชอบทำกิจกรรมคนเดียว เพราะการโตมาในยุคเทคโนโลยี ที่ทุกอย่างสามารถหาได้จากมือถือ ทำให้พวกเขาเซิร์สหาคอนเทนต์ที่ต้องการได้ตลอดเวลา และใช้เวลาอยู่กับตัวเองได้ทั้งวัน โดยไม่จำเป็นต้องหาเพื่อนมาร่วมทำกิจกรรมด้วยกันเลย

ดังนั้น หลักการสร้างคอนเทนต์ให้โดนใจ GEN Z นั้น อาจนำผลสำรวจนี้ไปเป็นเกณฑ์ในการสร้างสรรค์เนื้อหาให้โดนใจชาว GEN Z ได้ โดย 66% จะชื่นชอบคอนเทนต์ในรูปแบบความบันเทิง ขณะที่อีก 26% ชอบคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับตัว GEN Z เอง และ 24% ชอบคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของไลฟ์สไตล์ ที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของผู้คน

โดยรูปแบบคอนเทนต์ที่ GEN Z ชื่นชอบ คือ คลิปวิดีโอ มาเป็นอันดับแรก ตามมาด้วย รูปภาพ และข้อความ

และแน่นอนว่าอุปกรณ์หลักที่ชาว GEN Z ขาดไม่ได้ นั่นคือ มือถือ หรือสมาร์โฟน ที่แทบจะกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ไปแล้ว เพราะจากการสำรวจ พบว่า ชาว GEN Z กว่า 94% จะให้ความสำคัญกับมือถือ ขณะที่ 4% ให้ความสำคัญกับคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊ก และอีก 2% ให้ความสำคัญกับแท็บเล็ต

เหตุผลที่ มือถือหรือสมาร์ทโฟน เป้ฯอุปกรณ์ที่ GEN Z ใช้เป็นหลัก เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานได้ทุกสถานการณ์ ทั้งติดต่อสื่อสารกับคนอื่น ด้วยการส่งข้อความ แชร์วิดีโอ ภาพและเสียง อีเมลล์ LIVE เล่นเกม ใช้งานโซเชียลมีเดีย หรือเพื่อความบันเทิงต่างๆ อ่านหนังสือออนไลน์ ฟังเพลง รวมทั้งเชื่อมต่อกับ Online Community ต่างๆ เพื่อค้นหาข้อมูล นัดหมาย และสื่อสารกับคนในครอบครัวและเพื่อน

ขณะที่การใช้งานคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊คจะเน้นในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ เพื่อทำรายงาน ทำงานหรือวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ส่วนการใช้งานแท็บเล็ตยังมีการใช้ในปริมาณที่ไม่มากนัก

ทั้ง 4 พฤติกรรมของ นักช้อป GEN Z ที่หยิบยกมาบอกเล่านี้ อาจสร้างความแปลกใจให้ใครหลายคน และยังคิดว่า จริงหรือ? แต่สำหรับเหล่าผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการ ต้องขอบอกเลยว่า ถ้าสามารถนำหลักพฤติกรรมของชาว GEN Z นี้ไปปรับใช้ในการวางกลยุทธ์การตลาดได้ รับรองสินค้าและบริการของคุณจะเข้าไปนั่งในใจเจนนี้ได้ไม่ยากเลย


อ้างอิง : เรียบเรียงจาก บทความเรื่อง “7 อินไซต์ เข้าใจ GEN Z พร้อมกลยุทธ์เจาะกระเป๋ากลุ่มกำลังซื้อใหม่ ที่แค่เร็วไม่พอ นาทีนี้ต้อง “ด่วน” เท่านั้น” (May 7, 2019) เผยแพร่ในเว็บไซต์ Brandbuffet
การเสวนา เรื่อง หัวข้อ “ใครไม่ SEE GEN Z” จัดโดยนักศึกษา วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU)


รู้จริง เทคนิคการทำตลาดยุค ดิจิทัล มาร์เก็ตติง นี้ คลิกอ่านต่อเลย

เหตุผลที่แบรนด์ L’Oreal ต้องมี ‘Beauty Accelerator’ แม้ว่าจะขายสินค้าได้มากกว่าปีละ 7,000 ล้านชิ้น!

ผลวิจัยผู้บริโภคระดับโลก แนะวิธีจัดการ ‘ข้อมูลส่วนบุคคล’ ทำตลาดออนไลน์ ลูกค้าเชื่อมั่น ธุรกิจก็ไปได้สวย

ผลสำรวจ Global Brand เผย สื่อสารความจริง นำ ‘กลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์’ เอาชนะใจผู้บริโภคยุคดิจิทัลได้ไม่ยาก